วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci <p><strong>วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย </strong><strong>(Chulalongkorn University Journal of Social Science: CUJSS.) </strong>เป็นวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดประเภทบทความที่จะพิจารณาตีพิมพ์เป็น 3 ประเภท ดังนี้ <em>(1) บทความวิจัย (</em><em>Research article) (2) บทความวิชาการ (Academic article) และ (3) บทวิจารณ์หนังสือ (Book review)</em> ทั้งนี้ บทความที่ส่งมาตีพิมพ์กับวารสารฯ<strong><em>ต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน</em></strong> ออกเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (เดือนมิถุนายน และ เดือนธันวาคม) โดยทุกบทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ<strong><em>ไม่น้อยกว่า </em></strong><strong><em>3 คน</em></strong> ตามกระบวนการที่กองบรรณาธิการกำหนด</p> <p><strong><u>การประเมินบทความ</u></strong></p> <p>บทความวิจัยจะได้รับการประเมินแบบ double-blinded peer-reviewed process จากผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 3 คนผ่านระบบ ThaiJo2.0</p> <p>Each research article is double-blinded peer-reviewed by at least three expert reviewers and submission is online via ThaiJo2.0</p> th-TH <h1>เงื่อนไขการอนุญาตสาธารณะ</h1> <h2>นโยบายลิขสิทธิ์และการอนุญาต</h2> <p>วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่เนื้อหาทั้งหมดภายใต้ <strong>สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 นานาชาติ (CC BY-NC-ND 4.0)</strong></p> <h3>ลิขสิทธิ์</h3> <p>บทความทั้งหมดที่ตีพิมพ์ในวารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นลิขสิทธิ์ของ <strong>คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</strong> ผู้เขียนจะโอนสิทธิ์ทั้งหมดให้แก่วารสารเมื่อบทความได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์</p> <h3>สัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0</h3> <p>ภายใต้สัญญาอนุญาตนี้:</p> <ul> <li> <p><strong>แสดงที่มา (BY)</strong>: ผู้ใช้ต้องแสดงที่มาโดยอ้างอิงถึงผู้เขียน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทั้งให้ลิงก์ไปยังสัญญาอนุญาต และระบุหากมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้สามารถทำได้ในลักษณะที่สมเหตุสมผล แต่ต้องไม่ทำในลักษณะที่แสดงว่าผู้อนุญาตให้การรับรองผู้ใช้หรือการใช้งานดังกล่าว</p> </li> <li> <p><strong>ไม่ใช้เพื่อการค้า (NC)</strong>: ผู้ใช้ไม่สามารถใช้เนื้อหาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า การใช้งานเชิงพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากผู้เขียนและคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p> </li> <li> <p><strong>ไม่ดัดแปลง (ND)</strong>: หากผู้ใช้นำเนื้อหาไปรวม ดัดแปลง หรือต่อยอด ผู้ใช้ไม่สามารถเผยแพร่งานที่ดัดแปลงนั้นได้ การดัดแปลงผลงานจะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจากผู้เขียนและคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p> </li> </ul> <h3>นโยบายการเข้าถึงแบบเปิด</h3> <p>วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การเข้าถึงเนื้อหาแบบเปิดโดยทันทีตามหลักการที่ว่าการทำให้งานวิจัยสามารถเข้าถึงได้อย่างเสรีแก่สาธารณะจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนความรู้ในระดับโลก ผู้ใช้สามารถอ่าน ดาวน์โหลด คัดลอก เผยแพร่ พิมพ์ ค้นหา หรือเชื่อมโยงไปยังเนื้อหาฉบับเต็มของบทความได้โดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้าจากผู้จัดพิมพ์หรือผู้เขียน ทั้งนี้เป็นไปตามสัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0</p> <h3>นโยบายการเก็บบันทึกด้วยตนเอง</h3> <p>ผู้เขียนสามารถเก็บบันทึกบทความฉบับตีพิมพ์สุดท้าย ต้นฉบับที่ส่ง (preprint) หรือฉบับที่ผ่านการประเมิน (postprint) ในคลังสถาบันหรือเว็บไซต์ส่วนตัวได้ โดยต้องมีการอ้างอิงการตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมระบุแหล่งอ้างอิงที่สมบูรณ์และลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของวารสาร</p> <h3>การขออนุญาต</h3> <p>สำหรับการใช้งานนอกเหนือจากที่ครอบคลุมโดยสัญญาอนุญาต CC BY-NC-ND 4.0 กรุณาติดต่อ:</p> <p>กองบรรณาธิการ<br />วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />Email: cusocscij@gmail.com</p> <p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 4.0 นานาชาติ กรุณาเยี่ยมชม: <a href="https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/deed.th" target="_blank" rel="noopener">https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0/deed.th</a></p> cusocscij@gmail.com (Anong Kanjanaprapakul) superkeng9317@gmail.com (Anong Kanjanaprapakul) Thu, 25 Jun 2026 15:38:50 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 จากน้ำมันถึงสะพาน: ภาคแสดงการประกอบร่วมของการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5070 <p>บทความชิ้นนี้ศึกษากลไกการปรับตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวภายหลังยุคสังคมนิยม โดยมุ่งเน้นการอธิบาย “ภาคแสดงของกลไกการปรับตัว” ผ่านแนวคิดการประกอบร่วม (Assemblage) การอธิบายกลไกดังกล่าวศึกษาด้วยวิธีการเชิงชาติพันธุ์วรรณนา (Ethnography) จากการเดินทางร่วมกับรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงข้ามพรมแดนไทย-ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 และ 2 เพื่อสำรวจกลไกที่ประกอบร่วมกันในการดำรงอยู่ของรัฐสังคมนิยมลาว ระยะเวลาการเก็บข้อมูลเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 จนถึงเดือนเดือนกุมภาพันธ์ 2567 รวมระยะเวลาทั้งสิ้นเดือน 2 เดือน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า น้ำมันเชื้อเพลิงและสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเป็นผู้กระทำ (Actant) สำคัญในภาคแสดงของกลไกการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยม งานศึกษานี้เสนอว่า การเข้าใจกลไกการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมจำเป็นต้องพิจารณาการประกอบร่วมจากผู้กระทำอื่นนอกเหนือจากรัฐ ซึ่งช่วยอธิบายความต่อเนื่องของการคงความเป็นสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว</p> สิทธา พสุทันท์ (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5070 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 Thailand’s Alignment Strategy Amidst the US-China Rivalry: A Role Theory Perspective https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5835 <p>This paper seeks to analyze how Thailand, as a middle power, navigates its alignment choices amid an intensifying US-China rivalry in the Asia-Pacific region through the lens of role theory. This paper also proposes several original mechanisms to operationalize the role theory in the analysis of Thailand’s strategy. To this end, Thailand’s foreign policy from the past decade (2012 to mid-2025) will be reviewed. The central argument is that Thailand is adopting a “soft hedging” strategy marked by opportunism and driven by its key goal of development, but is, at the same time, complicated by domestic political dysfunction (“fragmented centralism”). Thailand’s foreign policy practice, as a consequence, remains strongly ambivalent. Not only is there no clear positioning of the state in relation to the US-China rivalry and no grand strategy to enhance its strategic autonomy, but there is also no active threat identification. Thailand’s role as an “opportunistic go-between” is both intended and unintended. The former lies in the fact that Thailand aims to leverage its relations with the great powers (and to some degree, other states) to maximize development benefits, while simultaneously preserving its current autonomy in a way that is representative of its historical past, wherein a clear position will only be revealed when a winner is evident in power rivalries. The latter, as indicated by a divergence in domestic preferences as a result of “fragmented centralism,” is self-explanatory in the sense that it does not form part of a calculated, whole-of-government approach.</p> Wen Chou Han (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5835 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/6273 <p>ในปัจจุบัน สถานการณ์อาชญากรรมรุนแรงที่กระทำโดยเด็กและเยาวชนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งนับเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการก่ออาชญากรรมในระดับสูง การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนผู้กระทำความผิดในคดีอาชญากรรมรุนแรง การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) โดยมีเครื่องมือหลักในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) จำนวนทั้งสิ้น 13 คน ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมีบทบาทครอบคลุมกระบวนการทุกขั้นตอน ได้แก่ การป้องกันการกระทำความผิดผ่านโครงการและกิจกรรมเชิงรุก การจับกุมโดยใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็ก การควบคุมตัวในสถานที่แยกจากผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ และการสอบสวนแบบสหวิชาชีพร่วมกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ อย่างไรก็ตาม