การพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุตามแนวคิดการออกแบบเพื่อคนทุกคน กรณีศึกษา ชุมชนตำบลวัดเพลง อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่ส่งผลให้การพัฒนาสภาพแวดล้อมสรรสร้างต้องได้รับการปรับปรุงให้สอดคล้องกับคุณลักษณะและความต้องการที่เปลี่ยนไป งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุในชุมชนวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งเสนอแนวทางและต้นแบบการพัฒนาสภาพแวดล้อมตามแนวคิดการออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design) และประเมินความพึงพอใจต่อผลงานการออกแบบที่พัฒนาขึ้น โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงกรณีศึกษา (Case Study Research) ร่วมกับการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงรวม 128 คน (กลุ่มเชิงปริมาณ 116 คน และกลุ่มเชิงคุณภาพ 12 คน) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วยการสำรวจภาคสนาม การสังเกตพฤติกรรมและการเดินสำรวจร่วมกับผู้ใช้ (User Walk-through Audit)
ผลการวิจัยพบว่า สภาพแวดล้อมเดิมในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่อยู่อาศัยริมน้ำมีข้อจำกัดสำคัญด้านความปลอดภัย การขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสม ระบบสัญจรที่ไม่มีประสิทธิภาพและการเข้าถึงที่ขาดความต่อเนื่อง ซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักการออกแบบเพื่อทุกคน ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการใช้งานพื้นที่ ผู้วิจัยจึงเสนอแนวทางพัฒนาแบบองค์รวมโดยการสังเคราะห์หลักการ Universal Design ทั้ง 7 ประการ สู่ตัวชี้วัดเชิงกายภาพตามมาตรฐานสากลและกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดเกณฑ์ในการพัฒนาพื้นที่สาธารณะชุมชนวัดเพลง พื้นที่ตลาดน้ำ และต้นแบบที่อยู่อาศัย 5 รูปแบบที่สอดรับกับบริบทพื้นที่และเป้าหมายการใช้งานที่แตกต่างกัน โดยมุ่งเน้นการประเมินผลผ่านการรับรู้และความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อภาพจำลองการออกแบบในมิติด้านความปลอดภัย ความสะดวกและความสามารถในการเข้าถึงพื้นที่
ผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่าง 116 คน พบว่าความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 4.21, S.D. = 0.65) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านความปลอดภัยตามหลักการออกแบบเพื่อทุกคนมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ( = 4.24, S.D. = 0.65) รองลงมาคือด้านความคุ้มค่าในการพัฒนา ( = 4.21, S.D. = 0.68) และด้านรูปแบบสถาปัตยกรรมที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ ( = 4.19, S.D. = 0.61)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
Copyright (c) 2023 : คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการหรือทุพพลภาพ และคนชรา พ.ศ. 2548. (2548, 2 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 122 ตอนที่ 52 ก. หน้า 1–10.
Creswell, J. W., & Poth, C. N. (2018). Qualitative inquiry and research design: Choosing among five approaches (4th ed.). SAGE Publications.
International Organization for Standardization. (2021). Building construction — Accessibility and usability of the built environment (ISO Standard No. 21542:2021). https://www.iso.org/standard/71860.html
Lawton, M. P. (1998). Environment and aging: Theory and application. In R. J. Scheidt & P. G. Windley (Eds.), Environment and aging theory: A focus on housing (pp. 1–32). Greenwood Press.
Lawton, M. P., & Nahemow, L. (1973). Ecology and the aging process. In C. Eisdorfer & M. P. Lawton (Eds.), The psychology of adult development and aging (pp. 619–674). American Psychological Association.
Mace, R. (1998). A perspective on universal design. https://universaldesignaustralia.net.au/wp-content/uploads/2017/03/Mace-The-Evolution-of-Universal-Design-Word.doc
Pynoos, J., Steinman, B. A., & Nguyen, A. Q. (2010). Environmental assessment and modification as fall-prevention strategies for older adults. Clinics in Geriatric Medicine, 26(4), 633–644. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/20934614/
Steinfeld, E., & Maisel, J. (2012). Universal design: Creating inclusive environments. John Wiley & Sons.
U.S. Department of Justice. (2010). 2010 ADA standards for accessible design. https://www.ada.gov/law-and-regs/design-standards/2010-stds/
World Health Organization. (2007). Global age-friendly cities: A guide. https://www.who.int/publications/i/item/9789241547307
World Health Organization. (2018). The world is ageing: Age-friendly world. https://www.who.int/ageing/en/