การประยุกต์หลักการ Lean และวิธีการ ECRS ในการออกแบบนวัตกรรมกระบวนการเทียบโอนผลการเรียน : กรณีศึกษา คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
คำสำคัญ:
เทียบโอนผลการเรียน, การจัดการแบบลีน, หลักการ ECRS , การเรียนรู้ตลอดชีวิตบทคัดย่อ
ระบบการเทียบโอนผลการเรียนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิตและความยืดหยุ่นในระบบอุดมศึกษาของไทยตามประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 แต่ในทางปฏิบัติ กระบวนการนี้ยังพบปัญหาความไม่มีประสิทธิภาพ เช่น ความล่าช้า เกณฑ์ประเมินที่ไม่ชัดเจน และภาระเอกสารที่มาก ทำให้การเคลื่อนย้ายของนักศึกษายากลำบากขึ้นและลดประสิทธิผลโดยรวม แม้แนวคิดการจัดการแบบลีนจะมีประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรม แต่การนำมาใช้ในงานบริหารวิชาการในประเทศไทยยังขาดงานวิจัยเชิงลึก โดยเฉพาะในบริบทระบบราชการที่ซับซ้อน ซึ่งเป็นช่องว่างที่ควรสำรวจเพื่อพัฒนาการเข้าถึงการศึกษาให้ดีขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สำรวจสภาพปัจจุบันและปัญหาของกระบวนการเทียบโอน (2) ทำความเข้าใจความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง และ (3) ออกแบบกระบวนการใหม่โดยใช้หลักการ ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, Simplify) ให้สอดคล้องกับมาตรฐานชาติ ใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพตามเกณฑ์ COREQ 32 ข้อ โดยเลือกตัวอย่างแบบเจาะจงจากนักศึกษาหลักสูตรเทียบโอนในห้าสาขาวิชา (รุ่นก่อนและปีการศึกษา 2567) กลุ่มคณาจารย์ และเจ้าหน้าที่งานทะเบียนและวัดผล เก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเชิงเอกสาร แล้วทำการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อหาสาเหตุของปัญหา
ผลการศึกษาพบปัญหาหลักสามประการ คือ ความซับซ้อนของระบบเอกสารและความไม่ชัดเจนของเกณฑ์การประเมิน ความขาดประสิทธิภาพในการประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการสื่อสารและการติดตามสถานะที่ไม่เพียงพอ หลังนำ ECRS มาประยุกต์ ขั้นตอนลดจาก 11 เหลือ 7 ขั้นตอน (เพิ่มประสิทธิภาพร้อยละ 36) เวลาดำเนินการรวมลดจาก 116 เหลือ 8 วัน (ลดร้อยละ 93) และยังช่วยเพิ่มความโปร่งใสกับความพึงพอใจของผู้ใช้ งานนี้ให้ข้อมูลเชิงประจักษ์เกี่ยวกับประโยชน์ของแนวคิดลีนในระบบเทียบโอน โดยเสนอกรอบที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งอาจนำไปปรับใช้ในสถาบันอื่นเพื่อยกระดับการบริการและการเข้าถึงการศึกษา
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา. (2565). ประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการเทียบโอนหน่วยกิตและผลการศึกษาในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565. สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
พินิจ มีคำทอง และโกวิทย์ แสนพงษ์. (2562). เทคนิคการวิเคราะห์สภาพการพัฒนาเพื่อการวางแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษา. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 9(3), 111-120.
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. (2562). ระเบียบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ว่าด้วยการเทียบโอนผลการเรียน พ.ศ. 2562. https://oreg.rmutt.ac.th/?wpfb_dl=1590
Bârsan, R. M., & Codrea, F.-M. (2019). Lean university: Applying the ECRS method to improve an administrative process. MATEC Web of Conferences, 290, 07003. https://doi.org/10.1051/matecconf/201929007003
Garnett, J., & Cavaye, A. (2015). Recognition of prior learning: Opportunities and challenges for higher education. Journal of Work-Applied Management, 7(1), 28-37. https://doi.org/10.1108/JWAM-10-2015-003
Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. Prentice Hall.
Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. Sage.
Nasseri, S., Jonaidi, M., Nasajpour-Esfahani, N., & Schultz, R. (2022). Lean practices in academia: A comprehensive review and a new provisional model. American Society for Engineering Education (ASEE) Annual Conference & Exposition. https://doi.org/10.18260/1-2--40631
Porter, M. E. (1985). Competitive advantage: Creating and sustaining superior performance. Free Press.
UNESCO. (2012). Guidelines for the recognition, validation and accreditation of the outcomes of non-formal and informal learning. UNESCO Institute for Lifelong Learning.
Womack, J. P., & Jones, D. T. (2003). Lean thinking: Banish waste and create wealth in your corporation (Rev. ed.). Free Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการจัดการโซ่คุณค่าและกลยุทธ์ธุรกิจ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
