วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal <p><strong>วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี</strong></p> <p><strong>E-ISSN:</strong> 3056-9125 (Online)</p> <h3><strong><u>กำหนดการเผยแพร่ 6 ฉบับต่อปี</u></strong></h3> <ul> <li>ฉบับที่ 1 มกราคม – กุมภาพันธ์ (กำหนดออกเดือนกุมภาพันธ์)</li> <li>ฉบับที่ 2 มีนาคม – เมษายน (กำหนดออกเดือนเมษายน)</li> <li>ฉบับที่ 3 พฤษภาคม – มิถุนายน (กำหนดออกเดือนมิถุนายน)</li> <li>ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – สิงหาคม (กำหนดออกเดือนสิงหาคม)</li> <li>ฉบับที่ 5 กันยายน – ตุลาคม (กำหนดออกเดือนตุลาคม)</li> <li>ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม (กำหนดออกเดือนธันวาคม)</li> </ul> <p><strong><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </span></span></strong><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการในกลุ่มสาขาต่าง ๆ ดังนี้</span></span></p> <ul> <li>บริหารธุรกิจ</li> <li>การจัดการทั่วไป</li> <li>นิเทศศาสตร์</li> <li>การบัญชี</li> <li>เศรษฐศาสตร์</li> <li>การจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว</li> <li>สาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</li> </ul> <p><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">ซึ่งเป็นผลงานจากบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและผู้เขียนจากหน่วยงานภายนอก เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการนำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการระหว่างคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และบุคคลทั่วไป โดยบทความที่ได้รับการตีพิมพ์นั้น ล้วนผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร์</span></span></p> th-TH <p><strong>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี</strong></p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้<br />ไม่ใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้จัดทำ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนบทความแต่ละท่าน</p> msudru.journal@udru.ac.th (รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐ อมรภิญโญ) msudru.journal@udru.ac.th (คุณชินโชติ หล้ามาชน) Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การใช้เกมมิฟิเคชั่นเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมภายในองค์กร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2685 <p>นวัตกรรมภายในองค์กรเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ซึ่งช่วยขับเคลื่อนการเติบโต และความสามารถในการแข่งขันขององค์กร แต่อุปสรรคและข้อจำกัดขององค์กรจึงอาจทำให้ลดโอกาสในการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร เกมมิฟิเคชั่น (Gamification) เป็นการนำองค์ประกอบของเกม เช่น คะแนน เหรียญตรา ตารางคะแนน และภารกิจต่าง ๆ มาใช้ในบริบทที่ไม่ใช่เกม โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มการมีส่วนร่วมของพนักงาน สร้างแรงจูงใจในการมีส่วนร่วม และสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีการแข่งขันที่สร้างความสนุกสนาน เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีม บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการอธิบายถึงแนวทางการใช้เกมมิฟิเคชั่นเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรม โดยการนำเกมมิฟิเคชันมาใช้องค์กรควรกำหนดเป้าหมายในการนำมาใช้ให้ชัดเจน เช่น การเสนอไอดียใหม่ การทำงานร่วมกัน หรือ การทดลอง โดยมีการพิจารณาใช้องค์ประกอบของเกม อาทิ การให้คะแนน และ การให้รางวัล ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมองค์กร องค์กรจะสามารถเพิ่มศักยภาพความคิดสร้างสรรค์ และ ขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่บุคลากรมีความมุ่งมั่นและมีแรงจูงใจในการมีส่วนร่วม</p> พฤทธิ์ เทศจีบ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2685 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการจัดงานอีเวนต์นานาชาติ จังหวัดอุดรธานี https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4618 <p>การพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืนเป็นการพัฒนาเมืองที่มีต้นทุนด้านศักยภาพของเมืองในการรองรับการจัดการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล การจัดประชุมวิชาชีพ และงานแสดงสินค้า ตลอดถึงมีการส่งเสริมให้เมืองจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างการจัดงานอีเวนต์ที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจ และรายได้ให้เกิดขึ้นในเมือง โดยที่ผ่านมาการพัฒนาเมืองไมซ์ดังกล่าวขาดความต่อเนื่อง และยังไม่มีแนวทางปฏิบัติที่นำไปสู่การพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืน ประกอบกับจังหวัดอุดรธานีจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงานพืชสวนโลก