วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS
<p>วารสารฯ ครอบคลุมสาขาวิชาที่มีความเกี่ยวข้องกับการจัดการโซ่อุปทานและกลยุทธ์ธุรกิจ ได้แก่ สาขาการตลาด การเงิน การบัญชี การจัดการธุรกิจ การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ การจัดการโลจิสติกส์ การจัดการอุตสาหกรรม การจัดการการท่องเที่ยวและโรงแรม การโฆษณา การสื่อสารตรา การประชาสัมพันธ์ ธุรกิจดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในเชิงการจัดการโซ่อุปทานและกลยุทธ์ธุรกิจ ตลอดจนงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจชุมชนและฐานราก</p>
สมาคมส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์วิทยาลัยทองสุข และ โครงการบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต เพื่อความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
th-TH
วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
2822-0226
-
เกมของคนที่มองเห็นอนาคต : The Infinite Game
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/6680
<p>หนังสือ <strong>“เกมของคนที่มองเห็นอนาคต”</strong> (The Infinite Game) โดย <strong>Simon Sinek</strong> เป็นงานที่นำเสนอกรอบของความคิด และแนวคิดโดยเน้นความแตกต่างระหว่าง <strong>เกมที่มีขอบเขต</strong> (Finite Game) ซึ่งมุ่งเน้นการเอาชนะและการบรรลุเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจง กับ <strong>เกมที่ไม่มีขอบเขต</strong> (Infinite Game) ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสร้างคุณค่าระยะยาว บทความนี้อธิบายว่าการมี <strong>ปณิธานอันดีงาม </strong>(Strong Purpose) เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในเกมที่ไม่มีขอบเขต โดยเน้นความสำคัญของการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้อื่นและความยั่งยืน โดยมี ตัวอย่างของบุคคลและองค์กรที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนก็ถูกนำมาอธิบายเพื่อประกอบความเข้าใจ และท้ายที่สุดผู้บรรยายแนะนำวิธีการระบุและพัฒนาปณิธานส่วนตัวให้ตรงตามหลักการของเกมที่ไม่มีขอบเขต</p>
เทิดศักดิ์ จันทะเดช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-30
2026-03-30
5 1
87
90
-
การประยุกต์หลักการ Lean และวิธีการ ECRS ในการออกแบบนวัตกรรมกระบวนการเทียบโอนผลการเรียน : กรณีศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5683
<p>ระบบการเทียบโอนผลการเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยืดหยุ่นในระบบอุดมศึกษาของไทยตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 แต่ในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังพบปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ความล่าช้า เกณฑ์ประเมินที่ไม่ชัดเจน และภาระเอกสารที่มาก ทำให้การเคลื่อนย้ายของนักศึกษายากลำบากขึ้นและลดประสิทธิผลโดยรวม แม้แนวคิดการจัดการแบบลีนจะมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม แต่การนำมาใช้ในงานบริหารวิชาการในประเทศไทยยังขาดงานวิจัยเชิงลึก โดยเฉพาะในบริบทระบบราชการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นช่องว่างที่ควรสำรวจเพื่อพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาให้ดีขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สำรวจสภาพปัจจุบันและปัญหาของกระบวนการเทียบโอน (2) ทำความเข้าใจความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง และ (3) ออกแบบกระบวนการใหม่โดยใช้หลักการ ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, Simplify) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานชาติ ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามเกณฑ์ COREQ 32 ข้อ โดยเลือกตัวอย่างแบบเจาะจงจากนักศึกษาหลักสูตรเทียบโอนในห้าสาขาวิชา (รุ่นก่อนและปีการศึกษา 2567) กลุ่มคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่งานทะเบียนและวัดผล เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเชิงเอกสาร แล้วทำการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อหาสาเหตุของปัญหา</p> <p>ผลการศึกษาพบปัญหาหลักสามประการ คือ ความซับซ้อนของระบบเอกสารและความไม่ชัดเจนของเกณฑ์การประเมิน ความขาดประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสื่อสารและการติดตามสถานะที่ไม่เพียงพอ หลังนำ ECRS มาประยุกต์ ขั้นตอนลดจาก 11 เหลือ 7 ขั้นตอน (เพิ่มประสิทธิภาพร้อยละ 36) เวลาดำเนินการรวมลดจาก 116 เหลือ 8 วัน (ลดร้อยละ 93) และยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสกับความพึงพอใจของผู้ใช้ งานนี้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับประโยชน์ของแนวคิดลีนในระบบเทียบโอน โดยเสนอกรอบที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งอาจนำไปปรับใช้ในสถาบันอื่นเพื่อยกระดับการบริการและการเข้าถึงการศึกษา</p>
