การส่งบทความ

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ข้อกำหนดการส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
  • บทความเรื่องนี้ยังไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น (หากมีกรุณาอธิบายในข้อความถึงบรรณาธิการ)
  • บทความเตรียมในรูปแบบของไฟล์ Microsoft Word
  • มีการให้ URLs ที่เข้าถึงได้ สำหรับเอกสารที่อ้างอิงจากอินเทอร์เน็ต
  • บทความพิมพ์แบบใช้ระยะห่างบรรทัดปกติ (single-spaced) ขนาดฟ้อนท์ตัวอักษร 16pt(ในภาษาไทย) และ 12 pt(ในภาษาอังกฤษ) ใช้ตัวเอนแทนการขีดเส้นใต้สำหรับสังกัดผู้แต่ง (ยกเว้น ที่อยู่ URL) และ ระบุข้อมูล รูปวาด รูปภาพ และตาราง ในตำแหน่งที่เหมาะสม เป็นตามข้อกำหนดของวารสาร
  • บทความเตรียมตามข้อกำหนด ทั้งในด้านของรูปแบบและการเขียนเอกสารอ้างอิง ตามคำแนะนำสำหรับผู้แต่ง (Author Guidelines)

คำแนะนำผู้แต่ง

ดาวน์โหลดไฟล์

ค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์
อัตราค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์  4,000.- บาท/บทความ 
เฉพาะบทความภาษาอังกฤษมีค่าตรวจสอบภาษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3,000 บาท/บทความ
สามารถชำระค่าธรรมเนียมโดยการโอนเข้าบัญชีตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ เท่านั้น!!!

บัญชี ธนาคารออมสิน สาขารามคำแหง  เลขที่  020-3671-2833-5
ชื่อบัญชี สมาคมเครือข่ายส่งเสริมการวิจัยทางมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร์ (ฝ่ายวารสาร)
***อัตรานี้ใช้สำหรับบทความที่ส่งเข้าระบบตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป***
หมายเหตุ  วารสารจะแจ้งให้ผู้เขียนชำระเงินก็ต่อเมื่อบทความผ่านการประเมินคุณภาพเบื้องต้นและสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร โดยจะดำเนินการส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาหลังจากที่ผู้แต่งได้ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว

คำแนะนำสำหรับผู้เขียนสำหรับการส่งบทความต้นฉบับเพื่อขอรับการพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่
ใน วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ
(Manuscript Requirements and Style Guide for Authors)
ผลงานที่ขอรับการตีพิมพ์ในวารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ จะต้องไม่เคยตีพิมพ์หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อตีพิมพ์ในวารสารอื่น ผู้นิพนธ์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของวารสาร และรูปแบบการเขียนบทความวิชาการ บทความวิจัย เพื่อตีพิมพ์ในวารสารอย่างเคร่งครัด โดยผู้นิพนธ์จะต้องลงทะเบียนในระบบของวารสาร และส่งบทความพร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมมาในระบบ โดยผู้เขียนจะต้องตรวจสอบความสมบูรณ์ของบทความตามรูปแบบของวารสาร ดังนี้

บทความวิชาการ

เป็นบทความที่มุ่งถ่ายทอดความรู้ที่เกิดจาก การทบทวนวรรณกรรม การสังเคราะห์งานวิจัยและงาน วิชาการ โดยมีการนำเสนออย่างเป็นระบบและตั้งอยู่บนพื้นฐานทางวิชาการที่มีความเชื่อถือ มีการอ้างอิง หลักฐานทางวิชาการอย่างเหมาะสมและเชื่อถือได้มีการวิเคราะห์และวิจารณ์ที่ชี้ให้ผู้อ่านเห็นประเด็นสำคัญ อันเป็นองค์ความรู้ที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอรวมถึงมีการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างเหมาะสม การเขียนต้องยึดตาม หลักวิชาการและจริยธรรมทางวิชาการ โดยส่วนประกอบของบทความวิชาการมีดังนี้

