วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru <p><strong>วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง</strong></p> <p>ISSN 3088-2494 (Print)</p> <p>ISSN 3088-2508 (Online)</p> <p>วารสารราย 6 เดือน ตีพิมพ์เผยแพร่ 2 ฉบับต่อปี<br />• ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน <br />• ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p>บัณฑิตศึกษา คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ 10240 โทร. 02-310-8250 ต่อ 7</p> <p>วารสารมีนโยบายรับวารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงรับตีพิมพ์ผลงานวิชาการในรูปแบบบทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ และบทวิจารณ์หนังสือภาษาไทยหรือภาษาต่างประเทศด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ได้แก่ สาขาวิชาภาษาและวรรณคดี วัฒนธรรมและวัฒนธรรมศึกษา การแปล สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ประวัติศาสตร์ ปรัชญาและศาสนา บรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบทความจะต้องไม่เคยตีพิมพ์ในวารสารและไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น</p> <p>การตีพิมพ์บทความต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง <span style="font-size: 0.875rem;">จำนวน 3 ท่าน จากหลากหลายสถาบันที่ไม่ใช่สถาบันที่ผู้เขียนบทความสังกัด หลักเกณฑ์การกลั่นกรองและการประเมินคุณภาพบทความสอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานการประเมินคุณภาพบทความ โดยผู้ประเมินจะไม่เห็นชื่อหรือข้อมูลของผู้เขียนบทความ และผู้เขียนจะบทความไม่ทราบผู้ประเมิน (double blind review)</span></p> <p> </p> <p> </p> th-TH pa_prapat@ru.ac.th (รศ.ดร.ประภาส พาวินันท์ (Assoc. Prof. Dr. Prapat Pawinun) ) wanvi2@hotmail.com (คุณวรรณวิสาข์ พลขยัน (Wanvisa Phonkayun)) Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ: กาลามสูตร หรือ กามาสูตร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6159 รศ. ดร. ประภาส พาวินันท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6159 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความงามในพระนิพนธ์ประเภทกาพย์เห่เรือและกาพย์ห่อโคลง ของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5492 <p>บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความงามในพระนิพนธ์ประเภทกาพย์เห่เรือและกาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ ผลการศึกษาพบความงาม 3 ประการ ได้แก่ ความงามด้านเสียง ความงามด้านความหมาย และความงามด้านภาพในจิต โดยความงามทั้ง 3 ประการ ดังกล่าว เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พระนิพนธ์ประเภทกาพย์เห่เรือและกาพย์ห่อโคลงของเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ มีความไพเราะงดงาม จนเป็นที่นิยมของผู้รักในวรรณคดีไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน</p> ดร. ณัฐวุฒิ คล้ายสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5492 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 กระบี่กระบอง: มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของไทย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5770 <p><strong>บทคัดย่อ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บทความนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของการเล่นกระบี่กระบอง&nbsp; คุณค่าและภูมิปัญญาที่แฝงอยู่ในกระบี่กระบอง&nbsp; และสถานภาพปัจจุบันของการเล่นกระบี่กระบอง&nbsp; โดยใช้ข้อมูลจากเอกสารและข้อมูลภาคสนามที่ได้จากการสังเกตุการณ์การฝึกซ้อม