ปัญหาการคุ้มครองสิทธิของทายาทที่เป็นบุตรจากเงินทดแทน
คำสำคัญ:
สิทธิในเงินทดแทน, ทายาทเงินทดแทน, บุตร, คนพิการบทคัดย่อ
การวิจัยปัญหาการคุ้มครองสิทธิของทายาทเงินทดแทนมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาการคุ้มครองสิทธิของทายาทเงินทดแทน ตามพระราชบัญญัติเงินทดแทน พุทธศักราช 2537 (แก้ไขเพิ่มเติม 2561) โดยพิจารณาปัญหาทางกฎหมายที่กำหนดให้สิทธิแก่ทายาทเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงาน โดยเฉพาะทายาทที่เป็นบุตรตามมาตรา 20(3) และ (4) ด้วยการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพโดยการวิจัยเชิงเอกสาร
ผลการวิจัยพบว่า พระราชบัญญัติเงินทดแทน พุทธศักราช 2537 (แก้ไขเพิ่มเติม 2561) มาตรา 20(3) กำหนดให้สิทธิแก่บุตรในการได้รับเงินทดแทนเมื่อลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยจากการทำงานและถึงแก่ความตายหรือสูญหาย โดยกำหนดเงื่อนไขให้บุตรที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้รับสิทธิโดยไม่ต้องพิจารณาว่าบุตรเรียนอยู่ หรือไม่ได้เรียนแต่ทำงานแล้ว หรืออาจจะไม่ได้เรียนและไม่ได้ทำงานก็ได้รับสิทธิ แต่เมื่อบุตรอายุครบ 18 ปี มีหลักคือบุตรจะไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทน ยกเว้นบุตรอยู่ในระหว่างการศึกษาอยู่ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีหรือในระดับปริญญาตรีให้ได้รับสิทธิในเงินทดแทนต่อไปจนกว่าจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี จากการศึกษาพบว่า บุคคลอายุครบ 18 ปี ที่ไม่มีโอกาสเรียนด้วยเหตุผลต่างๆ มีจำนวนมาก จึงควรขยายโอกาสให้บุตรมีโอกาสตัดสินใจทำงานเพื่อเลี้ยงดูตนเองหรือเลือกศึกษาต่อเพื่อให้เกิดสิทธิในเงินทดแทนต่อไป อีกประเด็นคือตามมาตรา 20 (4) กฎหมายกำหนดให้สิทธิแก่บุตรที่ทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ เมื่ออายุครบ 18 ปี จะได้รับสิทธิในเงินทดแทนต่อไปอีกก็ต่อเมื่อบุตรนั้นต้องอยู่ในอุปการะก่อนที่ลูกจ้างตายหรือสูญหาย และหากบุตรประเภทนี้ไม่มีลักษณะอาการดังกล่าวอีกต่อไป มาตรา 21 วรรคสอง กำหนดให้สิทธิในการได้รับเงินทดแทนของบุตรนั้นสิ้นสุดลง จากการศึกษาพบว่า คนพิการควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามหลักสิทธิคนพิการและภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ และโอกาสที่คนพิการจะหายจากอาการที่เป็นนั้นเป็นไปได้ยากมากเมื่อพิจารณาจากสาเหตุที่ทำให้เกิดความพิการ
ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะ คือ ควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเงินทดแทน พุทธศักราช 2537 มาตรา 20 โดยเพิ่มพระราชบัญญัติเงินทดแทน พุทธศักราช 2537 มาตรา 20(3/2) โดยกำหนดว่าให้บุตรที่อายุครบ 18 ปี และไม่ได้ศึกษา ให้ได้รับสิทธิต่อไปอีก 6 เดือน และหากได้ศึกษาต่อภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่อายุครบ 18 ปี ไม่ว่าอยู่ในระดับไม่สูงกว่าปริญญาตรีหรือในระดับปริญญาตรี ให้มีสิทธิได้รับเงินทดแทนจนกว่าจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ควรยกเลิกการกำหนดสิทธิของบุตรที่ทุพพลภาพ ตามมาตรา 20 (4) โดยกำหนดให้บุตรที่มีอายุตั้งแต่สิบแปดปีและทุพพลภาพหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบซึ่งอยู่ในอุปการะหรือมิได้อยู่ในอุปการะของลูกจ้างก่อนที่ลูกจ้างถึงแก่ความตายหรือสูญหาย และควรแก้ไขมาตรา 21 วรรคสองตอนท้าย โดยกำหนดว่า บุตรที่ไม่มีลักษณะตามมาตรา 20(4) และมีผู้อุปการะหรือประกอบอาชีพได้ด้วยตนเอง
เอกสารอ้างอิง
กิตติยา รัตนกร. (2547). การสังเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ. สำนักพิมพ์วิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ขนิษฐา เกวินทรภัคติ. (2531). การดูแลคนพิการ. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พระราชบัญญัติเงินทดแทน (ฉบับที่ 2) แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2561.
พระราชบัญญัติการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พุทธศักราช 2534.
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พุทธศักราช 2550.
ประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข พุทธศักราช 2537 ว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ.
ประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่อง “ประเภทและหลักเกณฑ์ความพิการ”. ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 77 ง.
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง “กำหนดประเภทและหลักเกณฑ์ของคนพิการเพื่อการศึกษา พุทธศักราช2552”. ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 80 ง. หน้า 45-47.
วีระ โลจายะ. (2547). กฎหมายสิทธิมนุษยชน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์วิกตอรีเพาเวอร์พอยท์.
สิรินาถ บุญเกียรติ. (2535). การเตรียมการของสถานประกอบการในการจ้างแรงงานคนพิการ. ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
O’ Reilly, A. (2003). The Rights to Decent Work of Persons with Disabilities (สิทธิในการทำงานที่มีคุณค่าของผู้พิการ) Skills Working Paper No.14, ILO Geneva.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารปรัชญาดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.