  1. ส่วนนำ โดยกล่าวถึงความเป็นมาที่สำคัญของประเด็นที่ต้องการนำเสนอ พื้นฐานขององค์ความรู้ที่ ต้องการนำมาสนับสนุน ลักษณะหรือสภาพปัจจุบันของประเด็นที่ต้องการนำเสนอ มีความร่วมสมัย รวมถึงการ แสดงข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ของบทความที่ผู้อ่านจะได้รับ
  2. ส่วนสาระสำคัญของบทความ ควรมีการจัดโครงสร้างและลำดับเนื้อหาสาระของบทความ โดย ผู้เขียนควรมีการวางแผนในการลำดับเนื้อหาที่นำเสนอให้มีความเหมาะสม มีความต่อเนื่องและความเหมาะสม ของภาษาที่ใช้ เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาที่นำเสนอได้ง่าย หากมีองค์ความรู้หลายส่วนที่ประกอบกันเป็น บทความ ควรแบ่งส่วนให้ชัดเจนตามลำดับที่เหมาะสมและควรแสดงการเชื่อมโยงแต่ละส่วนให้เหมาะสม
  3. ส่วนสรุป บทความวิชาการที่ดีควรมีการสรุปประเด็นสำคัญที่ได้กล่าวมาให้ชัดเจน อาจเป็นลักษณะ ของการย่อความและเลือกเก็บประเด็นสำคัญของบทความมาทบทวนความเข้าใจของผู้อ่าน ในส่วนของการ สรุปท้ายบท
  4. ส่วนอ้างอิง บทความวิชาการจะต้องเป็นงานที่อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการที่เกิดจากการสรุป วิเคราะห์หรือสังเคราะห์ งานทางวิชาการของผู้อื่น จึงจำเป็นต้องมีการอ้างอิงที่ถูกต้องตามรูปแบบงานเขียน ทางวิชาการ

บทความวิจัย

เป็นบทความทางวิชาการที่มุ่งนำเสนอผลที่ได้จากการวิจัยที่มีระเบียบวิธีการดำเนินการที่ถูกต้องตาม หลักวิชาการ ซึ่งบทความวิจัย ควรประกอบด้วย 

  1. บทนำ (Introduction) / ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา โดยนำเสนอถึงที่มาของการทำ วิจัย ความสำคัญที่ทำให้เกิดงานวิจัย ควรมีการนำเสนอภาพรวมของบทความ สถานการณ์ปัจจุบันของประเด็น ที่ศึกษา แนวโน้มที่สำคัญ รวมถึงการให้ความหมายหรือนิยามศัพท์เฉพาะ ตลอดจนประโยชน์ที่ได้รับจาก งานวิจัย ทั้งประโยชน์ทางวิชาการและประโยชน์ในการนำผลวิจัยไปประยุกต์ใช้
  2. การทบทวนวรรณกรรม (Literature Review) ที่ครอบคลุมแนวคิดและทฤษฎีที่ถูกนำมาใช้ในการ วิจัย รวมถึงงานวิจัยที่นำมาใช้สนับสนุนหรือตามที่ผู้วิจัยใช้เป็นฐานของกรอบแนวความคิดในการทำวิจัย
  3. วิธีการดำเนินการวิจัย (Research Methodology) ควรมีการอธิบายถึงระเบียบวิธีการวิจัยที่ใช้ใน การศึกษาวิจัยครั้งนี้ ประชากรที่ใช้ในศึกษา กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ จำนวนและวิธีการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ใน การวิจัย แนวทางการวิเคราะห์ผลหรือวิธีการทางสถิติ
  4. ผลการวิจัย (Research Findings) ควรเป็นการนำเสนอผลการวิจัยที่ชัดเจน สอดคล้องและ ครอบคลุมตามชื่อเรื่อง โดยอาจนำเสนอตามลำดับของวัตถุประสงค์หรือสมมติฐาน แต่จะต้องมีการนำเสนอ ภาพ ตาราง ค่าทางสถิติ การทดสอบสมมติฐาน ให้ถูกต้องตามหลักสากล
  5. สรุปและอภิปรายผล (Conclusion and Discussion) การสรุปควรทำการสรุปตามวัตถุประสงค์ให้ ชัดเจนและควรมีการแสดงข้อค้นพบให้ชัดเจน สำหรับการอภิปรายผลควรนำข้อค้นพบที่ได้จากการวิจัยมาทำ การอภิปรายให้เกิดภาพที่ชัดเจนต่อผู้อ่าน เช่น สาเหตุที่ผลวิจัยเป็นเช่นนั้น การสนับสนุนแนวคิดตามกรอบการ วิจัยหรือไม่ มีความสอดคล้องและสนับสนุนแนวคิดหรือทฤษฎีที่นำมาเป็นพื้นฐานในการทำวิจัยหรือไม่
  6. ข้อเสนอแนะ ผู้เขียนควรทำการเสนอแนะในแง่มุมข้อเสนอแนะทางวิชาการ ทางด้านโยบายหรือกลยุทธ์ และในการนำไปปฏิบัติ นอกจากนี้ ควรเสนอแนะในแง่ของงานวิจัยในอนาคต ควรศึกษาประเด็นใดเพิ่มเติมหรือควรระวังข้อจำกัดใดบ้าง
  7. องค์ความรู้ใหม่ที่ได้จากการวิจัย ควรมีการสรุปประเด็นสำคัญที่ได้จากการศึกษา รวมถึงประโยชน์ที่ได้รับในแง่ของการในไปประยุกต์ใช้ การเกิดองค์ความรู้ใหม่ หรือความรู้ใหม่ ที่ได้จากการทำวิจัยตามบริบทและขอบเขตของการวิจัยในครั้งนี้
  8. เอกสารอ้างอิง ทุกรายการอ้างอิงที่อยู่ในตัวบทความ จะต้องปรากฎรายการอ้างอิงท้ายบทความ และให้แสดงรายการอ้างอิงเฉพาะที่ปรากฎในบทความเท่านั้น (โดยรูปแบบการอ้างอิงให้ยึดตาม APA 7th)

