วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru
<p>วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (Journal of Humanities and Social Sciences Bansomdejchaopraya Rajabhat University) ได้เริ่มจัดทำวารสารฉบับออนไลน์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2558 โดยเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (ราย 6 เดือน) ได้แก่ ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน) และฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม) วารสารผ่านการรับรองเป็นวารสารกลุ่มที่ 2 ของฐานข้อมูลศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ในการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI รอบที่ 5 (รับรองคุณภาพวารสารเป็นเวลา 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2568-2572)</p> <p>ISSN 2822-1516 (Print) ISSN 2985-0169 (Online)</p>
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
th-TH
วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
1906-1102
-
The การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิลสำหรับ นักศึกษาชาวต่างประเทศระดับปริญญาตรี
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/4535
<p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์คือ 1) ศึกษาผลการพัฒนาทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิลของนักศึกษาชาวต่างประเทศระดับปริญญาตรี <br />2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิลของนักศึกษาชาวต่างประเทศระดับปริญญาตรี 3) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาต่อการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิลของนักศึกษาชาวต่างประเทศระดับปริญญาตรี กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 25 คน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling ) จากนักศึกษาหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ <br />การพัฒนาทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมทักษะซอฟท์สกิล <br />2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมทักษะซอฟท์สกิล และ 3) แบบประเมินคุณภาพของการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านในรายวิชาการใช้ภาษาไทยในสำนักงานเพื่อเสริมทักษะซอฟท์สกิล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติ t-test</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลคะแนนการพัฒนาทักษะการอ่านของนักศึกษาชาวต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิล คิดเป็นร้อยละ 84.24 และมีผลสัมฤทธิ์หลังเรียนโดยหาจากคะแนนหลังจากการจัดการเรียนรู้ คิดเป็นร้อยละ 85.10 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ของการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อเสริมสร้างทักษะซอฟท์สกิล ก่อนเรียน มีค่าเท่ากับ 21.96 และหลังเรียน มีค่าเท่ากับ 34.04 ตามลำดับ และพบว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผลความคิดเห็นการจัดการเรียนรู้ พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝑥̅ = 4.57) </p>
สุกัญญา ขลิบเงิน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-19
2026-03-19
20 1
1
17
-
The การนำเสนอภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลี: กรณีศึกษาซีรีีส์เรื่อง Let’s Eat ซีซั่น 1
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/5848
<p>การศึกษาการนำเสนอภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีผ่านซีรีส์ Let’s Eat ซีซั่น 1 <br />โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาการนำเสนอภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีผ่านซีรีส์ Let’s Eat <br />ซีซั่น 1 2. เพื่อวิเคราะห์กระบวนการสร้างภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีผ่านซีรีส์ Let’s Eat ซีซั่น 1 โดยเป็นการใช้ระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content analysis) โดยเลือกศึกษาจากฉากที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมอาหารเกาหลี <br />ซึ่งออกอากาศช่วง พ.ศ. 2556 ผ่านช่องโทรทัศน์ tvN ของเกาหลีใต้ โดยทำการรับชมผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน MONOMAX ผู้วิจัยทำการคัดเลือกฉากอาหารจำนวน 26 ฉาก จากทั้งหมด 16 ตอน เพื่อศึกษาการนำเสนอภาพแทนและรูปแบบการนำเสนอวัฒนธรรมอาหารเกาหลี โดยใช้องค์ประกอบของการเล่าเรื่อง</p> <p>ผลการวิจัยพบว่ามีการนำเสนอภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีทั้งหมด 6 แบบดังนี้ <br />1) วัฒนธรรมการรับประทานอาหารคนเดียว 2) วัฒนธรรมอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิม 3) แนวคิดนิยมการรวมกลุ่ม 4) ความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลี 5) การผสมผสานกับวัฒนธรรมอาหารต่างชาติ 6) อาหาร</p> <p>เพื่อสุขภาพซึ่งภาพแทนที่นำเสนอนั้นก็เพื่อให้ผู้ชมได้เข้าใจวัฒนธรรมการรับประทานอาหารเกาหลี พร้อมทั้งเข้าใจแนวคิดความเป็นคนเกาหลีที่สอดแทรกอยู่ในซีรีส์ ส่วนรูปแบบการนำเสนอภาพแทนวัฒนธรรมอาหารเกาหลีมีทั้งหมด 6 แบบคือ 1) น้ำเสียง 2) สีหน้า 3) บุคลิก 4) เพลงประกอบฉาก <br />5) มุมกล้อง 6) สัญญะอื่น ๆ เป็นการรูปแบบการนำเสนอเพื่อให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปพร้อมกับการรับชม มีการใช้อาหารเป็นสื่อกลางในการสื่อสารความสัมพันธ์ ความทรงจำ และอารมณ์ของตัวละคร และยังเป็นภาพแทนทางวัฒนธรรมที่แฝงคุณค่า ความหมาย และอัตลักษณ์ของสังคมเกาหลีร่วมสมัย</p>
อนุสรา สุขบำเพิง
ธัญญภัสร์ ปิยรังสีวิชญ์
สุธิดา แม้นมินทร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-19
2026-03-19
20 1
18
31
-
The ความสัมพันธ์ระหว่างหัวโขนกับนักแสดงโขน
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/5880
<div> <p class="Body"><span lang="ZH-CN"> </span></p> <p>การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีความประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างหัวโขนกับนักแสดงด้วยการสังเคราะห์และวิเคราะห์ข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านศิลปะการแสดงโขน และประสบการณ์ตรงกว่า 40 ปีของผู้วิจัย</p> <p>การวิจัยพบว่าหัวโขนสัมพันธ์กับนักแสดงในเชิงปรัชญา ด้านกายภาพ จิตวิญญาณ และความศรัทธา เป็นองค์ประกอบสำคัญของการแสดง มิใช่หน้ากากจำลองธรรมดา องค์ความรู้ใหม่นี้แบ่งความสัมพันธ์ระหว่างหัวโขนกับนักแสดงได้ ดังนี้</p> <p><strong>ด้านกายภาพ </strong>หัวโขนเป็นเสมือนหน้ากากที่นักแสดงสวมแสดง นักแสดงต้องปรับร่างกายให้สอดคล้องกับหัวโขน ที่มีวัสดุ ขนาด รูปร่าง และน้ำหนักที่ต่างกัน ซึ่งมีผลต่ออุณหภูมิ การมองเห็น การทรงตัว การเคลื่อนไหว และการหายใจ อันเป็นสิ่งที่นักแสดงอาจไม่เคยให้ความสำคัญ นักแสดงต้องใช้เวลาฝึกซ้อมสวมหัวโขนเพื่อความคุ้นชินก่อนแสดง</p> <p><strong> ด้านอารมณ์และจิตใจ </strong>หัวโขนเป็นสิ่งบังคับให้นักแสดงเพ่งจิตและแสดงอารมณ์ กิริยาท่าทางสื่อถึงความเป็นตัวละคร และการแสดงกิริยา ความรู้สึกต้องชัดเจน สอดคล้องกับหัวโขนที่สวม เพราะนักแสดงไม่สามารถสื่อสารด้วยการพูด ถ้าไม่ใส่อารมณ์ จิตวิญญาณตามหัวโขน จะเกิดความไม่สอดคล้องระหว่างหัวโขนกับกิริยาท่าทางและความรู้สึกของนักแสดง เช่น นักแสดงสวมหัวโขนอินทรชิต (ยักษ์หนุ่ม) แต่ท่าทางไม่คล่องแคล่วปราดเปรียว ผู้ชมจึงไม่ประทับใจ</p> <p> <strong>ด้านความคิด</strong> หัวโขนเป็นศูนย์รวมความศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อมั่นและศรัทธา นักแสดงเชื่อว่าหัวโขนเป็นที่สถิตของเหล่าครูอาจารย์แห่งนาฏยศาสตร์ ก่อนสวมหัวโขนจึงต้องแสดงความเคารพด้วยการไหว้ โดยเฉพาะหัวโขนเทพเจ้า ได้แก่ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหม พระคเณศ พระพิราพ ฯลฯ เมื่อนักแสดงต้องสวมหัวโขนนี้จะเกิดความยำเกรงอำนาจความศักดิ์สิทธิ์ และมีการเตรียมตัวเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้แสดงผิดพลาด</p> </div>