การวิจัยพบปัญหาสำคัญหลายประการ อาทิ ช่องว่างของบทบัญญัติทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ใหญ่แสวงหาประโยชน์จากเด็กและเยาวชน ความซับซ้อนของกระบวนการและข้อจำกัดด้านระยะเวลา การขาดสมรรถนะและความเชี่ยวชาญของบุคลากร ภาวะการขาดแคลนกำลังพลเฉพาะทาง เป็นต้น</p> ชัญญรัชต์ จรัสพัชรนนท์, กัญญ์ฐิตา ศรีภา, ธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์ (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/6273 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อการยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ จากฐานทุนในพื้นที่ : กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5847 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทฐานทุนและเศรษฐกิจชุมชนในสิงหนคร 2) วิเคราะห์และสังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน (Community-based learning : CBL) และ 3) สังเคราะห์ผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแบบจำลองการพัฒนาเพื่อยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทุนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยศึกษาพื้นที่ชุมชนเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) แบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory action research : PAR) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ เทศบาลเมืองสิงหนคร กรมศิลปากร สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา เครือข่ายการศึกษาในพื้นที่ กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกษตรกร ชาวประมง ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อยในพื้นที่ และกลุ่มภาคีต่าง ๆ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ทุนทางทรัพยากรและเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) 3 รายการ คือ ปลากะพงสามน้ำ มะม่วงเบาสงขลา และไข่ครอบสงขลา ทรัพยากรในทะเลสาบสงขลา การรวมกลุ่มของวิสาหกิจชุมชน เช่น กลุ่มขนมโบราณ กลุ่มผ้ามัดย้อม กลุ่มมะม่วงเบา กลุ่มปลากรอบ ทุนทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่สำคัญ คือ ประวัติศาสตร์เมืองเก่าสิงหนคร (ซิงกอรา) และทุนทางสังคม คือ วิถีชีวิตคนพุทธ-มุสลิมที่กลมกลืน มีเครือข่ายการศึกษาและกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ เกิดจากความเชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการได้รับความรู้จากภาครัฐ สถาบันการศึกษา ภาคเอกชน และอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลในการอัปเดตองค์ความรู้ ผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ 6 ชนิด จำนวนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับการพัฒนาทักษะอาชีพ 93 คน กลุ่มวิสาหกิจจำนวน 19 กลุ่ม ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ จำนวน 5 แห่ง สำหรับข้อเสนอแนะ การวิจัยควรมีการพัฒนาอาชีพเสริม เช่น การทำขนมและการแปรรูปอาหารทะเลที่เชื่อมโยงเรื่องราวประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตเข้ากับการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ และใช้การตลาดดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวชุมชน ผ่านกลไกการเรียนรู้โดยใช้ฐานทุนในพื้นที่เป็นหลัก</p> เธียรชัย พันธ์คง, ฟาริดา ซาชา, ธนากร พฤกษ์รัตนนภา, จักรกฤษณ์ หมั่นวิชา (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5847 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีในการบริหารจัดการอุทกภัย: กรณีศึกษาเทศบาลนครยะลา https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/6322 <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบและกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีนครยะลาในการบริหารจัดการอุทกภัย และวิเคราะห์ประสิทธิผลของกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองที่มีต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษา และเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลหลัก 8 คน ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีนครยะลา ปลัดเทศบาลนครยะลา หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครยะลา ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับชุมชนและการวิเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ แผนการบริหารจัดการอุทกภัย รายงานผลการดำเนินงาน และข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ จากนั้นวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาโดยใช้กรอบทฤษฎีการสื่อสารในภาวะวิกฤต แนวคิดการสื่อสารทางการเมือง และแนวคิดการสร้างความยืดหยุ่นของเมือง</p> <p>ผลการศึกษาพบรูปแบบการสื่อสาร 5 ลักษณะ คือ การสื่อสารหลายช่องทางแบบบูรณาการ (ดิจิทัล ช่องทางดั้งเดิม และนวัตกรรม IoT) การสื่อสารแบบเรียลไทม์ 3 ระยะ มีการแจ้งล่วงหน้า 