ในปี 2569 จังหวัดจึงต้องมีแนวทางการพัฒนาเมืองไมซ์ที่ชัดเจน เป็นรูปธรรม ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่สร้างความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นบทความวิชาการนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางในการพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการจัดงานอีเวนต์นานาชาติ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งเขียนขึ้นจากการสังเคราะห์ผลงานวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองไมซ์อย่างยั่งยืนเพื่อรองรับการจัดงานอีเวนต์นานาชาติ จังหวัดอุดรธานี โดยได้นำเสนอองค์ประกอบที่สำคัญ 7 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม 2) ด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน 3) ด้านการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 4) ด้านการสร้างการรับรู้การจัดงานอีเวนต์นานาชาติ 5) ด้านอัตลักษณ์ของเมืองที่เด่นชัด 6) ด้านความพร้อมของสถานที่ และ 7) ด้านการสร้างเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ของจังหวัด และเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศต่อไป</p> ศิริวรรณ สนั่นเอื้อ, วิโรจน์ เจษฎาลักษณ์, เกิดศิริ เจริญวิศาล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4618 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยแห่งความรักต่อแบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬา: ศึกษาบทบาทของการโปรโมทโดยคนดัง การตลาดเชิงประสบการณ์ และคุณค่าที่ผู้บริโภครับรู้ในกลุ่มเจเนอเรชันวายในประเทศไทย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5705 <p>อุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายกีฬาในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคเจเนอเรชันวายที่นำเสื้อผ้ากีฬามาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและการแสดงอัตลักษณ์ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการรับรองโดยคนดัง การตลาดเชิงประสบการณ์ และคุณค่าที่ผู้บริโภครับรู้ที่มีต่อความรักที่มีต่อแบรนด์ รวมถึงการระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลสำคัญที่สุด และให้ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ข้อมูลได้จากผู้ตอบแบบสอบถามออนไลน์ที่ใช้ได้จำนวน 252 คน และวิเคราะห์ด้วยการถดถอยเชิงเส้นแบบพหุ โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนของความรักที่มีต่อแบรนด์ได้ร้อยละ 54 ผลการวิจัยพบว่า คุณค่าด้านอารมณ์ คุณค่าด้านคุณภาพ และประสบการณ์ด้านการกระทำ เป็นตัวแปรที่ส่งผลเชิงบวกสูงสุดต่อความรักที่มีต่อแบรนด์ ผลลัพธ์สะท้อนว่าผู้บริโภคเจเนอเรชันวายให้ความสำคัญกับความพึงพอใจทางอารมณ์ คุณภาพของสินค้า และการมีส่วนร่วม มากกว่าปัจจัยด้านราคา งานวิจัยนี้สรุปว่า แบรนด์เครื่องแต่งกายกีฬาควรมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่ส่งมอบคุณค่าเชิงอารมณ์และประสบการณ์ที่เหนือกว่า ควบคู่กับการรักษาคุณภาพสินค้า เพื่อสร้างความรักที่ยั่งยืนต่อแบรนด์และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดไทยที่มีพลวัตสูง</p> นนิชรา อภิธนาคุณ, ธีรข์กรณ์ อุดมรัตนะมณี, รวิดา วิริยกิจจา, พีรพัทธ์ ศรีสิงห์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5705 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม: ความสำเร็จของการนำองค์กร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2133 <p>การเปลี่ยนแปลงในยุคศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ขณะที่การสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในองค์กร เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องใช้ทั้งภาวะผู้นำและนวัตกรรม หรือเรียกว่า ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม ซึ่งมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร เพื่อให้เกิดนวัตกรรมองค์กร และก้าวไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมในอนาคต บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอคุณลักษณะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม การแสดงบทบาทหน้าที่ผู้นำเชิงนวัตกรรม การสร้างความสำเร็จขององค์กรแห่งนวัตกรรม และแนวปฏิบัติสำหรับพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม เนื่องจากภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมที่มีคุณลักษณะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม สามารถแสดงบทบาทหน้าที่ของผู้นำเชิงนวัตกรรมได้อย่างเต็มที่ และเป็นผู้ที่ทำให้เกิดความสำเร็จในการจัดการองค์กร ด้วยการใช้กระบวนการนวัตกรรมการจัดการใน 4 มิติ คือ 1) การใช้กลยุทธ์ 2) กระบวนการผลิตนวัตกรรม 3) การสนับสนุนในบริบทขององค์กร และ 4) การเชื่อมโยงจากภายนอกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถทำให้เกิดนวัตกรรมองค์กรขึ้นมา การพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม