การพัฒนากิจกรรมดนตรีเพื่อปรับพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

Main Article Content

อทิตยา ใจเตี้ย
สามารถ ใจเตี้ย

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียวมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและทดสอบกิจกรรมดนตรีเพื่อปรับพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ จำนวน 4 คนที่เข้ามารับบริการปรับพฤติกรรมในห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ภาคเรียนที่ 1/ 2567 และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการให้บริการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษห้องเรียนเด็กพิเศษ จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลการวิจัยเป็นกิจกรรมดนตรี และแบบประเมินพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่ง และการสัมมนาเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติทดสอบ Wilcoxon signed rank test ผลการวิจัย พบว่า กิจกรรมดนตรีบำบัดประกอบด้วยกิจกรรมการเปิดเพลงบรรเลง การเล่นอิเล็กโทน และการเคลื่อนไหวร่างกายตามเพลง ทั้งนี้ค่าคะแนนพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งหลังใช้กิจกรรมดนตรีต่ำกว่าก่อนใช้กิจกรรมดนตรีอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 จึงอาจสรุปได้ว่ากิจกรรมดนตรีสามารถปรับพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งของนักเรียนได้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ใจเตี้ย อ., & ใจเตี้ย ส. (2025). การพัฒนากิจกรรมดนตรีเพื่อปรับพฤติกรรมการไม่อยู่นิ่งสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 4(2), 63–70. สืบค้น จาก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jeduyru/article/view/4991
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิติศักดิ์ เสียงดี. (2563). การศึกษากิจกรรมดนตรีที่ส่งผลต่อทักษะทางสังคมของเด็กออทิสติกระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง (ฝ่ายประถม). วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาศิลปศึกษา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2550). การบำบัดทางเลือกในเด็กพิเศษ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.

บุญเกิด วิเศษรินทอง. (2562). ปัญหาการดำเนินงานการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษในโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคาม เขต 1. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(3),143-154.

ปาหนัน กฤษณรมย์. (2563). ผลของกิจกรรมดนตรีบำบัดต่อความสามารถในการรับรู้และตอบสนองต่อดนตรีพัฒนาการและคุณภาพชีวิตของเด็กออทิสติก. วารสารปาริชาต มหาวิทยาลัยทักษิณ, 33(2), 168-181.

รวมศักดิ์ เจียมศักดิ์. (2561). ดนตรีบำบัด : การพัฒนาเด็กออทิสติกทางด้านการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร. วารสารพัฒนศิลป์วิชาการ, 2(ฉบับพิเศษ), 197-210.

รวมศักดิ์ เจียมศักดิ์. (2563). แนวทางการจัดกิจกรรมดนตรีบำบัดสำหรับเด็กพิเศษผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ดนตรีเด็ก. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 8(1), 85-112.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). คู่มือรายการสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2553. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

อทิตยา ใจเตี้ย และ สามารถ ใจเตี้ย. (2563). การพัฒนากิจกรรมการเสริมแรงทางบวกด้วยเบี้ยอรรถกรเพื่อพัฒนาความสนใจในการทำกิจกรรมของเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 2(2), 40-49.

Boster, J. B., Spitzley, A. M., Castle, T. W., Jewell, A. R., Corso, C. L., & McCarthy, J. W. (2021). Music improves social and participation outcomes for individuals with communication disorders: a systematic review. Journal of Music Therapy, 58(1), 12-42.

Cronbach L.J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16, 297-334.

Geretsegger, M., Fusar-Poli, L., Elefant, C., Mössler, KA., Vitale, G., & Gold, C. (2022). Music therapy for autistic people. Cochrane Database Syst Rev, 5(5), CD004381.

Kate,S., Deb, K. & Janeen, L.. (2013). The use of music to engage children with autism in a receptive labelling task. Research in Autism Spectrum Disorders, 7(12), 1489-1496.

Wanicharoen, N., & Boonrod, V. (2024). Effect of music therapy on language skills in children with specific language impairment: A systematic review. Journal of Associated Medical Sciences, 57(1), 96-103.