วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal <p><strong>วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี</strong></p> <p><strong>E-ISSN:</strong> 3056-9125 (Online)</p> <h3><strong><u>กำหนดการเผยแพร่ 6 ฉบับต่อปี</u></strong></h3> <ul> <li>ฉบับที่ 1 มกราคม – กุมภาพันธ์ (กำหนดออกเดือนกุมภาพันธ์)</li> <li>ฉบับที่ 2 มีนาคม – เมษายน (กำหนดออกเดือนเมษายน)</li> <li>ฉบับที่ 3 พฤษภาคม – มิถุนายน (กำหนดออกเดือนมิถุนายน)</li> <li>ฉบับที่ 4 กรกฎาคม – สิงหาคม (กำหนดออกเดือนสิงหาคม)</li> <li>ฉบับที่ 5 กันยายน – ตุลาคม (กำหนดออกเดือนตุลาคม)</li> <li>ฉบับที่ 6 พฤศจิกายน – ธันวาคม (กำหนดออกเดือนธันวาคม)</li> </ul> <p><strong><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์ : </span></span></strong><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการในกลุ่มสาขาต่าง ๆ ดังนี้</span></span></p> <ul> <li>บริหารธุรกิจ</li> <li>การจัดการทั่วไป</li> <li>นิเทศศาสตร์</li> <li>การบัญชี</li> <li>เศรษฐศาสตร์</li> <li>การจัดการการโรงแรมและการท่องเที่ยว</li> <li>สาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง</li> </ul> <p><span class="TextRun SCXW48558303 BCX8" lang="TH-TH" xml:lang="TH-TH" data-contrast="none"><span class="NormalTextRun SCXW48558303 BCX8" data-ccp-parastyle="Normal (Web)">ซึ่งเป็นผลงานจากบุคลากรของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและผู้เขียนจากหน่วยงานภายนอก เพื่อเป็นการเผยแพร่และส่งเสริมการนำผลการวิจัยไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและประเทศชาติ รวมทั้งเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทางวิชาการระหว่างคณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย และบุคคลทั่วไป โดยบทความที่ได้รับการตีพิมพ์นั้น ล้วนผ่านการประเมินคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะศาสตร์</span></span></p> th-TH <p><strong>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี</strong></p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้<br />ไม่ใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้จัดทำ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนบทความแต่ละท่าน</p> msudru.journal@udru.ac.th (รองศาสตราจารย์ ดร. ณัฐ อมรภิญโญ) msudru.journal@udru.ac.th (คุณชินโชติ หล้ามาชน) Tue, 30 Dec 2025 15:58:46 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 วารสารศาสตร์เชิงทางออกกับการพัฒนาเครื่องมือประเมินคุณภาพสื่อ: กรณีศึกษาการรายงานข่าวเศรษฐกิจครัวเรือนของไทยพีบีเอส https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4546 <p>การระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในระดับครัวเรือนของประเทศไทย ไทยพีบีเอสในฐานะสื่อสาธารณะได้กำหนด "เศรษฐกิจปากท้อง" เป็นวาระหลักของการนำเสนอข่าวในปี 2564 เพื่อสะท้อนปัญหาและนำเสนอทางออกให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลยุทธ์การรายงานข่าวของไทยพีบีเอสในประเด็นเศรษฐกิจครัวเรือน และพัฒนาเครื่องมือมอนิเตอร์สื่อเชิงคุณภาพเพื่อประเมินการทำงานขององค์กร</p> <p>การวิจัยใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ศึกษาข่าวจาก 3 แพลตฟอร์ม ได้แก่ โทรทัศน์ เว็บไซต์ และสื่อสังคมออนไลน์ จำนวน 3,996 ชิ้น โดยใช้กรอบการนำเสนอ Inform–Explain–Solution ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 68.9 ของเนื้อหาเน้นการเสนอทางออก ร้อยละ 19.3 เป็นเนื้อหาเชิงอธิบาย และร้อยละ 6.5 เน้นการให้ข้อมูล โดยใช้กรณีศึกษาที่ปฏิบัติได้จริง ช่วยให้ผู้รับสารเข้าใจปัญหา เห็นกระบวนการแก้ไข และปรับตัวด้านอาชีพและรายได้ และสะท้อนแนวคิดวารสารศาสตร์อธิบายความ (Explanatory Journalism) ผ่านการให้ข้อมูลจากหลายแหล่งและการอธิบายบริบทเชิงลึก ทำให้สังคมเข้าใจสถานการณ์อย่างมีเหตุผลและสามารถใช้ข้อมูลปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> <p>นอกจากนี้ งานวิจัยยังได้พัฒนาระบบ Machine Learning ร่วมกับ NECTEC โดยใช้กรอบ “ให้รู้–ให้คำอธิบาย–ให้ทางออก” กำกับข้อมูลข่าวจำนวน 6,121 ข้อความ เพื่อจำแนกประเภทข่าวแบบอัตโนมัติ และปรับปรุงโมเดลจนมีความแม่นยำร้อยละ 79 ถือเป็นต้นแบบการผสานการวิเคราะห์เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณกับเทคโนโลยี ML เพื่อยกระดับคุณภาพการทำงานเชิงบรรณาธิการ และสร้างฐานข้อมูลมาตรฐานที่สามารถใช้ประเมินคุณภาพข่าวเชิงสาธารณะได้อย่างเป็นระบบในระยะยาว ในการส่งเสริมความเข้าใจและสนับสนุนการแก้ปัญหาสังคมในยุคหลังโควิด-19 อย่างมีประสิทธิภาพ</p> อภิสิทธิ์ ศุภกิจเจริญ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สกุลศรี ศรีสารคาม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4546 