การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ในรายวิชาอัลฟิกฮฺ สำหรับนักเรียนชั้นอิสลามศึกษาตอนกลางปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาอัลฟิกฮฺโดยใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ตามเกณฑ์มาตรฐาน 70/70 2) ประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนอิสลามศึกษาตอนกลางปีที่ 3 ตามเกณฑ์ร้อยละ 70 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาอัลฟิกฮฺ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 4) ประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนรู้โดยใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ในรายวิชาอัลฟิกฮฺ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ นักเรียนชั้นอิสลามศึกษาปีที่ 3 จำนวน 40 คน โดยได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยการใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ 2) แบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (Paired sample t-Test) ผลการวิจัยพบว่า 1) ประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้โดยการใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/E2 = 81.50/86.07 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 2) ผลการประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 3) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาอัลฟิกฮฺของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระดับ .001 4) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรายวิชาอัลฟิกฮฺโดยใช้บทบาทสมมติเชิงวิเคราะห์ อยู่ในระดับมากที่สุด (x̄ = 4.50, S.D. = 0.60)
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช 2546. คุรุสภาลาดพร้าว.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. คุรุสภาลาดพร้าว.
จันทร์จิรา จูมพลหล้า. (2560). เอกสารประกอบการสอนรายวิชา การออกแบบและการจัดการเรียนรู้. คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี http://portal5.udru.ac.th/ebook/pdf/upload/189UUus2QuW8298dsI58.pdf
ทิศนา แขมมณี. (2562). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 23. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรี นาคผง. (2562). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่จัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็น ฐานร่วมกับเทคนิค STAD. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต.
พิศุทธ์ปภาณ จินะวงค์. (2564). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เรื่อง การคูณ โดยใช้แบบฝึกทักษะสำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสุเหร่าลาดพร้าว. วารสารลวะศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
มะสดี มะเซ็ง. (2560). ผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาอัลฟิกฮฺ (ศาสนบัญญัติ) เรื่อง อิบาดะฮฺในยามเจ็บป่วยในอิสลาม โดยใช้ บทบาทสมมติ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านเกล็ดแก้ว. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหา บัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
วรกมล สุนทรานนท์. (2553). ผลของการจัดการเรียนการสอนวิชาสุขศึกษา ด้วยรูปแบบบทบาทสมมติที่มีต่อผลลัพธ์การ เรียนรู้และความสามารถในการแก้ปัญหาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อาบิร บิลสุลต่าน. (2565). การพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์โดยการตั้งคำถามจากเรื่องเล่า สาระการเรียนรู้อัลอัคลาก สำหรับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสมบูรณ์ศาสน์อิสลาม. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา การสอนอิสลามศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
เอกรินทร์ สี่มหาศาล. (2555). กระบวนการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา แนวคิดสู่การปฏิบัติ. บุ๊คพอยท์.
Dewey, J. (2005). How we think: A restatement of the relation of reflective thinking and the educational process. D. C. Heath.
Freire, P. (1998). Pedagogy of the oppressed. Continuum.
Joyce, B., & Weil, M. (2003). Models of teaching (5th ed.). Prentice Hall.
Karenina, A., Widoretno, S., & Prayitno, B. A. (2020). Effectiveness of problem solving-based module to improve analytical thinking. Journal of Physics: Conference Series, 1-8.
Ladousse, G. P. (1987). Role play: Resources book for the teacher. Oxford University Press.
Likert, R. (1967). The method of constructing an attitude scale. In M. Fishbein (Ed.), Attitude theory and measurement (pp. 90-95). Wiley & Sons.
Saleh, S., & Subramaniam, L. (2019). Effects of brain-based teaching method on physics achievement. Kasetsart Journal of Social Sciences, 40(3), 580-584.
Vygotsky, L. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.