เสกสม พานทอง
มาลินี อาชายุทธการ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-23
2026-03-23
20 1
32
49
-
การสร้างแบบเรียนเพื่อพัฒนาทักษะการเขียนสะกดคำ ของนักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/5841
<p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) สร้างและหาประสิทธิภาพแบบเรียนการเขียนสะกดคำของนักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเขียนสะกดคำของนักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนหลักสูตรภาษาและวัฒนธรรมไทย ศูนย์การจัดการศึกษานักศึกษาชาวต่างชาติ (ISEM) มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ชั้นปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 18 คน โดยเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling ) เครื่องมือที่ใช้ใน ได้แก่ แบบเรียนการเขียนสะกดคำ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียนของนักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง สถิติที่ใช้ คือ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าที</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า ประสิทธิภาพของแบบเรียนการเขียนสะกดคำของนักศึกษาชาวต่างชาติที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ที่ทดลองใช้กับกลุ่มทดลองกลุ่มใหญ่ มีค่าเท่ากับ 85.66/86.39 แสดงว่าแบบเรียนการเขียนสะกดคำมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้แบบเรียนการเขียนสะกดคำ ของนักศึกษาชาวต่างชาติ พบว่า ก่อนเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 12.44 และหลังเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17.89 คะแนน โดยคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05</p>
Yang Yunlong
สุกัญญา ขลิบเงิน
ปฏิพันธ์ อุทยานุกูล
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-23
2026-03-23
20 1
50
63
-
The กลวิธีการดัดแปลง “ตัวร้าย” ในวรรณกรรมไทยให้กลายเป็น “ตัวเอก” ในบทเพลงร่วมสมัย
https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/5961
<p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลวิธีการดัดแปลงตัวร้ายในวรรณกรรมไทยให้กลายเป็นตัวเอกในบทเพลงร่วมสมัย โดยวิเคราะห์จากบทเพลงจำนวน 20 เพลง ที่สร้างสรรค์ระหว่าง พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2568 และเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต ผลการศึกษาพบว่า บทเพลงร่วมสมัยปรากฏกลวิธีการดัดแปลงทั้งหมด 7 ด้าน ได้แก่ กลวิธีการดัดแปลงชื่อเพลง โครงเรื่อง แก่นเรื่อง เนื้อเรื่อง ตัวละคร มุมมองการเล่าเรื่อง และภาษา ลักษณะสำคัญของการดัดแปลงคือ การนำเสนอว่า ตัวร้าย “ร้ายเพราะรัก” ซึ่งเกิดจากการตีความใหม่ มองต่างมุม แล้วเชื่อมโยงเรื่องราวความรักนั้นเข้ากับประสบการณ์ความรักของหนุ่มสาวร่วมสมัยที่ไม่สมหวัง ไม่สมบูรณ์ และไม่คู่ควร การดัดแปลงดังกล่าวสะท้อนภาพแทนทางสังคมวัฒนธรรมว่า 1. คนสมัยใหม่มีมุมในการ “มอง” วรรณกรรมต่างไปจาก “ขนบ” ในอดีต 2. วรรณกรรม คือ “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่เอื้อต่อการผลิตซ้ำทางวัฒนธรรม และ 3. สื่อวัฒนธรรมประชานิยมเป็นพื้นที่หนึ่งในการสร้างสรรค์และสืบทอดวรรณกรรมให้แพร่กระจายและดำรงอยู่ในบริบทร่วมสมัย</p>
สุภัทรา จันทะคัด
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-03-23
2026-03-23
20 1
64
79