การสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่นที่มีผลต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช
คำสำคัญ:
การสื่อสารทางการเมือง, นักการเมืองท้องถิ่น, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1. ศึกษาวิธีการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่น 2. วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 3. นำเสนอแนวทางการสื่อสารที่ส่งผลต่อการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยประยุกต์หลักพุทธธรรม ใช้การวิจัยแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงคุณภาพ ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 18 รูปหรือคน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม และการสนทนากลุ่มเฉพาะ 9 คน เพื่อยืนยันองค์ความรู้ ขณะที่การวิจัยเชิงปริมาณ ใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากประชาชน อายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 1,542,158 คน และใช้สูตรของ ทาโร่ ยามาเน่ คำนวณได้กลุ่มตัวอย่าง 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน เพื่อสรุปแนวทางสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต่อการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผลการวิจัยพบว่า 1. วิธีการสื่อสารของนักการเมืองท้องถิ่น พบว่า การสื่อสารที่ชัดเจน ช่วยเสริมความโปร่งใส ลดความคลุมเครือ และเพิ่มความร่วมมือของประชาชน การสื่อสารเชิงโครงสร้างและการสื่อสารเชิงสั่งการ ส่งเสริมการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ การประสานงานระหว่างหน่วยงานและการควบคุมติดตามงาน ช่วยให้การดำเนินงานราบรื่นและมีเป้าหมายที่ชัดเจน 2. ปัจจัยที่มีอิทธิพล ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ สื่อบุคคล และสื่อวิทยุ ซึ่งมีผลต่อแนวโน้มความนิยมทางการเมือง 40.1% ที่ระดับนัยสำคัญ 0.01 รวมถึงหลักวจีสุจริต 4 ได้แก่ อปิสุณาวาจา พูดไม่ส่อเสียด มัททาวาจา พูดพอประมาณ สัจจาวาจา พูดคำสุภาพ และสัจจะวาจา พูดจริง 3. แนวทางการสื่อสารที่ส่งผลต่อการบริหารงาน ได้แก่ สัจจะวาจา สื่อสารโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น อปิสุณาวาจา ใช้วาจาสร้างสรรค์ ลดความขัดแย้ง สัณหวาจา พูดสุภาพ ส่งเสริมความสามัคคี มันตภาสา พูดอย่างมีเหตุผล ลดความขัดแย้ง การบูรณาการหลักพุทธธรรมช่วยส่งเสริมความโปร่งใส ความร่วมมือ และทำให้การบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
ธีรยุทธ ชะนิล. (2566). การประยุกต์หลักธรรมและการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองเพื่อสร้างความนิยมสำหรับการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราช (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
นันทนา นันทวโรภาส. (2554). การสื่อสารทางการเมืองในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกริก.
เบญญาภา จิตมั่นคงภักดี. (2561). การใช้วจีสุจริตของผู้บริหารโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์, 14(ฉบับพิเศษ), 155-161.
พรศักดิ์ ผ่องแผ้ว. (2532). ข่าวสารการเมืองของคนไทย 2532. กรุงเทพฯ: สำนักการพิมพ์ เจ้าพระยาการพิมพ์.
พระมหาสมคิด สมฺปนฺโน และคณะ. (2564). การนำหลักสุจริตมาพัฒนาศักยภาพของนักการเมืองท้องถิ่น. วารสารมหาจุฬาตานีปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 3(5), 40-46.
พัททดล เสวตวรรณ. (2565). การพัฒนาทางการเมืองที่มีผลต่อการบริหารงานขององค์กรส่วนปกครอง ท้องถิ่นในจังหวัดอุทัยธานี (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศิริ พันธ์ทา. (2559). หลักสุจริตธรรมกับการบริหารองค์การอย่างยั่งยืน. Journal of Modern Learning Development, 1(1), 1-6.
สำนักงานสถิติจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2566). จำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจังหวัดนครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช: สำนักงานสถิติจังหวัดนครศรีธรรมราช.
สุรพล สุยะพรหม. (2562). การสื่อสารทางการเมืองของพระเทพปฏิภาณวาที (เจ้าคุณพิพิธ) : ศึกษาในช่วงเวลา พ.ศ. 2540-2560 (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาสื่อสารการเมือง). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกริก.
Yamane, T. (1973). Statistics an introductory analysis. (3rd ed.). New York: Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