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ของมูลค่าตามบัญชีค่าความนิยม ผลขาดทุนจากการด้อยค่าบัญชีค่าความนิยม และผลการดำเนินงาน ต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน ของบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มดัชนีสะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 100 ตัวแรก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3983 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความสัมพันธ์ของมูลค่าตามบัญชีค่าความนิยมต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของผลขาดทุนจากการด้อยค่าบัญชีค่าความนิยมต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ของผลการดำเนินงานต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มดัชนี SET100 ยกเว้นบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ระหว่างปี พ.ศ.2562–พ.ศ.2566 รวม 43 บริษัท ระหว่างปี พ.ศ.2562–พ.ศ.2566 รวม 215 รายปี สถิติที่ใช้ในการวิจัย สถิติเชิงพรรณนา และสถิติเชิงอนุมาน ด้วยการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า มูลค่าตามบัญชีค่าความนิยมมีความสัมพันธ์เชิงลบต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตนที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0<strong>.</strong>05 แสดงว่ามูลค่าความนิยมที่สูงขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนมูลค่าบัญชีที่มีตัวตนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผลขาดทุนจากการด้อยค่าบัญชีค่าความนิยมไม่มีความสัมพันธ์ต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตน และอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์เชิงบวกต่ออัตราส่วนมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตนที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0<strong>.</strong>05 สะท้อนว่าผลการดำเนินงานที่ดีช่วยเพิ่มมูลค่าทางบัญชีที่มีตัวตนของบริษัท</p> กาญจนา ภาคสี่พร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3983 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 พฤติกรรมการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4118 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) พฤติกรรมการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร 2) ปัจจัยส่วนประสมการตลาดของธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร <br />3) เปรียบเทียบจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลที่มีต่อพฤติกรรมการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร 4) อิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมการตลาดที่มีต่อพฤติกรรมการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร 5) เสนอแนะกลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร กลุ่มตัวอย่างเป็นลูกค้าที่ซื้อสินค้าและบริการประเภทอัญมณีและเครื่องประดับในเขตกรุงเทพมหานคร ทั้งที่จุดจำหน่ายสินค้า และที่ซื้อโดยผ่านช่องทาง Online จำนวน 400 คน และเจ้าของกิจการหรือผู้แทนด้านการตลาดธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับขนาดเล็กในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 5 แห่ง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาเป็นแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1) พฤติกรรมการเลือกซื้ออัญมณีและเครื่องประดับของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร โดยผู้บริโภคมีกระบวนการในการพิจารณาทางเลือกเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ส่วนประสมทางการตลาดมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับอยู่ในระดับมากที่สุด<br />3) ผู้บริโภคที่มีปัจจัยส่วนบุคคลแตกต่างกันมีพฤติกรรมการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p≤0.05) 4) ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการซื้ออัญมณีและเครื่องประดับ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านลักษณะทางกายภาพ ร้อยละ 22.60 อย่างมีนัยสําคัญ<br />ทางสถิติ (p≤0.05) และ 5) ข้อเสนอแนะกลยุทธ์การตลาดสำหรับธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ โดยกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับ (1) กลุ่มเครื่องประดับจากพลอยแท้ที่มีตัวเรือนเป็นงานชุบ คือ การขยายกลุ่มลูกค้าให้มีความหลากหลาย และการสำรวจความต้องการและข้อจำกัดในการซื้อสินค้า (2) กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับพลอยตัวเรือนเงิน และอัญมณีแบบไม่เข้าตัวเรือน คือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ให้เข้าถึงลูกค้าในทุกวัยและทุกกลุ่ม และ (3) กลุ่มเครื่องประดับมีทั้งตัวเรือนเงินแท้และทองแท้ อัญมณี เพชร และพลอย หรือออกแบบตามออเดอร์ คือ การมีหน้าร้านที่สะดวกต่อการเลือกสินค้าและบริการ รวมถึงเน้นการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มเดิม</p> พิมพ์ชนก