การเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติ สัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
คำสำคัญ:
สวัสดิการภาครัฐ, แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมา, คุณภาพชีวิต, จังหวัดสมุทรปราการบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) การเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ 2) คุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ และ 3) ปัจจัยการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ในการวิจัย คือ แรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ที่ได้รับอนุญาตทำงานในจังหวัดสมุทรปราการ ประเภทกลุ่มแรงงานนำเข้าตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศเมียนมา (MOU) จำนวน 2,169 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 338 คน โดยวิธีของทาโร่ ยามาเน่ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .917 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานโดยการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า (1) การเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านโดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านการจ้างงานและคุ้มครองแรงงานอยู่ในระดับมาก รองลงมา ได้แก่ ด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาลอยู่ในระดับมาก และด้านสิทธิพื้นฐานในสังคม ค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ตามลำดับ (2) คุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ โดยรวมค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ดังนี้ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม ตามลำดับ (3) ปัจจัยการเข้าถึงสวัสดิการภาครัฐที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติสัญชาติเมียนมาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ ด้านการจ้างงานและคุ้มครองแรงงงาน รองลงมา คือ ด้านสิทธิพื้นฐานในสังคม และด้านสุขภาพและการรักษาพยาบาล อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
เอกสารอ้างอิง
คำม่วน พิลาพอนเดช. (2561). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บ้านดอนโค เมืองชะนะสมบูน แขวงจำปาสัก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ณัฐธยาน์ ตั้งถาวรสกุล. (2558). แนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทย: กรณีศึกษาศูนย์ศิลปะการแสดง สถาบันคึกฤทธิ์. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
นงลักษณ์ ปิยะมังคลา, ญาณัญฎา ศิรภัทร์ธาดาและกฤษฎา สังขมณี. (2562). การแสดงนาฏศิลป์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม จังหวัดนครสวรรค์. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์, 6(2), 353–365.
วรรณา วงษ์วานิช. (2546). การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์: แนวคิดและกรณีศึกษาเกี่ยวกับบ้านชีทวน. วารสารวิถีสังคมมนุษย์, 4(2), 5–18.
สัณห์ไชญ์ เอื้อศิลป์. (2559). การเล่าเรื่องประวัติศาสตร์และโบราณคดีภาคตะวันออกผ่านการสร้างบทและกำกับละครเพลงเรื่อง เจ้าหญิงโคกพนมดี. รายงานการวิจัย, มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานจังหวัดอ่างทอง. (2554). ประวัติศาสตร์จังหวัดอ่างทอง. หจก. 119 สติกเกอร์ แอนด์ พริ้น.
สำนักงานจังหวัดอ่างทอง. (2564). แผนพัฒนาจังหวัดอ่างทอง (พ.ศ. 2566–2570). เอกสารอัดสำเนา.
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education. Greenwood Press.
Di Giovine, M. A. (2009). The Heritage-scape: UNESCO, World Heritage, and Tourism. Lexington Books.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.