https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/issue/feed วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ 2026-03-30T08:53:48+07:00 ดร. กฤษดา เชียรวัฒนสุข vcmbsjournal@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารฯ ครอบคลุมสาขาวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการโซ่อุปทานและกลยุทธ์ธุรกิจ ได้แก่ สาขาการตลาด การเงิน การบัญชี การจัดการธุรกิจ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์ การจัดการอุตสาหกรรม การจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรม การโฆษณา การสื่อสารตรา การประชาสัมพันธ์ ธุรกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในเชิงการจัดการโซ่อุปทานและกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจชุมชนและฐานราก</p> https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/6680 เกมของคนที่มองเห็นอนาคต : The Infinite Game 2026-03-30T08:53:48+07:00 เทิดศักดิ์ จันทะเดช 6524800437@rumail.ru.ac.th <p>หนังสือ <strong>“เกมของคนที่มองเห็นอนาคต”</strong> (The Infinite Game) โดย <strong>Simon Sinek</strong> เป็นงานที่นำเสนอกรอบของความคิด และแนวคิดโดยเน้นความแตกต่างระหว่าง&nbsp;<strong>เกมที่มีขอบเขต</strong> (Finite Game) ซึ่งมุ่งเน้นการเอาชนะและการบรรลุเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง กับ&nbsp;<strong>เกมที่ไม่มีขอบเขต</strong> (Infinite Game) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสร้างคุณค่าระยะยาว บทความนี้อธิบายว่าการมี&nbsp;<strong>ปณิธานอันดีงาม </strong>(Strong Purpose) เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในเกมที่ไม่มีขอบเขต โดยเน้นความสำคัญของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้อื่นและความยั่งยืน โดยมี ตัวอย่างของบุคคลและองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนก็ถูกนำมาอธิบายเพื่อประกอบความเข้าใจ และท้ายที่สุดผู้บรรยายแนะนำวิธีการระบุและพัฒนาปณิธานส่วนตัวให้ตรงตามหลักการของเกมที่ไม่มีขอบเขต</p> 2026-03-30T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5683 การประยุกต์หลักการ Lean และวิธีการ ECRS ในการออกแบบนวัตกรรมกระบวนการเทียบโอนผลการเรียน : กรณีศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 2025-11-11T15:21:04+07:00 ชาลี จิตรีผ่อง chalee_j@rmutt.ac.th สลิตตา สาริบุตร salitta_s@rmutt.ac.th <p>ระบบการเทียบโอนผลการเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยืดหยุ่นในระบบอุดมศึกษาของไทยตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 แต่ในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังพบปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ความล่าช้า เกณฑ์ประเมินที่ไม่ชัดเจน และภาระเอกสารที่มาก ทำให้การเคลื่อนย้ายของนักศึกษายากลำบากขึ้นและลดประสิทธิผลโดยรวม แม้แนวคิดการจัดการแบบลีนจะมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม แต่การนำมาใช้ในงานบริหารวิชาการในประเทศไทยยังขาดงานวิจัยเชิงลึก โดยเฉพาะในบริบทระบบราชการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นช่องว่างที่ควรสำรวจเพื่อพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาให้ดีขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สำรวจสภาพปัจจุบันและปัญหาของกระบวนการเทียบโอน (2) ทำความเข้าใจความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง และ (3) ออกแบบกระบวนการใหม่โดยใช้หลักการ ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, Simplify) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานชาติ ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามเกณฑ์ COREQ 32 ข้อ โดยเลือกตัวอย่างแบบเจาะจงจากนักศึกษาหลักสูตรเทียบโอนในห้าสาขาวิชา (รุ่นก่อนและปีการศึกษา 2567) กลุ่มคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่งานทะเบียนและวัดผล เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเชิงเอกสาร แล้วทำการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อหาสาเหตุของปัญหา</p> <p>ผลการศึกษาพบปัญหาหลักสามประการ คือ ความซับซ้อนของระบบเอกสารและความไม่ชัดเจนของเกณฑ์การประเมิน ความขาดประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสื่อสารและการติดตามสถานะที่ไม่เพียงพอ หลังนำ ECRS มาประยุกต์ ขั้นตอนลดจาก 11 เหลือ 7 ขั้นตอน (เพิ่มประสิทธิภาพร้อยละ 36) เวลาดำเนินการรวมลดจาก 116 เหลือ 8 วัน (ลดร้อยละ 93) และยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสกับความพึงพอใจของผู้ใช้ งานนี้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับประโยชน์ของแนวคิดลีนในระบบเทียบโอน โดยเสนอกรอบที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งอาจนำไปปรับใช้ในสถาบันอื่นเพื่อยกระดับการบริการและการเข้าถึงการศึกษา</p> 2026-03-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5725 การพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัยสูงจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรในชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา 2025-10-08T16:16:44+07:00 สรรเพชญ บรรลือวงศ์ komsanteera@gmail.com ญาดา เรียมริมมะดัน komsanteera@gmail.com คมสันต์ ธีระพืช komsanteera@gmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยพื้นฐานด้านต้นทุนการผลิตของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 2) ศึกษาการแปรรูปสินค้าเกษตรของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา และ 3) ศึกษารูปแบบการพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพปลอดภัยสูงจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรในชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา การวิจัยครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มส่งเสริมอาชีพ วิสาหกิจชุมชนและผู้นำชุมชน รวม 50 ราย ใช้วิธีการเลือกสุ่มตัวแบบเจาะจงและเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิจัยเชิงปริมาณมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกและอาสาสมัครรวม 120 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติด้วยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยพื้นฐานด้านต้นทุนการผลิตของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนภาพรวมเน้นด้านวัตถุดิบการแปรรูปจากผลผลิตทางเกษตรโดยตรง ด้านแรงงานจะใช้แรงงานในครอบครัว และด้านค่าใช้จ่ายช่วยกันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้มาตรฐาน 2) ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรเน้นความรู้ที่ทำอยู่ในการแปรรูปนำความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน การบริหารการผลิตและต้นทุนการผลิตเน้นจำหน่ายเองและมีการบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกครั้ง