จึงส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงองค์กร ในการสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม และนำมาซึ่งความสำเร็จขององค์กรแห่งนวัตกรรม ดังนั้น นับเป็นความจำเป็นขององค์กรที่ต้องมีการพัฒนาผู้นำให้มีคุณลักษณะภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรม</p> สุมนา โสตถิผลอนันต์, ชุติมา ปัญญาพินิจนุกูร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2133 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 อิทธิพลเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงาน บริษัทเบียร์ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4283 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการตลาดภายใน ความพึงพอใจในการทำงาน และความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานบริษัทเบียร์ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ 2) เพื่อศึกษาเส้นทางความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานบริษัทเบียร์ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหาร/ผู้จัดการ หัวหน้างาน และพนักงาน บริษัทเบียร์ลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 3 โรงงาน ได้แก่ โรงงานเบียร์เวียงจันทน์ (Vientiane Brewery Plant) โรงงานเบียร์จำปาสัก (Champasack Brewery Plant) โรงงานน้ำหวานลาว (Lao Soft Drinks Plant) รวมจำนวน 615 คน โดยใช้เทคนิควิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 250 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ใช้วิธีการวิเคราะห์เส้นทาง (Path Analysis) โดยใช้โปรแกรม AMOS</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า 1) การตลาดภายในองค์กรส่งผลต่อความพึงพอใจในการทำงานของพนักงานบริษัทเบียร์ลาว (H1) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลทางตรงเท่ากับ 0.866 2) การตลาดภายในองค์กรส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงานบริษัทเบียร์ลาว (H2) ด้วยค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลทางตรงเท่ากับ -.063 และอิทธิพลทางอ้อมเท่ากับ .853 นั่นคือ หากองค์กรเน้นการตลาดภายในมาก (เช่น มีการอบรมบ่อย หรือสื่อสารสร้างความกดดันพนักงานบ่อย) แต่ไม่สามารถทำให้พนักงานพึงพอใจในเนื้องานจริง ๆ ได้ ทำให้พนักงานอาจมองว่ากิจกรรมเหล่านั้นเป็น "ภาระ" หรือ "การโฆษณาชวนเชื่อ” หากพนักงานได้รับแต่ข่าวสารหรือการฝึกอบรม แต่ความต้องการพื้นฐาน (เช่น ผลตอบแทนที่ยุติธรรม) ไม่ได้รับการตอบสนอง ความผูกพันอาจลดลงได้เนื่องจากพนักงานมองว่าองค์กรทำเพียงภาพลักษณ์ภายนอกแต่ไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกของพนักงาน และ 3) ความพึงพอใจในการทำงานส่งผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานบริษัทเบียร์ลาว (H3) โดยมีค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลทางตรงเท่ากับ .985 ดังนั้น ผู้บริหารควรให้ความสำคัญกับการออกแบบนโยบายการตลาดภายในที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ไปที่ความสุขและความพึงพอใจของพนักงาน</p> สิริวัณพร วงศ์พระจันทร์, สืบชาติ อันทะไชย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4283 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 แนวทางการออกแบบโมบายแอปพลิเคชันสำหรับ Gen Y เพื่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4210 <p>การศึกษาแนวทางการออกแบบโมบายแอปพลิเคชันสำหรับ Gen Y เพื่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร และ 2. เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของแนวทางการออกแบบโมบายแอปพลิเคชันสำหรับ Gen Y เพื่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญมีจำนวนทั้งสิ้น 20 ราย</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า การรวบรวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ โดยมีเขตพื้นที่การปกครอง 11 เขต เป็นเขตที่เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวและเดินทางสะดวก โดยศึกษารายละเอียดสถานที่ เวลา-วันทำการ การเดินทาง ประเภทแหล่งท่องเที่ยว และผลการศึกษาความเป็นไปได้ของแนวทางการออกแบบโมบายแอปพลิเคชันเพื่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร 1. ด้านเนื้อหา เข้าถึงได้ง่ายไม่ซับซ้อน และควรมีการจัดรูปแบบที่เหมาะสมชัดเจน ควรมีการรองรับหลายภาษา เนื้อหามีความสมบูรณ์และน่าสนใจ ครอบคลุมทุกประเภทของสถานที่ต่าง ๆ 2. ด้านการใช้งาน ควรรองรับระบบ iOS และ Android เพื่อให้นักท่องเที่ยวดาวน์โหลดใช้สะดวก ควรมีความปลอดภัยการเข้าถึงระบบการยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ควรมีแถบค้นหาที่เด่นชัดโดยใช้ไอคอนและปุ่มที่สื่อความหมายชัดเจน 3. ด้านการใช้ประโยชน์ ควรช่วยในการวางแผนการเดินทางบอกเส้นทางแบบเรียลไทม์เพื่อสร้างคู่มือการท่องเที่ยว ควรมีฟังก์ชันบันทึกและแบ่งปันประสบการณ์ และเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์แนะนำสถานที่ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯได้อย่างครอบคลุม 4. ด้านการออกแบบและรูปแบบการนำเสนอ ควรมีความเรียบง่าย ใช้โทนสีและธีมที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติสบายตา ควรมีหมวดหมู่แหล่งท่องเที่ยว การเดินทาง และเวลาเปิด-ปิดที่ชัดเจน หน้าจอสามารถแยกประเภทการใช้งานและการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อแนะนำสถานที่และกิจกรรมที่เหมาะสมกับผู้ใช้เป็นการเพิ่มประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน</p> ภัคจิรา ตั้งตรงศักดา, ยุวดี จิตต์โกศล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4210 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 การวิเคราะห์ SWOT Analysis และ TOWS Matrix Analysis สู่การสร้างกลยุทธ์ ส่งเสริมการตลาดของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพขนมไทยบ้านจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4418 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกของวิสาหกิจชุมชนขนมไทยบ้านจอมทอง โดยใช้ SWOT Analysis เพื่อพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ผลการวิเคราะห์จาก TOWS Matrix และเพื่อกำหนดแนวทางขยายตลาดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของวิสาหกิจชุมชนขนมไทยบ้านจอมทอง จังหวัดพิษณุโลก การวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มตัวอย่างคือ ประธานกลุ่ม รองประธานกลุ่ม และสมาชิกวิสาหกิจชุมชน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง รวม 21 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ SWOT Analysis และกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดด้วย TOWS Matrix ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการวิเคราะห์ SWOT จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ได้คะแนนถ่วงน้ำหนัก IFE Matrix เท่ากับ 2.60 และ EFE Matrix เท่ากับ 2.50 แสดงให้เห็นว่าองค์กรมีจุดแข็งภายในมากกว่าการรับมือกับปัจจัยภายนอก 2) ผลการวิเคราะห์ TOWS Matrix จากคะแนนถ่วงน้ำหนัก IFE Matrix และ EFE Matrix ตกช่องกลยุทธ์ เชิงรุก (SO) 3) ซึ่งมีแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ ดังนี้ ใช้สูตรดั้งเดิมและวัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่และการได้รับมาตรฐาน Clean Food Good Taste เพื่อเจาะตลาดของฝากหรือสินค้าพรีเมียม ผ่านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ใช้ความเชี่ยวชาญของสมาชิกวิสาหกิจชุมชน จัดกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม เช่น การสอนทำขนมไทย เพื่อสร้างรายได้รวมถึงดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในชุมชน และใช้ความนิยมของคนในท้องถิ่น หรือฐานลูกค้าประจำในการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านโซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มอื่น ๆ</p> ฤทธิ์เดชา ตาบุญใจ, กิตติภพ กันทา, สิริพร สีใจคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4418 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการซื้อประกันชีวิตของครัวเรือนไทย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3860 <p>ประกันชีวิตเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการวางแผนทางการเงินระยะยาว ใช้ในการบริหารความเสี่ยงที่ช่วยให้ผู้เอาประกันรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการทำประกันชีวิตของครัวเรือนไทย ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษามาจากการสำรวจเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ปี พ.ศ. 2566 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งสะท้อนถึงพฤติกรรมของครัวเรือนไทยในช่วงเวลาปัจจุบัน การวิเคราะห์ใช้แบบจำลองการถดถอยโลจิสติกส์แบบทวิ (Binary Logistic Regression) เพื่อประเมินความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระคือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนกับตัวแปรตามคือ การตัดสินใจซื้อประกันชีวิต (1 = ซื้อ, 0 = ไม่ซื้อ) นอกจากนี้ ได้มีการตรวจสอบปัญหาความสัมพันธ์ของตัวแปร (Multicollinearity) และใช้ค่าความคลาดเคลื่อนมาตรฐานแบบปรับปรุง (Heteroskedasticity-Robust Standard Errors) เพื่อให้การประมาณค่ามีความถูกต้อง</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า หัวหน้าครัวเรือนที่เป็นเพศชายมีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตน้อยกว่าเพศหญิงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หัวหน้าครัวเรือนที่มีสถานภาพสมรส และหม้าย หย่าหรือแยกกันอยู่มีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตมากกว่าหัวหน้าครัวเรือนที่มีสถานภาพโสดอย่างมีนัยสำคัญ หัวหน้าครัวเรือนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปมีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตมากกว่าผู้ที่มีการศึกษาต่ำกว่า