การแสดง การแข่งขัน และการสัมภาษณ์ผู้เล่นและผู้เชี่ยวชาญ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษาพบว่า กระบี่กระบองเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวของไทยที่มีมาแต่สมัยโบราณ ในอดีตมีบทบาทสำคัญในการสู้รบทำสงครามเพื่อรักษาเอกราชและเพื่อขยายอาณาเขต ในระยะแรกของการเล่นกระบี่กระบองเป็นการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมในการสู้รบ โดยเอาหวายมาทำจำลองเป็นอาวุธที่ใช้สู้รบกันในสมัยโบราณ เช่น กระบี่ ดาบ ง้าว พลอง เป็นต้น และเอาหวายหรือหนังมาทำเป็น โล่ เขน และดั้ง แล้วมาจัดต่อสู้กันเหมือนการต่อสู้จริงในสนามรบ&nbsp; ต่อมาได้มีการประยุกต์ให้การฝึกซ้อมเกิดความสนุกสนานโดยแทรกกิจกรรมเชิงสันทนาการ และการแข่งขัน เพื่อมิให้เกิดความเบื่อหน่ายในการฝึกซ้อม ส่งผลให้กระบี่กระบองพัฒนาจากการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมรบ มาเป็นการเล่น การแสดง และการกีฬา ที่จำลองการสู้รบด้วยอาวุธไทยโบราณ รวมทั้งการแสดงในราชสำนัก&nbsp; นอกจากนี้ยังพบคุณค่าและภูมิปัญญาในด้านต่าง ๆ ทั้งในด้านศิลปะและวัฒนธรรม ในการต่อสู้ป้องกันตัว ตลอดจนการพัฒนาจิตใจ วินัย และคุณธรรม ที่แฝงอยู่ในกระบี่กระบอง ซึ่งปรากฏผ่านระเบียบแบบแผนและหลักจริยธรรม ทั้งในการฝึกฝนและในการแสดงกระบี่กระบอง&nbsp; สถานภาพของการเล่นกระบี่กระบองในปัจจุบัน มีหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมกีฬากระกระบองหลายหน่วยงาน มีการจัดการแข่งขันในระดับต่าง ๆ มีการฝึกและการสอนทั้งในโรงเรียนและสถาบันการศึกษา&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตามผลการศึกษายังสะท้อนถึงแนวโน้มการลดลงของความนิยมและการสืบทอดศิลปะการต่อสู้นี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมชิ้นนี้</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; กระบี่กระบอง; ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม; ศิลปะการต่อสู้</p> ผศ. ดร. กิติยวดี ชาญประโคน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5770 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 สักขาลายล้านนา: จากอัตลักษณ์โบราณสู่มรดกทางวัฒนธรรมร่วมสมัย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6024 <p><strong>บทคัดย่อ</strong></p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา "สักขาลายล้านนา" จากอัตลักษณ์ดั้งเดิมสู่การเป็นทุนทางวัฒนธรรมในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยวิเคราะห์ผ่านทฤษฎีทุนทางวัฒนธรรมของ ปิแอร์ บูร์ดิเยอ ผลการศึกษาพบว่าอัตลักษณ์ "ลาวพุงดำ" ในอดีต สามารถจำแนกรูปแบบการสักจากหลักฐานจิตรกรรมฝาผนังได้ 4 ประเภทหลัก ซึ่งสะท้อนสถานะทางสังคมและคติความเชื่อ สำหรับในบริบทร่วมสมัย ลวดลายที่มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็น Soft Power คือ "มอม" และ "ปะลู" ผ่านกลไก "การค้าบนร่างกาย" (Body Commercialize) ที่สร้างรายได้เชิงพาณิชย์</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อย่างไรก็ตาม องค์ความรู้ดั้งเดิมซึ่งเป็นความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) กำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการสูญหาย บทความนี้จึงเสนอแนวทางการจัดการโดยบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแปลงองค์ความรู้ด้านสูตรหมึกและอักขระให้เป็นฐานข้อมูลดิจิทัล (Explicit Knowledge) ควบคู่กับการส่งเสริมการออกแบบผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่คำนึงถึงจริยธรรม เพื่อยกระดับมรดกทางวัฒนธรรมล้านนาสู่ความยั่งยืน</p> รศ. วิโรจ นาคชาตรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6024 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 โรโมยุเลียดคำกลอน: การศึกษาเชิงประวัติและกลวิธีการประพันธ์ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5967 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะศึกษา <em>โรโมยุเลียดคำกลอน</em> เชิงประวัติ ตลอดจนกลวิธี การประพันธ์ ซึ่งผู้แต่งคือนายพลอย ทหารมหาดเล็ก สมาชิกหอพระสมุดวชิรญาณและเป็นกวีสมัครเล่น ผลการศึกษาพบว่า<em> โรโมยุเลียดคำกลอน</em> เป็นวรรณกรรมที่มีที่มาจากพระนิพนธ์แปลร้อยแก้วเรื่อง <em>นิทานเรื่องโรโมยุเลียด</em> ในพระองค์เจ้าวรวรรณากร หรือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ โดยเผยแพร่ลงใน <em>วชิรญาณ</em> เมื่อ พ.ศ.2440 นอกจากนี้ <em>โรโมยุเลียดคำกลอน</em> ยังเป็นหลักฐานวรรณกรรมเรื่อง <em>โรเมโอและ จูเลียด</em> ที่แต่งเป็นร้อยกรองภาษาไทยเรื่องแรก แสดงถึงความสนใจของกวีที่สนใจนำเรื่องแปลกใหม่ บำรุงสติปัญญาผู้อ่านมาเผยแพร่แก่สมาชิกหนังสือ <em>วชิรญาณ</em> ด้านกลวิธีการประพันธ์ นายพลอย ทหารมหาดเล็กแต่ง<em> โรโมยุเลียดคำกลอน</em> ด้วยกลอนสุภาพ มีศิลปะการประพันธ์ทั้งด้านการใช้คำ การใช้เสียงสัมผัส การใช้บทสนทนาดำเนินเรื่องเป็นกลอนสุภาพ ขณะเดียวกันผู้แต่งเป็นผู้มีความรู้ทางภาษาและการแต่งคำประพันธ์</p> ผศ. ดร. สหะโรจน์ กิตติมหาเจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/5967 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ศรัทธาหรือตัณหา : สุนทรียศาสตร์แห่งทวิภาวะใน La Morte amoureuse ของเตโอฟีล โกติเยร์ https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6062 <p><strong> </strong>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ <em>La Morte amoureuse</em> ของเตโอฟีล โกติเยร์ (Théophile Gautier) โดยเสนอว่า “ทวิภาวะ” (la dualité) คือกลไกสำคัญที่ผู้ประพันธ์ใช้เพื่อสำรวจธรรมชาติความเป็นมนุษย์ ผ่านตัวละครโรมูอัลด์ ผู้ดำรงชีวิตระหว่างศรัทธาและตัณหา การวิเคราะห์แบ่งเป็นสามประเด็นหลัก ได้แก่ (1) ภาคนักบวช ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอัตลักษณ์ทางศาสนาที่ดูมั่นคงและบริสุทธิ์นั้นตั้งอยู่บนการกดทับแรงขับตามธรรมชาติ อันกลายเป็นรากฐานของความเปราะบางในเวลาต่อมา (2) ภาคนักรัก ที่พิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างโรมูอัลด์และคลาริมงด์ แวมไพร์สาวที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้กำเนิดอัตลักษณ์ใหม่ของโรมูอัลด์ ผ่านสุนทรียะแห่งความย้อนแย้ง ไม่ว่าจะเป็นความศักดิ์สิทธิ์และบาป ความงดงามและความสยดสยอง และ (3) ภาคชีวิตสองภพ ซึ่งเผยให้เห็นโรมูอัลด์ในฐานะสนามรบทางจิตวิญญาณที่ศรัทธาและตัณหาต่างช่วงชิงอำนาจเหนืออัตลักษณ์ โดยไม่มีฝ่ายใดมีชัยอย่างแท้จริง ผลการศึกษาพบว่าโกติเยร์ใช้มิติความเหนือจริงเป็นกลวิธีทางวรรณศิลป์ เพื่อเผยให้เห็นว่าแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์มิได้ดำรงอยู่ในสภาวะความเป็นหนึ่งเดียว หากตั้งอยู่บน “ทวิภาวะ” อย่างเป็นนิรันดร์</p> <p><strong>คำสำคัญ</strong><strong> : </strong>ทวิภาวะ, อัตลักษณ์, <em>La Morte amoureuse</em>, เตโอฟีล โกติเยร์, ศรัทธาและตัณหา</p> ดร. พุฒิตา สงวนไทร เลอแพรงซ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารมนุษยศาสตร์ ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ghuru/article/view/6062 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700