8 ชั่วโมง การจัดวางตำแหน่งของเทศบาลเป็นศูนย์กลางข้อมูลที่สามารถชี้แจงต่อสาธารณะ และมีการเปิดเผยข้อมูล ผ่านกลไกต่าง ๆ ประกอบด้วย สภากาแฟ การดูงาน และการประสานผู้ช่วยชุมชน 44 คน และการสร้างเครือข่าย Win-Win กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 20 แห่ง ส่งผลให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่สำคัญ 4 ด้าน ประกอบด้วย การเพิ่มการมีส่วนร่วม (ตัวแทนครัวเรือน 10,000 จาก 25,000 ครัวเรือน อาสาสมัคร 176 คน) การสร้างความไว้วางใจที่สั่งสม 20-21 ปี การเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือภัยพิบัติ (ตอบสนองรวดเร็วกว่าหน่วยงานอื่น) และการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ องค์ประกอบของความสำเร็จเกิดขึ้นมาจากความโปร่งใสและการแสดงให้เห็นการทำงานจริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจ การคัดเลือกตัวแทนแต่ละหมู่บ้าน การแก้ปัญหาข้ามเขตตามหลักการ Win-Win และบารมีของผู้บริหารที่สั่งสมมา ซึ่งคุณลักษณะดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการภัยพิบัติในพื้นที่อื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> ปุญญวันต์ จิตประคอง (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/6322 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก: มุมมองยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงแบบการถ่วงดุลทางอ้อม https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/4844 <p>นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ให้เหตุผลการยอมรับสิทธิการป้องกันตนเองร่วม (Collective Self-Defense : CSD) ว่า ภัยคุกคามต่อญี่ปุ่นกำลังทวีความรุนแรงรอบด้าน ทั้งขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ข้อพิพาททางดินแดน รวมไปถึงการขยายอิทธิพลของจีนที่อาจเข้าแทนที่สหรัฐอเมริกาในภูมิภาค หากสถานะเดิม (Status quo) เปลี่ยนไป ญี่ปุ่นภายใต้รัฐธรรมนูญสันติภาพจะไม่อาจต่อสู้ได้เพียงลำพัง บทความชิ้นนี้ต้องการศึกษาพลวัตการใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในสมัยนายกรัฐมนตรีอาเบะ โดยศึกษาผ่านมุมมองการกระจายความเสี่ยง (Hedging) เพื่อตอบคำถามที่ว่า ญี่ปุ่นใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกอย่างไร โดยเสนอว่า สิทธิการป้องกันตนเองร่วมช่วยเสริมสร้างการเป็นผู้สร้างสันติภาพเชิงรุกในเวทีโลก การกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงกับพันธมิตรที่มีแนวคิดตามหลักนิติธรรมเหมือนกันนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกา เป็นการกระจายความเสี่ยงโดยวิธีถ่วงดุลทางอ้อมให้ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีนได้ ขณะเดียวกันก็แสดงถึงการกระจายความเสี่ยงแบบสองชั้นเพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกา และเล่นบทบาทนำมากขึ้น</p> พรพิทักษ์ นิ่มอนงค์ (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/4844 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700 Strategic engagement and legal pluralism: navigating knowledge and expertise in mining disputes https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5038 <p>This article explores how community and civil society actors in mining conflicts strategically engage with legal and technical vocabularies to assert legitimacy, contest exclusion, and influence mining governance. Drawing on an empirical case study of Thailand’s Chatree gold mine, the article analyzes how affected groups navigate overlapping normative systems, such as state law, transnational norms, and technocratic discourses, through informal learning and strategic appropriation of expert language. Framed through the conceptual lens of legal pluralism, the study highlights how actors interpret and mobilize diverse normative orders to articulate grievances, shape narratives, and attempt to gain access to decision-making spaces. These engagements unfold across scalar dimensions, from local to international levels, reflecting both selective alignment with, and resistance to, dominant legal and institutional frameworks. By foregrounding norm contestation and plural authority, the article contributes to socio-legal scholarship on resource conflict, illustrating how actors operate in contexts of institutional distrust to advance alternative visions of justice, development, and legitimacy in sites of mineral resource development.</p> Sara Phillips (Author) ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so08.tci-thaijo.org/index.php/ssjpolsci/article/view/5038 Thu, 25 Jun 2026 00:00:00 +0700