https://so08.tci-thaijo.org/index.php/JIREI/issue/feed
วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา (Journal of Interdisciplinary Research and Educational Innovation)
2026-06-30T08:18:57+07:00
ดร.กันต์ฐมณีญา นฤโฆษกิตติกีรติ
jirei.journal@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong>วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา</strong></p> <p><strong>Journal of Interdisciplinary Research and Educational Innovation</strong></p> <p><strong>ISSN 2821-9791 (Online)</strong></p> <p><strong>วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา</strong> มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษาในศาสตร์หลากหลายแขนงและเผยแพร่ผลงานวิชาการ บทความวิจัยและบทความวิชาการของครูและบุคลากรทางการศึกษา คณาจารย์ นักวิจัยและนิสิต นักศึกษา ในด้านสหวิทยาการต่าง ๆ ด้านมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ด้านศาสนา ปรัชญา นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาศาสตร์ สาขาการศึกษาเชิงประยุกต์ การพัฒนาการเรียนรู้ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ศึกษา คณิตศาสตร์ศึกษา การพัฒนาหลักสูตร เทคโนโลยีการศึกษา การพัฒนาวิชาชีพครู และสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</p> <p><strong>กำหนดการเผยแพร่ 2 ฉบับ (ปี 2565)</strong></p> <p>ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน (เผยแพร่ทางเวปไซต์ 30 มิถุนายน)</p> <p>ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม (เผยแพร่ทางเวปไซต์ 30 ธันวาคม)</p> <p><strong>กระบวนการพิจารณาบทความจากผู้ทรงคุณวุฒิ</strong></p> <p>วารสารมีกระบวนการการพิจารณาบทความโดยการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิก่อนตีพิมพ์ อย่างน้อย 3 ท่าน ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double-blind peer review) โดยผู้ประเมินบทความ (Reviewer) ไม่ทราบชื่อผู้แต่ง (Author) ผู้แต่ง (Author) ไม่ทราบชื่อผู้ประเมิน (Reviewer) และผู้ประเมินไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้แต่ง รวมทั้งได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการก่อนตีพิมพ์</p> <p>บทความที่ส่งมาขอเพื่อตีพิมพ์ในวารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษาจะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้เขียนบทความต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเสนอบทความของวารสาร และจะต้องจัดพิมพ์บทความตามรูปแบบ (Template) ที่วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษากำหนดเท่านั้น ไม่สงวนลิขสิทธิ์การคัดลอก แต่ให้อ้างอิงด้วยทุกครั้ง</p> <p>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์ 4,500 บาท ต่อบทความ</p> <p> </p> <p><strong>เจ้าของวารสาร</strong></p> <p>บริษัท วิทยาพัฒน์ จำกัด</p>
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/JIREI/article/view/6357
ภาวะผู้นำแบบเพิ่มคุณค่า: รูปแบบของภาวะผู้นำในยุคปัญญาประดิษฐ์
2026-02-06T18:19:54+07:00
สมชาย เทพแสง
Somchai17@hotmail.com
อัจฉริยา เทพแสง
Somchai17@hotmail.com
ปณิธิภัธน์ พรหมประสาธน์
Somchai17@hotmail.com
<p>ในยุคปัญญาประดิษฐ์ที่ผู้นำองค์กรนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งด้านการจัดการ การดำเนินงาน การผลิตหรือการบริการ จำเป็นต้องมีหลักยึดถือทั้งด้านคุณธรรมจริยธรรม เพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นในองค์กร ภาวะผู้นำแบบเพิ่มคุณค่าจึงนับว่ามีความสำคัญต่อองค์กร เพื่อสร้างความไว้วางใจและความภักดี สร้างวัฒนธรรมแห่งความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ ซึ่งนำไปสู่ความภักดีที่แข็งแกร่งขึ้น สร้างแรงบันดาลใจและสร้างความผูกพันต่อบุคลากรทำให้ทีมมีเป้าหมายร่วมกัน ช่วยให้ผู้นำและทีมสามารถตัดสินใจได้อย่างมีจริยธรรมและมั่นใจ ความชัดเจนนี้ช่วยลดความสับสนและความไม่สอดคล้องกัน การบริหารงานประสบผลสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมาย โดยที่ภาวะผู้นำแบบเพิ่มคุณค่าประกอบด้วย การมีวิสัยทัศน์ที่ผู้นำนำ AI มาใช้ในการบริหารจัดการและส่งเสริมให้บุคลากรใช้ AI ปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ มีการสร้างแรงบันดาลใจเพื่อให้บุคลากรทำงานเต็มศักยภาพ มีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความไว้วางใจ การบริหารงานเน้นผลผลิตที่มีคุณภาพ และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา (Journal of Interdisciplinary Research and Educational Innovation)
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/JIREI/article/view/7161
การจัดการความปลอดภัยด้านอุบัติเหตุของนักเรียนมัธยมแบบมีส่วนร่วมในเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี
2026-06-29T21:01:28+07:00
ศราวุธ มะณีม่วง
umarit.co@gmail.com
สหพัฒน์ หอมจันทร์
umarit.co@gmail.com
<p>ปัญหาอุบัติเหตุในโรงเรียนมัธยมศึกษาเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรีเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุที่สะท้อนถึงความเสี่ยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน สภาพแวดล้อม และการเดินทางไปกลับ รวมถึงการพานักเรียนไปทัศนศึกษา การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาและอุปสรรคการมีส่วนร่วมในการจัดการความปลอดภัยตามมาตรการด้านการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุของนักเรียนในโรงเรียนมัธยมเขตอำเภอเมืองจังหวัดชลบุรี และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการจัดการความปลอดภัยตามมาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุของนักเรียนในโรงเรียนดังกล่าว การวิจัยใช้ระเบียบวิธีเชิงคุณภาพ โดยมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 25 คน ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียนและครูจำนวน 11 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 คน ผู้นำชุมชน 2 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย 2 คน โรงพยาบาล 2 คน เทศบาล 2 คน และผู้แทนผู้ปกครอง 4 คน เครื่องมือวิจัยที่ใช้คือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญในการจัดการความปลอดภัย ได้แก่ อาคารเรียนและอาคารประกอบ การเดินทางไปกลับ การพานักเรียนไปทัศนศึกษา บริเวณสถานศึกษา และสภาพแวดล้อมโดยรอบ โดยประเด็นหลักที่สะท้อนออกมาคือ ความไม่เพียงพอของมาตรการ การขาดความร่วมมือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการขาดระบบประเมินความเสี่ยงที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน แนวทางการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการจัดการความปลอดภัยควรเน้นด้านการจัดการความปลอดภัย การประเมินและตรวจสอบ การนำเสนอข้อมูลความปลอดภัย การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการสนับสนุนนโยบาย ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามลำดับ</p>
2026-06-30T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา (Journal of Interdisciplinary Research and Educational Innovation)