ชาลี จิตรีผ่อง
สลิตตา สาริบุตร
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-16
2026-03-16
5 1
1
17
-
การพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัยสูงจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรในชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5725
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยพื้นฐานด้านต้นทุนการผลิตของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา 2) ศึกษาการแปรรูปสินค้าเกษตรของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนจังหวัดฉะเชิงเทรา และ 3) ศึกษารูปแบบการพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพปลอดภัยสูงจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืนของกลุ่มเกษตรในชุมชน จังหวัดฉะเชิงเทรา การวิจัยครั้งนี้ใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มส่งเสริมอาชีพ วิสาหกิจชุมชนและผู้นำชุมชน รวม 50 ราย ใช้วิธีการเลือกสุ่มตัวแบบเจาะจงและเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิจัยเชิงปริมาณมีกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกและอาสาสมัครรวม 120 ราย การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติด้วยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยพื้นฐานด้านต้นทุนการผลิตของกลุ่มเกษตรกรในชุมชนภาพรวมเน้นด้านวัตถุดิบการแปรรูปจากผลผลิตทางเกษตรโดยตรง ด้านแรงงานจะใช้แรงงานในครอบครัว และด้านค่าใช้จ่ายช่วยกันลดต้นทุนค่าใช้จ่ายให้ได้มาตรฐาน 2) ด้านการแปรรูปสินค้าเกษตรเน้นความรู้ที่ทำอยู่ในการแปรรูปนำความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดให้เป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน การบริหารการผลิตและต้นทุนการผลิตเน้นจำหน่ายเองและมีการบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกครั้ง ขั้นตอนกระบวนการผลิตแปรรูปมีการฝึกอบรมและการเรียนรู้ผ่านออนไลน์นำมาพัฒนาต่อยอด และการเก็บวัตถุดิบและแหล่งที่มาของวัตถุดิบมีโรงเรือนในการแปรรูป และ 3) การพัฒนาด้านต้นทุนการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตรเน้นการบริหารด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพโดยจัดทำบัญชีต้นทุนและวางแผนการผลิต มีผลผลิตทางการเกษตรเน้นมาตรฐานคุณภาพและปลอดภัยอย่างเข้มงวด การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนให้มีระบบ และมีความหลากหลายให้กับผลผลิตเพิ่มโอกาสทางการตลาดที่หลากหลายขึ้น</p>
สรรเพชญ บรรลือวงศ์
ญาดา เรียมริมมะดัน
คมสันต์ ธีระพืช
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-16
2026-03-16
5 1
18
34
-
ทักษะของนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม: การวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5574
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจปัจจัยด้านคุณลักษณะของนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม โดยศึกษาจากกิจการที่ดำเนินธุรกิจโรงแรมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดำเนินการวิจัยโดยทบทวนวรรณกรรมเกี่ยวกับการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการวัดผลการดำเนินงานหลายด้านเพื่อรวบรวมคุณลักษณะที่เป็นไปได้ของนักบัญชี แต่ไม่ได้จัดกลุ่มคุณลักษณะ นำมาพัฒนาเป็นคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บัญชีในด้านต่างๆ ในธุรกิจโรงแรม สร้างเป็นแบบสอบถาม ผ่านการตรวจสอบความตรงของคำถามกับวัตถุประสงค์ของผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน ได้ค่าดัชนี IOC ทุกข้อไม่ต่ำกว่า 0.5 ใช้แบบสอบถามดังกล่าว ในการรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 ตัวอย่าง ข้อมูลที่ได้นำมาประมวลผลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ หาค่าสถิติเชิงพรรณนา ดำเนินการการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงสำรวจ และดำเนินการลดตัวแปรให้กระชับด้วยเครื่องมือการหมุนแกนจากค่าของตัวแปรเพื่อให้เหลือตัวแปรที่มีลักษณะร่วมกัน</p> <p>จาก 40 ตัวแปรได้เป็นตัวแปรแฝงที่เหมาะสมที่แสดงถึงทักษะนักบัญชีในธุรกิจโรงแรม 5 ตัวแปร ได้แก่ ความมุ่งมั่นทำทุกอย่างให้สำเร็จ การแก้ปัญหาแบบเปิดกว้าง การสื่อสารที่สัมฤทธิ์ผล ความมุ่งมั่นพัฒนาการทำงาน และความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาธุรกิจ โดยรวมอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 82.716 แสดงถึงความสามารถในการระบุตัวแปรแฝงที่เป็นแก่นหลักของข้อมูลได้ชัดเจน งานวิจัยนี้ได้ขยายขอบเขตความเข้าใจของงานวิจัยที่ผ่านมาในด้านทักษะของนักบัญชี โดยเน้นไปที่ธุรกิจโรงแรมในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในบริบทการทำงานในประเทศไทย</p>