ในขณะที่ครัวเรือนที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี มีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตมากขึ้น ส่วนครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปกลับมีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตน้อยลง นอกจากนี้ ครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูง มีมูลค่าสินทรัพย์มาก และมีภาระหนี้สินมาก มีแนวโน้มซื้อประกันชีวิตสูงขึ้น ครัวเรือนที่อาศัยในเขตเทศบาลมีแนวโน้มในการทำประกันชีวิตมากกว่าครัวเรือนที่อยู่นอกเขตเทศบาล จากผลการศึกษาสามารถสรุปได้ว่า ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตของครัวเรือนไทย การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของประกันชีวิตโดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย หรือไม่มีการศึกษาสูง อาจช่วยเพิ่มอัตราการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้กว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ ภาครัฐและบริษัทประกันควรออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับกลุ่มประชากรต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของระบบประกันชีวิตและสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับครัวเรือนไทยในระยะยาว</p> เจษฎาภรณ์ ยานุพรหม, สุกัณยา กิตติคุณงาม, สมบัติ คชายุทธ, ภัทริยา ศรีสุข, พรนิภา แคโอชา, วรรณา ชวนประสงค์, อธิพันธ์ วรรณสุริยะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3860 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 ตัวขับเคลื่อนการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซและผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5617 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซของผู้ประกอบการ และ 2) ศึกษาอิทธิพลของการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซของผู้ประกอบการต่อผลการดำเนินงาน โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กในประเทศไทย จำนวน 400 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า อิทธิพลตามกระแสของโซเชียลคอมเมิร์ซเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้โซเชียลคอมเมิร์ซของผู้ประกอบการมากที่สุด รองลงมาคือ ประโยชน์เชิงเปรียบเทียบและแรงกดดันจากผู้บริโภค ขณะที่การสนับสนุนจากผู้บริหารและความคุ้มค่าไม่พบอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในส่วนของผลการดำเนินงาน พบว่า การใช้โซเชียลคอมเมิร์ซส่งผลเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานทั้งผลการดำเนินงานที่ไม่ใช่ตัวชี้วัดทางการเงินและผลการดำเนินงานทางการเงิน โดยผลการดำเนินงานทางการเงินได้รับอิทธิพลสูงกว่า ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของโซเชียลคอมเมิร์ซในฐานะเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยยกระดับผลการดำเนินงานและความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กในยุคดิจิทัล</p> ปิยพัชร วิมลโสภณกิตติ, ภัทร์ศินี แสนสำแดง, อรจิตรา มีจันที ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5617 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 การศึกษาส่วนประสมการส่งเสริมการตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการร้านขายยา ในเขตอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3120 <p>การวิจัยเชิงปริมาณนี้มีวัตถุประสงค์คือเพื่อศึกษาพฤติกรรมการใช้บริการร้านขายยาของกลุ่มลูกค้า ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านขายยา และศึกษาส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด ที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านขายยา ในเขตอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริโภคที่เข้ารับบริการร้านขายยา ในเขตอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 403 คน ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและประมวลผลข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมานใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ โดยการทำตัวแปรหุ่น ในการทดสอบสมมติฐาน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุอยู่ในช่วง 21 – 30 ปี การศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี อาชีพเป็นพนักงานบริษัทเอกชน และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 20,000 บาท จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคที่ พบว่า พฤติกรรมผู้บริโภค ได้แก่ สินค้าที่ผู้บริโภคซื้อ สาเหตุที่ผู้บริโภคซื้อ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจซื้อ ลักษณะการซื้อของผู้บริโภค ส่งผลต่อการเลือกใช้บริการร้านขายยา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และพบว่า ปัจจัยส่วนประสมการส่งเสริมการตลาด ทั้งด้านการขายโดยพนักงาน และด้านการส่งเสริมการขาย ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการร้านขายยา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> นันท์นลิน เพ็ญพิมพ์, คมทัศน์ ทัศวา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3120 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่ายุติธรรมและการเปิดเผยข้อมูลของเครื่องมือทางการเงิน กับมูลค่าตลาด กรณีสถาบันการเงินไทย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4310 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างมูลค่ายุติธรรม และการเปิดเผยข้อมูลในหมายเหตุประกอบงบการเงินของเครื่องมือทางการเงินที่มีความสัมพันธ์กับมูลค่ากิจการ ตามราคาตลาด โดยแบ่งกลุ่มประชากรเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มธนาคาร กลุ่มประกันภัย และกลุ่มสถาบันการเงินอื่น (Non Bank) เก็บรวบรวมจากงบการเงินในกลุ่มธุรกิจดังกล่าวที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จำนวน 55 บริษัท ในช่วงปี 2558-2562 ใช้เทคนิคทางสถิติ Regression ผลการวิจัยพบว่า มูลค่ายุติธรรมและองค์ประกอบของการเปิดเผยข้อมูลของเครื่องมือทางการเงิน มีความสัมพันธ์โดยตรงกับมูลค่ากิจการตามราคาตลาดของกลุ่มสถาบันการเงินทั้งสามกลุ่ม เนื่องจากมูลค่ายุติธรรมและการเปิดเผยข้อมูลของเครื่องมือทางการเงิน เป็นเครื่องสะท้อนราคาที่เปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอได้ดีกว่าราคาทุนเดิม ซึ่งมีผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนโดยตรง โดยในส่วนของ การเปิดเผยข้อมูลของเครื่องมือทางการเงิน ยังให้ข้อมูลของความเสี่ยงที่ครอบคลุมความเสี่ยงโดยรวม ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาในต่างประเทศ โดยผลการวิจัยครั้งนี้ยังพบว่าปัจจัยอื่นที่มีผลต่อมูลค่ากิจการตามราคาตลาดอีก ได้แก่ ผลการดำเนินงานของสถาบันการเงิน มูลค่าตามบัญชีของเครื่องมือทางการเงิน มูลค่าเริ่มแรกของตราสารอนุพันธ์ทางการเงินส่วนมูลค่าตามบัญชีของรายการที่ไม่ใช่เครื่องมือทางการเงินไม่มีความสัมพันธ์ต่อมูลค่ากิจการตามราคาตลาดของสถาบันการเงินแต่อย่างใด</p> จักรพันธ์ พงษ์เภตรา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4310 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี: การประยุกต์ใช้โมเดลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับสอง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4748 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบโมเดลภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง เป็นนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการที่ลงทะเบียนเรียนในปีการศึกษา 2567 จำนวน 357 คน ด้วยวิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ พิจารณาจาก ค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?x^{2}" alt="equation" /> /df) มีค่าเท่ากับ 1.68 ค่า GFI เท่ากับ 0.95 ค่า AGFI เท่ากับ 0.92 ค่า CFI เท่ากับ 0.99 ค่า SRMR เท่ากับ 0.039 และ ค่า RMSEA เท่ากับ 0.044 โดยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษาคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ 16 ตัวบ่งชี้ 1) องค์ประกอบการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับบุคคลอื่น การมีศีลธรรมและมีจริยธรรมสูงในตนเอง การมองเห็นคุณค่าในตนเอง และความแน่วแน่ในอุดมคติ 2) องค์ประกอบการสร้างแรงบันดาลใจ มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การจูงใจให้บุคคลอื่นเกิดแรงบันดาลใจในการทำงาน การกระตุ้นจิตวิญญาณของทีม การนำเสนอวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน และความตั้งใจที่จะลงมือปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมาย 3) องค์ประกอบการกระตุ้นทางปัญญา มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การกระตุ้นให้ผู้ร่วมงานแสงดความคิดอย่างมีเหตุผล และการสร้างความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาให้กับผู้ร่วมงาน และ 4) องค์ประกอบการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล มี 4 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ การดูแลเอาใจใส่ความต้องการของผู้ร่วมงาน การพัฒนาศักยภาพของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้น การให้โอกาสผู้ร่วมงานได้เรียนรู้สิ่งใหม่ และการมอบหมายงานเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผู้ร่วมงาน ผลการวิจัยชี้ว่า การสร้างแรงบันดาลใจ และการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล เป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญสูงสุด ข้อค้นพบนี้สามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนและเสริมสร้างศักยภาพผู้นำในนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานยุคใหม่</p> รุ่งตะวัน บูรณ์พนากานต์, ธวัลรัตน์ กมลจรัสเวทย์, มนันญา ทองบ่อ, ธัญญ์นิธิ จิรพัฒนาพรสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4748 Wed, 25 Feb 2026 00:00:00 +0700