การจัดเตรียมต้นฉบับ

          1) ต้นฉบับบทความต้อง เป็นไฟล์ Word มีความยาว ระหว่าง 12 - 15 หน้ากระดาษ ขนาด  A4  (รวมเอกสารอ้างอิง) พิมพ์บนกระดาษหน้าเดียว ภาษาไทยใช้ตัวอักษรแบบ THSarabunPSK ตั้งค่าหน้ากระดาษโดยเว้นระยะขอบทุกด้าน  1 นิ้ว ระยะห่างระหว่างบรรทัดเท่ากับ 1 เซ็นติเมตร และเว้นบรรทัดระหว่างแต่ละย่อหน้า การนำเสนอรูปภาพและตาราง ต้องนำเสนอรูปภาพและตารางที่มีความคมชัดพร้อมระบุหมายเลขกำกับรูปภาพไว้ด้านล่าง พิมพ์เป็นตัวหนาเช่นตารางที่ 1 หรือ Table 1 และ ภาพที่ 1 หรือ Figure 1 รูปภาพที่นำเสนอต้องมีรายละเอียดของข้อมูลครบถ้วนและเข้าใจได้โดยไม่จำเป็นต้องกลับไปอ่านที่เนื้อความอีก ระบุลำดับของรูปภาพทุกรูปให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่อยู่ในต้นฉบับ โดยคำอธิบายต้องกระชับและสอดคล้องกับรูปภาพที่นำเสนอ
          2) ชื่อเรื่องต้องมีภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ไว้หน้าแรกตรงกลาง ใช้ตัวอักษรแบบ THSarabunPSK ขนาด 20 ตัวหนา
          3) ชื่อผู้เขียน ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ พิมพ์ด้วยตัวอักษรปกติอยู่ใต้ชื่อเรื่องโดยอยู่ตรงกลาง และให้ตัวเลขเป็นตัวยกท้ายชื่อผู้เขียนเพื่อแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อหน่วยงาน
          4) มีบทคัดย่อภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 320 คำต่อบทคัดย่อ
          5) กำหนดคำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ (3 - 5 คำ)
          6) การเรียงหัวข้อ หัวข้อใหญ่สุด ให้พิมพ์ชิดขอบด้านซ้าย หัวข้อย่อยเว้นห่างจากหัวข้อใหญ่ 3-5 ตัวอักษร เมื่อขึ้นหัวข้อใหญ่ควรเว้นระยะพิมพ์เพิ่มอีก 0.5 ช่วงบรรทัด ก่อนขึ้นหัวข้อย่อย
          7) การใช้ตัวเลขคำย่อ และวงเล็บ ควรใช้ตัวเลขอารบิกทั้งหมดและใช้คำย่อที่เป็นสากลเท่านั้น 
          8) การอ้างอิง ใช้การอ้างอิงระบบ APA 7th โดยในเนื้อหามีรูปแบบเป็นทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ส่วนเอกสารอ้างอิงท้ายเรื่อง (References) ต้องเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น โดยจัดรูปแบบการอ้างอิงเอกสารตามลิงค์นี้ https://www.oreg.rmutt.ac.th/?wpfb_dl=1877

นโยบายการใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการจัดทำและส่งบทความ / Artificial Intelligence (AI) Use Policy
(นโยบายนี้จัดทำโดยใช้ AI สรุปประเด็นสำคัญจากนโยบายของวารสารคุณภาพสูง)

วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจตระหนักถึงบทบาทของเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI-assisted technologies เช่น Large Language Models, Chatbots, Generative AI, เครื่องมือช่วยแปลภาษา เครื่องมือช่วยตรวจภาษา เครื่องมือช่วยเขียนโปรแกรม เครื่องมือสร้างภาพ และเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนการจัดทำต้นฉบับบทความได้ อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องมือดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้หลักจริยธรรมการตีพิมพ์ ความโปร่งใส ความรับผิดชอบของผู้เขียน และความถูกต้องทางวิชาการ

1. หลักการทั่วไป
ผู้เขียนสามารถใช้เครื่องมือ AI เพื่อช่วยสนับสนุนการเตรียมต้นฉบับได้ในขอบเขตที่เหมาะสม เช่น การตรวจภาษา การปรับความชัดเจนของประโยค การจัดโครงสร้างเบื้องต้น การแปลภาษา การช่วยเขียนโค้ด หรือการช่วยจัดรูปแบบข้อมูล ทั้งนี้ การใช้ AI ต้องไม่แทนที่การคิด วิเคราะห์ ตีความ สังเคราะห์ หรือการตัดสินใจทางวิชาการของผู้เขียน
ผู้เขียนทุกคนต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความเป็นต้นฉบับ และความน่าเชื่อถือของเนื้อหาทั้งหมดในบทความ รวมถึงข้อความ ตาราง ภาพ ผลการวิเคราะห์ การอ้างอิง และข้อสรุปที่อาจได้รับความช่วยเหลือจาก AI

2. การเปิดเผยการใช้ AI
ผู้เขียนต้องเปิดเผยการใช้เครื่องมือ AI อย่างชัดเจนในต้นฉบับบทความ หากมีการใช้ AI ในกระบวนการจัดทำบทความ ไม่ว่าจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ใดก็ตาม เช่น
การสร้างหรือปรับปรุงข้อความ การแปลภาษา การตรวจภาษา การสรุปวรรณกรรม การช่วยวิเคราะห์ข้อมูล การช่วยเขียนโค้ด การสร้างหรือปรับแต่งภาพ ตาราง แผนภาพ หรือการจัดทำเนื้อหาอื่นใดที่นำมาใช้ในบทความ
การเปิดเผยต้องระบุไว้ในหัวข้อ “การเปิดเผยการใช้ปัญญาประดิษฐ์” หรือ “Disclosure of AI Use” ก่อนรายการเอกสารอ้างอิง โดยต้องระบุอย่างน้อย 4 รายการ ได้แก่
-ชื่อเครื่องมือ AI ที่ใช้
-รุ่นหรือช่วงเวลาของเครื่องมือเท่าที่ระบุได้
-วัตถุประสงค์ของการใช้
-คำยืนยันว่าผู้เขียนได้ตรวจสอบ แก้ไข และรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดแล้ว

3. เกณฑ์สัดส่วนการใช้ AI
วารสารกำหนดให้ต้นฉบับบทความต้องมีสัดส่วนเนื้อหาที่ตรวจพบว่าอาจเกิดจาก AI หรือ AI-generated content น้อยกว่าร้อยละ 20 ของต้นฉบับทั้งหมด หากกองบรรณาธิการตรวจพบว่าเนื้อหามีสัดส่วน AI-generated content ตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไป วารสารอาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามดุลยพินิจของบรรณาธิการ ได้แก่
-ส่งคืนบทความให้ผู้เขียนปรับปรุงก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
-ขอให้ผู้เขียนชี้แจงรายละเอียดการใช้ AI
-ระงับกระบวนการพิจารณาชั่วคราว
-ปฏิเสธบทความ หากพบว่าการใช้ AI กระทบต่อความเป็นต้นฉบับ ความถูกต้องทางวิชาการ หรือจริยธรรมการตีพิมพ์
การตรวจพบสัดส่วน AI-generated content ต่ำกว่าร้อยละ 20 ไม่ได้หมายความว่าบทความจะได้รับการยอมรับโดยอัตโนมัติ บทความยังต้องผ่านการพิจารณาด้านคุณภาพทางวิชาการ ความถูกต้องของระเบียบวิธีวิจัย ความสมบูรณ์ของการอ้างอิง และความสอดคล้องกับขอบเขตของวารสาร