ประสพนิล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4118 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อเพิ่มศักยภาพการขายสินค้า สำหรับผู้ประกอบการ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2431 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และ 2) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อเว็บแอปพลิเคชันการขายสินค้า กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ประกอบการกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ คือ เว็บแอปพลิเคชันอีคอมเมิร์ชการขายสินค้า และแบบประเมินความพึงพอใจต่อเว็บแอปพลิเคชันการขายสินค้าออนไลน์ สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจจากกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อเว็บแอปพลิเคชันการขายสินค้า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก</p> อนุพงษ์ สุขประเสริฐ, ดวงจันทร์ สีหาราช, เจษฎาพร ปาคำวัง, จิตรนันท์ ศรีเจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/2431 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อน้ำอัดลม ที่ใช้สารให้ความหวานแทนการใช้น้ำตาลของผู้บริโภค ในเขตกรุงเทพมหานคร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4336 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความไว้วางใจที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อ 2) ภาพลักษณ์ตราสินค้าที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อ และ 3) การสื่อสารแบบปากต่อปากบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลต่อความตั้งใจซื้อน้ำอัดลมที่ใช้สารให้ความหวานแทนการใช้น้ำตาล การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) มีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ วัยทำงานที่มีอายุ 18-60 ปี ที่อาศัยในเขตกรุงเทพมหานคร และมีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน (ค่าความเชื่อมั่นร้อยละ 95) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการใช้แบบสอบถาม และใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล 3 วิธีการ ได้แก่ 1) การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Analysis) 2) การวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงอนุมาน (Inferential Statistics) และ 3) การวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) ผลการวิจัยพบว่า ภาพลักษณ์ตราสินค้าและการสื่อสารแบบปากต่อปากบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีผลต่อความตั้งใจซื้อน้ำอัดลมที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (p &lt; 0.05) มีค่า Beta เท่ากับ 0.157 และ 0.446 ตามลำดับ ส่วนความไว้วางใจไม่มีผลต่อความตั้งใจซื้อน้ำอัดลมที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (p &gt; 0.05)</p> อรรถพร จันทร์จิระ, ปาลิดา ศรีศรกำพล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4336 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 แรงจูงใจ พฤติกรรมและความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยว ในชุมชนคาร์บอนต่ำจังหวัดมหาสารคาม https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4079 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแรงจูงใจ พฤติกรรม และความตั้งใจเชิงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในชุมชนคาร์บอนต่ำจังหวัดมหาสารคาม กลุ่มตัวอย่างคือนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในชุมชนคาร์บอนต่ำจังหวัดมหาสารคาม จำนวน 400 คน และสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p style="font-weight: 400;">ผลการวิจัยพบว่า แรงจูงใจหลักของนักท่องเที่ยวคือความปรารถนาที่จะได้รับประสบการณ์แปลกใหม่และแตกต่าง ซึ่งอยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.52) รองลงมาคือความต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่และศึกษาวัฒนธรรม (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.14) และความต้องการแสวงหาความสุขทางใจ เช่น การทำบุญ (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 3.57) ด้านพฤติกรรมการท่องเที่ยว พบว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการท่องเที่ยวและเยี่ยมชมสถานที่ (ร้อยละ 74.50) โดยเดินทางเป็นครั้งคราวร่วมกับเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงาน (ร้อยละ 37.00) ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเป็นพาหนะหลัก (ร้อยละ 37.25) ระยะเวลาในการเดินทางส่วนใหญ่ประมาณ 2 วัน (ร้อยละ 42.75) มีค่าใช้จ่ายอยู่ในช่วง 1,001-5,000 บาท (ร้อยละ 39.00) และรับข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจากสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลัก (ร้อยละ 52.50) สำหรับความตั้งใจเชิงพฤติกรรม