อุมาพร ทองมี
ไกรวิทย์ หลีกภัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-16
2026-03-16
5 1
35
50
-
แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวด้วยการแปรรูปมะดันสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปมะดันในเขตจังหวัดนครนายก
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5878
<p>การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและกระบวนการจัดการของวิสาหกิจชุมชนที่ดำเนินการแปรรูปมะดันในจังหวัดนครนายก 2) วิเคราะห์ปัจจัยสภาพแวดล้อมในการพัฒนาและการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากมะดัน และ 3) ทดสอบอิทธิพลของปัจจัยเชิงสาเหตุผลต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวด้วยการแปรรูปมะดันสู่ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้นำวิสาหกิจชุมชนจำนวน 20 คน สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณเก็บจากสมาชิกวิสาหกิจชุมชน 200 คน โดยใช้แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา สถิติเชิงพรรณนา และการถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า มะดันเป็นพืชถิ่นที่มีศักยภาพในการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจสีเขียว อย่างไรก็ตาม วิสาหกิจชุมชนยังขาดเงินทุน เทคโนโลยีสมัยใหม่ และระบบการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การรับรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสีเขียว การมีส่วนร่วมของชุมชน และความสามารถด้านนวัตกรรม มีอิทธิพลต่อแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากมะดัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ขณะที่การรับรู้คุณค่าผลิตภัณฑ์ไม่แสดงอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น งานวิจัยนี้จึงมีส่วนสนับสนุนการพัฒนากรอบแนวคิดด้านนวัตกรรมสีเขียวและสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสีเขียวสำหรับวิสาหกิจชุมชน และสะท้อนถึงความจำเป็นที่หน่วยงานรัฐควรสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เงินทุน และองค์ความรู้ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันและความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์พื้นถิ่นในระบบเศรษฐกิจสีเขียว</p>
ภูริณัฐ ยมกนิษฐ์
รุจิกาญจน์ สานนท์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-26
2026-03-26
5 1
51
67
-
คุณภาพการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผลกระทบต่อความพึงพอใจ ของผู้รับบริการ กรณีศึกษาบริษัท เอ็นดับบลิว ซอร์ฟเทค จำกัด
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/VCMBS/article/view/5575
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) คุณภาพการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและผลกระทบต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการ กรณีศึกษาบริษัท เอ็นดับบลิว ซอร์ฟเทค จำกัด 2) ความพึงพอใจของผู้รับบริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 3) เปรียบเทียบความพึงพอใจการให้บริการจำแนกตามข้อมูลส่วนบุคคล และ 4) ศึกษาคุณภาพการให้บริการที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้รับบริการ โดยใช้ทฤษฎี SERVQUAL และทฤษฎีความพึงพอใจเป็นกรอบแนวคิดในการศึกษากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร จำนวน 60 คน ซึ่งมาจากประชากรทั้งหมด 71 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม ประกอบด้วย 4 ส่วน ได้แก่ ข้อมูลส่วนบุคคล ความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณภาพการให้บริการ ความพึงพอใจ และข้อเสนอแนะ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติพรรณนา เช่น ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน ได้แก่ t-test, ANOVA และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการศึกษาพบว่าผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 51–60 ปี ระดับการศึกษาปริญญาตรี และมีประสบการณ์การทำงานประมาณ 5 ปี โดยรวมผู้ใช้บริการมีระดับความพึงพอใจในคุณภาพการให้บริการอยู่ในระดับดี ปัจจัยด้านความน่าเชื่อถือและการตอบสนองต่อลูกค้าเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์การทำงาน ไม่มีความแตกต่างด้านความพึงพอใจอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ดังนั้น บริษัทควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร การแก้ไขปัญหา และการสร้างความมั่นใจแก่ลูกค้า เพื่อสร้างความพึงพอใจที่ยั่งยืนในระยะยาว</p>
จิรกฤต ยันตระศรี
วัชระ ยี่สุ่นเทศ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-27
2026-03-27
5 1
68
86