การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านบ่อเตย จังหวัดสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษของนักเรียนก่อนและหลังเรียนโดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านบ่อเตย จังหวัดสงขลา ที่มีต่อชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้ โดยใช้เกมเป็นฐาน โดยมีกลุ่มตัวอย่างซึ่งเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านบ่อเตย จังหวัดสงขลา ที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 รวมทั้งสิ้น 16 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์จำนวน 7 แผน 2) ชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ จำนวน 7 บท 3) แบบทดสอบวัดการอ่านออกเสียงจำนวน 25 ข้อ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าประสิทธิภาพ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานมีค่าประสิทธิภาพ 74.64 /77.5 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 75/75 2) หลังจากการใช้ชุดฝึกทักษะการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ร่วมกับการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานนักเรียนมีทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อชุดฝึกทักษะโฟนิกส์การเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ก็ก่อ พิสุทธิ์ และกัลยรัตน์ ชาวันดี. (2561). การพัฒนาทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษโดยใช้ชุดฝึกทักษะโฟนิกส์ออนไลน์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเต่างอยพัฒนศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
จิตวดี วังสนาม. (2564). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องการอ่านออกเสียงแบบโฟนิกส์ (Phonics) โดยใช้แบบฝึกทักษะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. บุรีรัมย์: คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ตวงรัตน์ แซ่จง. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงสะกดคำภาษาอังกฤษโดยใช้แบบฝึกทักษะการอ่านออกเสียงโฟนิกส์ (Phonics) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนทรงวิทยาเทพารักษ์. วารสารพัฒนศิลป์วิชาการ, 5(2), 116-126.
นลินี ดวงเนตร. (2564). ผลการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐานที่มีต่อการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาหลักสูตรและการสอน. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปารมี เชยวัดเกาะ และอโณทัย พลเยี่ยม เพชรแสง. (2564). การพัฒนาทักษะการอ่านคำศัพท์ภาษาอังกฤษโดยการสอนแบบโฟนิกส์สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 16(1), 72-81.
ปิยะนุช แสงเดือน. (2561). การจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
วรกานต์ โสคะโน, กนกกาญจน์ กิตติชาติเชาวลิต และพนาน้อย รอดชู. (2563). ผลของการใช้แบบฝึกทักษะโฟนิกส์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(9), 236-249.
วิไลลักษณ์ พงศ์พานิช. (2562). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.
สาวิตรี อานมณี และ เบญจพร สว่างศรี. (2562). การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านสะกดคำโดยใช้เสียงโฟนิกส์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (รายงานวิจัย). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สุจิตรา อ่อนคง. (2560). การสอนอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้โฟนิกส์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โฟนิกส์ (Phonics) สำคัญอย่างไร ทำไมต้องเรียน. (ม.ป.ป.). [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 1 เมษายน 2566, จาก : https://www.trueplookpanya.com