พบว่านักท่องเที่ยวมีความตั้งใจกลับมาท่องเที่ยวซ้ำในอนาคตอยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.43) มีความเต็มใจแนะนำและบอกต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวให้กับเพื่อนและคนรู้จัก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.49) และมีความภูมิใจในการบอกเล่าประสบการณ์ที่ดี (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.24) ผลการวิจัยนี้สะท้อนถึงศักยภาพของการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ในชุมชนคาร์บอนต่ำจังหวัดมหาสารคาม และบ่งชี้โอกาสในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน</p> ชัยธวัช ศิริบวรพิทักษ์, เกรียงไกร นามนัย, กอบชัย นิกรพิทยา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4079 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 กระบวนการเรียนรู้ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) ที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ (e-LAAS) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดเลย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4253 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการเรียนรู้ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) ที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการใช้งานระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ (e-LAAS) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดเลย เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยแบบสอบถาม และใช้การวิเคราะห์การถดถอยอย่างง่าย (Simple Regression Analysis) ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร และใช้ข้อมูลจากพนักงานบัญชีหรือผู้ปฏิบัติงานด้านระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดเลย จำนวน 101 คน ผลการศึกษาพบว่า สองในห้ามิติของกระบวนการเรียนรู้ระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (e-LAAS) คือ ด้านความรู้ความสามารถ และด้านความเข้าใจในขั้นตอนการใช้ระบบมีความสัมพันธ์และมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับประสิทธิภาพการใช้งานระบบบัญชีคอมพิวเตอร์ (e-LAAS) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดเลย</p> นริศรา ธรรมรักษา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4253 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไร เงินปันผลต่อหุ้นและราคาหลักทรัพย์ ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3991 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการทำกำไรกับเงินปันผลต่อหุ้นและราคาหลักทรัพย์ รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเงินปันผลต่อหุ้นกับราคาหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กลุ่มตัวอย่างจำนวน 302 บริษัท ในปี พ.ศ. 2566 ตัวแปรอิสระประกอบด้วย อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตราการเติบโตของยอดขาย อัตรากำไรสุทธิ และกำไรสุทธิต่อหุ้น ตัวแปรตามประกอบด้วย เงินปันผลต่อหุ้น และราคาหลักทรัพย์ ตัวแปรควบคุมประกอบด้วย อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ และขนาดสินทรัพย์</p> <p style="font-weight: 400;">ผลการศึกษาพบว่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตรากำไรสุทธิ และกำไรสุทธิต่อหุ้นมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับเงินปันผลต่อหุ้น สำหรับอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตรากำไรสุทธิมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับราคาหลักทรัพย์ อีกทั้งเงินปันผลต่อหุ้นมีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับราคาหลักทรัพย์ การศึกษาครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการตัดสินใจเลือกลงทุนเพื่อประโยชน์สูงสุด ผู้บริหารสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้มีความเหมาะสม นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและข้อบังคับ เพื่อพัฒนาตลาดทุนให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น</p> กฤตพงศ์ วัชระนุกุล, ขวัญชนก ห่านนิมิตกุลชัย, วรวิทย์ กุลตังวัฒนา, ธิบดี สกุลวิชญธาดา, จักรกฤษณ์ กาฬหว้า, ณัฐศักดิ์ ศรีคำดอน, ปภาวิน กมุลละคร, ศรายุทธ ทวีคูณ, ภัคพล มินา, ดวงพร เพ็งสูงเนิน, นพสิทธิ์ นามพะทาย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3991 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์โดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างรายได้ กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดบ้านคุยนางขาว ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4675 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์โดยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อสร้างรายได้ กรณีศึกษาวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมอาชีพเพาะเห็ดบ้านคุยนางขาว ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย การวิจัยครั้งนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม จากกลุ่มผู้วิจัย กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ในชุมชน กลุ่มผู้บริโภค และกลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ แบบเจาะจง จำนวน 40 คน ส่วนที่ 2 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ จากกลุ่มตัวอย่าง สมาชิกชุมชน ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการจำหน่ายของฝาก ในจังหวัดหนองคาย แบบสโนว์บอล จำนวน 100 คน โดยแบ่งกระบวนการศึกษาออกเป็น 5 กระบวนการ ได้แก่ 1) การคัดเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อพัฒนาเป็นต้นแบบผลิตภัณฑ์ 2) การพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมเพื่อออกแบบต้นแบบบรรจุภัณฑ์ 3) การคัดเลือกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อดำเนินการผลิตต้นแบบบรรจุภัณฑ์ 4) การส่งเสริมช่องทางการตลาดเพื่อคำนวณต้นทุน กำหนดราคาขาย เปรียบเทียบราคาของผลิตภัณฑ์ก่อนและหลังการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ พัฒนาสื่อทางการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้ และทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และ 5) วิเคราะห์การสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ ผลตอบแทนจากการลงทุน และประเมินผลลัพธ์ทางสังคม เพื่อวิเคราะห์ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ และประเมินผลลัทธ์ทางสังคม</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า ผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ที่เหมาะสมที่สุดต้องมาจากวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น แปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบในชุมชน สามารถผลิตได้โดยทักษะของคนในชุมชน และสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ น้ำพริกเห็ด พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ด้วยบรรจุภัณฑ์ โดยการเลือกใช้โทนสีน้าตาล โทนอารมณ์สีสุขภาพดี ภาพประกอบจากเทคนิคการพิมพ์ และภาพสัญลักษณ์ ส่วนประกอบของการจัดองค์ประกอบ โลโก้สินค้า โลโก้ผู้ผลิต และภาพประกอบ เพื่อแสดงความแตกต่างให้เห็นเด่นชัด บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ 25 % ซึ่งมาจากบรรจุภัณฑ์ที่มีจุดเด่นน่าสนใจ โดยเพิ่มรายละที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ที่นอกจากจะนำเสนอให้เห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์ ยังสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ส่งเสริมช่องทางการตลาด คำนวณต้นทุน กำหนดราคาขาย เปรียบเทียบราคาของผลิตภัณฑ์ก่อนและหลังการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ พัฒนาสื่อทางการตลาด สร้างการรับรู้ และทดลองจำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุน พบว่า สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจมีผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น 25 % และมีผลลัพธ์ทางสังคมเพิ่มขึ้น 3.07 % สรุปได้ว่าจากการดำเนินงานของโครงการ ช่วยสร้างงานและเพิ่มรายได้ให้สมาชิกในชุมชน เสริมสร้างศักยภาพด้านทักษะการแปรรูปและการตลาด ยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและการลดความเปราะบางของกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ตลอดจนเป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งสามารถขยายผลและปรับใช้ในชุมชนอื่นได้ต่อไป</p> ทรัพย์ อมรภิญโญ, ถนอมศิลป์ จันคณากิติกุล, รัฐการ บัวศรี, หิรัญ แสวงแก้ว, ปริฉัตร วงศ์ปัจฉิม, กฤษดา ค้าเจริญ, ปนิตา จันทร์สงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4675 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรโรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไป ในอำเภอเมืองจังหวัดอุดรธานี https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5937 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัจจัยด้านบุคคล บทบาทในองค์กร ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน วัฒนธรรมองค์กร รางวัลและสวัสดิการ ภาวะผู้นำ และความผูกพันต่อองค์กร 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานในโรงแรม จังหวัดอุดรธานี 3 ดาวขึ้นไป ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในโรงแรมระดับ 3 ดาวขึ้นไป ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ระหว่างเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2568 จำนวน 150 คน สุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ของลิเคอร์ท สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือ สถิติพรรณนา และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) โดยคัดเลือกตัวแปรอิสระทั้งหมดเข้าไปในสมการถดถอยพร้อมกัน