4. การใช้ AI ที่อนุญาต
วารสารอนุญาตให้ใช้ AI ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบของผู้เขียนในกรณีต่อไปนี้
-การตรวจสอบไวยากรณ์ การสะกดคำ และความชัดเจนของภาษา
-การช่วยแปลภาษา โดยผู้เขียนต้องตรวจสอบความถูกต้องของความหมายทางวิชาการ
-การช่วยจัดรูปแบบหรือปรับความต่อเนื่องของข้อความ
-การช่วยเขียนหรือแก้ไขโค้ดสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล โดยต้องรายงานอย่างโปร่งใสในส่วนวิธีวิจัย หากเกี่ยวข้องกับผลการศึกษา
-การช่วยสรุปแนวคิดเบื้องต้นเพื่อการวางโครงสร้างบทความ โดยผู้เขียนต้องเป็นผู้สังเคราะห์และเขียนเนื้อหาสุดท้ายด้วยตนเอง

5. การใช้ AI ที่ไม่อนุญาต 
วารสารไม่อนุญาตให้ใช้ AI ในลักษณะต่อไปนี้
-ใช้ AI สร้างข้อมูลวิจัย ผลการวิเคราะห์ หรือข้อค้นพบที่ไม่ได้มาจากข้อมูลจริง
-ใช้ AI สร้างหรือปลอมแปลงเอกสารอ้างอิง DOI แหล่งข้อมูล หรือหลักฐานทางวิชาการ
-ใช้ AI เขียนต้นฉบับส่วนใหญ่ของบทความจนผู้เขียนไม่สามารถอธิบาย รับรอง หรือรับผิดชอบเนื้อหาได้
-ใช้ AI สร้าง แก้ไข หรือปรับแต่งภาพ ตาราง แผนภาพ หรือข้อมูลเชิงประจักษ์โดยไม่เปิดเผย
-ใช้ AI เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบการคัดลอกผลงาน หรือดัดแปลงข้อความจากแหล่งอื่นโดยไม่อ้างอิง
ระบุชื่อ AI หรือเครื่องมือ AI เป็นผู้แต่ง ผู้ร่วมแต่ง หรือแหล่งอ้างอิงหลักของบทความ
AI ไม่สามารถเป็นผู้แต่งบทความได้ เนื่องจากไม่สามารถรับผิดชอบต่อความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความเป็นต้นฉบับ และจริยธรรมของผลงานได้ตามหลักสากลของการประพันธ์ผลงานวิชาการ

6. ความรับผิดชอบของผู้เขียน
ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาทั้งหมดของบทความ แม้มีการใช้ AI ในขั้นตอนใดก็ตาม ผู้เขียนต้องตรวจสอบว่า
-ข้อมูลและข้อสรุปทั้งหมดถูกต้อง
-เอกสารอ้างอิงทุกฉบับมีอยู่จริงและสามารถตรวจสอบได้
-ไม่มีการคัดลอกผลงานหรือใช้ข้อความจากผู้อื่นโดยไม่อ้างอิง
-ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลลับถูกนำเข้าสู่ระบบ AI โดยไม่เหมาะสม
-ข้อความที่ได้รับจาก AI ได้รับการตรวจสอบ แก้ไข และปรับให้สะท้อนความคิด วิเคราะห์ และความรับผิดชอบของผู้เขียนแล้ว

7. ความรับผิดชอบของผู้ประเมินและกองบรรณาธิการ
ผู้ประเมินและกองบรรณาธิการต้องรักษาความลับของต้นฉบับบทความอย่างเคร่งครัด และไม่ควรนำต้นฉบับ บทวิจารณ์ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาไปใส่ในเครื่องมือ AI ภายนอกที่ไม่สามารถรับรองความลับของข้อมูลได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากวารสารและเป็นระบบที่มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเหมาะสม
การตัดสินใจรับหรือปฏิเสธบทความต้องอยู่ภายใต้ดุลยพินิจทางวิชาการของบรรณาธิการและผู้ประเมินที่เป็นมนุษย์เท่านั้น ไม่ให้ AI เป็นผู้ตัดสินผลการพิจารณาบทความ