ขั้นตอนกระบวนการผลิตแปรรูปมีการฝึกอบรมและการเรียนรู้ผ่านออนไลน์นำมาพัฒนาต่อยอด และการเก็บวัตถุดิบและแหล่งที่มาของวัตถุดิบมีโรงเรือนในการแปรรูป และ 3) การพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรเน้นการบริหารด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพโดยจัดทำบัญชีต้นทุนและวางแผนการผลิต มีผลผลิตทางการเกษตรเน้นมาตรฐานคุณภาพและปลอดภัยอย่างเข้มงวด การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้มีระบบ และมีความหลากหลายให้กับผลผลิตเพิ่มโอกาสทางการตลาดที่หลากหลายขึ้น</p> 2026-03-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5574 ทักษะของนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม: การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ 2025-10-01T16:28:50+07:00 อุมาพร ทองมี nongnuchbutsalee@gmail.com ไกรวิทย์ หลีกภัย umaporn.thongmee72@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยด้านคุณลักษณะของนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม โดยศึกษาจากกิจการที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดำเนินการวิจัยโดยทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการวัดผลการดำเนินงานหลายด้านเพื่อรวบรวมคุณลักษณะที่เป็นไปได้ของนักบัญชี แต่ไม่ได้จัดกลุ่มคุณลักษณะ นำมาพัฒนาเป็นคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บัญชีในด้านต่างๆ ในธุรกิจโรงแรม สร้างเป็นแบบสอบถาม ผ่านการตรวจสอบความตรงของคำถามกับวัตถุประสงค์ของผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนี IOC ทุกข้อไม่ต่ำกว่า 0.5 ใช้แบบสอบถามดังกล่าว ในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ตัวอย่าง ข้อมูลที่ได้นำมาประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ หาค่าสถิติเชิงพรรณนา ดำเนินการการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ และดำเนินการลดตัวแปรให้กระชับด้วยเครื่องมือการหมุนแกนจากค่าของตัวแปรเพื่อให้เหลือตัวแปรที่มีลักษณะร่วมกัน</p> <p>จาก 40 ตัวแปรได้เป็นตัวแปรแฝงที่เหมาะสมที่แสดงถึงทักษะนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม 5 ตัวแปร ได้แก่ ความมุ่งมั่นทำทุกอย่างให้สำเร็จ การแก้ปัญหาแบบเปิดกว้าง การสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล ความมุ่งมั่นพัฒนาการทำงาน และความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาธุรกิจ โดยรวมอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 82.716 แสดงถึงความสามารถในการระบุตัวแปรแฝงที่เป็นแก่นหลักของข้อมูลได้ชัดเจน งานวิจัยนี้ได้ขยายขอบเขตความเข้าใจของงานวิจัยที่ผ่านมาในด้านทักษะของนักบัญชี โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในบริบทการทำงานในประเทศไทย</p> 2026-03-16T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5878 แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวด้วยการแปรรูปมะดันสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะดันในเขตจังหวัดนครนายก 2025-12-25T08:56:17+07:00 ภูริณัฐ ยมกนิษฐ์ purinat_y@mail.rmutt.ac.th รุจิกาญจน์ สานนท์ rung_ja@hotmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและกระบวนการจัดการของวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการแปรรูปมะดันในจังหวัดนครนายก 2) วิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมในการพัฒนาและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะดัน และ 3) ทดสอบอิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุผลต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวด้วยการแปรรูปมะดันสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้นำวิสาหกิจชุมชนจำนวน 20 คน สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณเก็บจากสมาชิกวิสาหกิจชุมชน 200 คน โดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และการถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า มะดันเป็นพืชถิ่นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจสีเขียว อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจชุมชนยังขาดเงินทุน เทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การรับรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสีเขียว การมีส่วนร่วมของชุมชน และความสามารถด้านนวัตกรรม มีอิทธิพลต่อแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากมะดัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p &lt; 0.05) ขณะที่การรับรู้คุณค่าผลิตภัณฑ์ไม่แสดงอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีส่วนสนับสนุนการพัฒนากรอบแนวคิดด้านนวัตกรรมสีเขียวและสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสีเขียวสำหรับวิสาหกิจชุมชน และสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานรัฐควรสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เงินทุน และองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นในระบบเศรษฐกิจสีเขียว</p> 2026-03-26T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5575 คุณภาพการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผลกระทบต่อความพึงพอใจ ของผู้รับบริการ กรณีศึกษาบริษัท เอ็นดับบลิว ซอร์ฟเทค จำกัด 2025-11-11T15:18:51+07:00 จิรกฤต ยันตระศรี lisonnon@gmail.com วัชระ ยี่สุ่นเทศ dr.watchara@yahoo.com <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณภาพการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผลกระทบต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการ กรณีศึกษาบริษัท เอ็นดับบลิว ซอร์ฟเทค จำกัด 2) ความพึงพอใจของผู้รับบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจการให้บริการจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล และ 4) ศึกษาคุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยใช้ทฤษฎี SERVQUAL และทฤษฎีความพึงพอใจเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน 60 คน ซึ่งมาจากประชากรทั้งหมด 71 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ t-test, ANOVA และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 51–60 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 5 ปี โดยรวมผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการอยู่ในระดับดี ปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือและการตอบสนองต่อลูกค้าเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ไม่มีความแตกต่างด้านความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น บริษัทควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา และการสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจที่ยั่งยืนในระยะยาว</p> 2026-03-27T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