ผลการวิจัยพบว่า </p> <p> 1) โดยภาพรวมพนักงานมีความผูกพันต่อองค์กรในระดับมาก เมื่อพิจารณาความผูกพันต่อองค์กรในแต่ละด้านพบว่า ความผูกพันต่อองค์กรทุกด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือ ความผูกพันเชิงบรรทัดฐาน รองลงมาคือ ความผูกพันเชิงต่อเนื่อง และความผูกพันเชิงอารมณ์ ตามลำดับ</p> <p> 2) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานโรงแรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ มี 3 ปัจจัยได้แก่ ปัจจัยด้านบุคคล รางวัลและสวัสดิการ และภาวะผู้นำ โดยปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงที่สุด คือ รางวัลและสวัสดิการ รองลงมา คือ ภาวะผู้นำ และปัจจัยด้านบุคคล ตามลำดับ</p> <p>ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาระบบรางวัลและสวัสดิการของโรงแรม การเสริมสร้างภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพ และการทำความเข้าใจลักษณะส่วนบุคคลของพนักงาน เป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานโรงแรม</p> ณัฐกานต์ รุ่งเรือง, ปริชญา อุดมผล, โชติกา นาคประสูตร, ธีระพล คุณบุราณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/5937 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 ไทยพวนบ้านผือ: อัตลักษณ์ การอนุรักษ์ และการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4701 <p>กลุ่มชาติพันธุ์ไทยพวนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย โดยเฉพาะชุมชนไทยพวนในอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐาน การปรับตัว และการดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาประวัติความเป็นมาของชุมชนไทยพวนบ้านผือ (2) วิเคราะห์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (3) นำเสนอแนวทางการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยพวนในบริบทสังคมปัจจุบัน และ (4) พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนบนฐานอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน การศึกษาใช้วิธีการวิเคราะห์เอกสารทางประวัติศาสตร์ร่วมกับข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ของชุมชน โดยเน้นการศึกษาพิพิธภัณฑ์ไทยพวนบ้านผือซึ่งเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านภาษา ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และภูมิปัญญาพื้นบ้าน ผลการศึกษาพบว่า อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของไทยพวนบ้านผือประกอบด้วยภาษาและการสื่อสารแบบพวน ประเพณีและพิธีกรรมดั้งเดิม วิถีชีวิตชุมชน และภูมิปัญญาการทอผ้าขะม้าอีโป้มงคล 9 สี ซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างชัดเจน ชุมชนมีการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านการสืบทอดในครอบครัว กิจกรรมประเพณี การจัดการเรียนรู้ผ่านพิพิธภัณฑ์ และการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชน</p> <p>แม้ว่าชุมชนจะเผชิญความท้าทายในยุคโลกาภิวัตน์ เช่น การลดลงของผู้ใช้ภาษาพวนและการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต แต่ยังสามารถปรับตัวได้ผ่านการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การศึกษานี้เสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนไทยพวนบ้านผือโดยใช้ อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน เพื่อสร้างคุณค่าและความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว</p> พเยาว์ จันทรมงคล, นรเพชร ฟองอ่อน, จิรพร จันลา, ปิยะภรณ์ ไพทยาภรณ์, พิมพ์สิริ ชูศรีโฉม, สาวิณีย์ พลเยี่ยม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/4701 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700 แนวทางการพัฒนาปัจจัยมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ กับบริษัทหลักทรัพย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3883 <p>บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์ในการนำเสนอแนวทางการพัฒนาปัจจัยมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีผลต่อความสำเร็จทางการตลาดและผลการดำเนินงานที่ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ได้รับประโยชน์สูงสุด ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดการบริหารของบริษัทหลักทรัพย์และองค์การที่คล้ายกันโดยผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องกับบริษัทหลักทรัพย์จะได้สารสนเทศ ในการนำไปพัฒนายกระดับการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งนำไปปรับปรุงวิสัยทัศน์และพันธกิจเพื่อเพิ่มความสำเร็จของบริษัทหลักทรัพย์ ได้อย่างยั่งยืนต่อไป</p> ชุติพันธุ์ สุดเดือน, อนันต์ รัศมี, วิชิต สุรดินทร์กูร, นลินี สุรดินทร์กูร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/MSJournal/article/view/3883 Tue, 30 Dec 2025 00:00:00 +0700