8. ผลของการไม่เปิดเผยการใช้ AI
การไม่เปิดเผยการใช้ AI หรือการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้ AI อาจถือเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมการตีพิมพ์ วารสารอาจดำเนินการตามความเหมาะสม ได้แก่
-ขอคำชี้แจงจากผู้เขียน
-ให้ผู้เขียนแก้ไขหรือส่งหลักฐานเพิ่มเติม
-ระงับการพิจารณาบทความ
-ปฏิเสธบทความ
-ถอนบทความ หากตรวจพบภายหลังการตีพิมพ์
-แจ้งหน่วยงานต้นสังกัดของผู้เขียน ในกรณีที่มีพฤติการณ์ร้ายแรง

9. ตัวอย่างข้อความเปิดเผยการใช้ AI
กรณีใช้ AI เพื่อปรับภาษา
ผู้เขียนได้ใช้ OpenAI’s ChatGPT รุ่น [ระบุเดือน/ปี หรือเวอร์ชัน] เพื่อช่วยปรับความชัดเจนของภาษาและไวยากรณ์ในบางส่วนของบทความ โดยผู้เขียนได้ตรวจสอบ แก้ไข และยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาทั้งหมดด้วยตนเองแล้ว
กรณีใช้ AI เพื่อแปลภาษา
ผู้เขียนได้ใช้ [ชื่อเครื่องมือ AI] เพื่อช่วยแปลต้นฉบับบางส่วนจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ หลังจากนั้นผู้เขียนได้ตรวจสอบความถูกต้องของศัพท์วิชาการ ความหมาย และความสอดคล้องของเนื้อหาทั้งหมดแล้ว
กรณีไม่ได้ใช้ AI
ผู้เขียนขอรับรองว่าไม่ได้ใช้เครื่องมือปัญญาประดิษฐ์หรือ AI-assisted technologies ในการสร้างเนื้อหา วิเคราะห์ข้อมูล สร้างภาพ แปลภาษา หรือจัดทำส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความนี้

กระบวนการของวารสาร

          ต้นฉบับบทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์เอกสาร *.docx ของ Microsoft Word Version 2010 หรือมากกว่า ต้นฉบับขนาด A4 ความยาวของต้นฉบับต้องไม่เกิน 15 หน้า (รวมบทคัดย่อ ภาพ ตารางและเอกสารอ้างอิง) โดยกองบรรณาธิการจะพิจารณาเบื้องต้นเกี่ยวกับความถูกต้องของรูปแบบผลงาน หากไม่ถูกต้องสมบูรณ์จะส่งกลับไปแก้ไข หากปรากฎว่าผู้นิพนธ์ไม่ได้ปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ตามข้อเสนอ กองบรรณาธิการจะทำการเลื่อนรอบตีพิมพ์ออกไปจนกว่าผู้นิพนธ์จะปรับปรุงให้เรียนร้อยและส่งกลับภายในระบบเรียบร้อยแล้ว เมื่อรูปแบบผลงานถูกต้องสมบูรณ์จึงนำเข้าสู่กระบวนการส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิประเมิน เมื่อผู้ทรงคุณวุฒิได้แจ้งผลการประเมิน ผ่าน/ไม่ผ่านหรือให้ปรับปรุงแก้ไข กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้เขียนได้ทราบและปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ แล้วส่งกลับในระบบภายในระยะเวลา 1 เดือน เมื่อกองบรรณาธิการได้ตรวจสอบความสมบูรณ์ของผลงานแล้วจึงดำเนินการออกหนังสือตอบรับต่อไป โดยลำดับการตีพิมพ์เผยแพร่จะพิจารณาจากความสมบูรณ์ของผลงานและลำดับการส่งผลงานเป็นเบื้องต้น  ทั้งนี้ การพิจารณาของกองบรรณาธิการถือเป็นที่สิ้นสุด กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่ตีพิมพ์บทความใด ในกรณีที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางของวารสาร หรือไม่ผ่านการพิจารณาจากกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิ หรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของวารสาร เมื่อบทความที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว ผู้นิพนธ์จะได้รับลิงค์เผยแพร่ผลงานฉบับที่ลงตีพิมพ์ในวารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ

บทความวิจัย

Section default policy

นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชื่อและที่อยู่อีเมล หรือข้อมูลส่วนบุคคล ที่กรอกในเว็บไซต์วารสารนี้จะใช้สำหรับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในงานวารสารเท่านั้นและจะไม่เปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ในกิจกรรมอื่น ๆ หรือให้กับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นใดทราบ