การพัฒนาเครื่องมือประเมินผลดิจิทัลสำหรับการสอบปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย

ผู้แต่ง

  • จรรย์สมร ผลบุญ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
  • รวิสรา ศรีชัย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
  • กฤติยา ชูสงค์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
  • อักษราวดี ปัทมสันติวงศ์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา
  • มณฑล ผลบุญ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

เครื่องมือประเมินผลดิจิทัล, การสอบปฏิบัตินาฏศิลป์, นาฏศิลป์ไทย

บทคัดย่อ

            งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแบบประเมินดิจิทัลในการสอบปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษาสาขานาฏศิลป์และการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1 และ 2 จำนวน 30 คน และอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษาที่มีประสบการณ์ในการสอนนาฏศิลป์ไม่น้อยกว่า 5 ปี จำนวน 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ แบบประเมินดิจิทัลในการสอบปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย และแบบประเมินความพึงพอใจ

            ผลการศึกษาพบว่า (1) แบบประเมินมีโครงสร้างรูบริค 5 ระดับ ครอบคลุมองค์ประกอบการแสดงและการปฏิบัติท่ารำ โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย 3 ท่าน ได้ค่า IOC = 1 (2) แบบประเมินถูกพัฒนาโดยใช้ Google Forms, Google Sheets และ CoRubrics Add-on และทดลองใช้ใน 3 กลุ่ม คือ การประเมินตนเอง การประเมินโดยเพื่อน และการประเมินโดยผู้สอน ผลการวิเคราะห์ค่าความเชื่อมั่นด้วย Cronbach’s alpha พบว่ามีค่าความเชื่อมั่นสูง (0.96) นอกจากนี้สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการจำแนกระดับความสามารถของผู้เรียนได้ (3) ผลการประเมินความพึงพอใจจากบุคลากรทางการศึกษาอยู่ในระดับสูงที่สุด แสดงให้เห็นว่าแบบประเมินดิจิทัลมีความเหมาะสมและสามารถนำไปใช้ในการพัฒนาการสอบปฏิบัตินาฏศิลป์ไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (ม.ป.ป.). คู่มือการพัฒนาความสามารถในการสร้างเครื่องมือประเมินภาคปฏิบัติ (Performance Assessment). (ม.ป.ท.)

จรรย์สมร ผลบุญ, และ มณฑล ผลบุญ. (2567). การพัฒนาระบบการเรียนรู้ด้านศิลปะการแสดงสำหรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต. คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา.

จักรพันธ์ กิตตินรรัตน์, และอรณัฏฐ์ อชีรญาวัฒน์. (2567). การสุ่มตัวอย่างในงานวิจัย: หลักการ วิธีการ และการประยุกต์ใช้. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการการศึกษา, 2(1), 39-55.

จิรัชญา สิวกระโทก, วัชรี แซงบุญเรือง, และ สุภาวดี กาญจนเกต. (2568). การพัฒนาทักษะปฏิบัติเรื่องนาฏศิลป์ไทย ตามรูปแบบการสอนของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชัน TikTok สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วารสารศรีวนาลัยวิจัย, 15(1), 257-274.

ทัศนีย์ ศิวบวรวัฒนนา. (ม.ป.ป.). คู่มือแบบสังเกตวัดภาคปฏิบัติวิชานาฏศิลป์ไทย (ละคร) ศ 32208 เรื่องระบำย่องหงิด ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาชีพนาฏศิลป์ไทย (ละคร). วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ สถาบันบันฑิตพัฒนศิลป์ กระทรวงวัฒนธรรม.

ทิวาพร อรรคอำนวย. (2565). การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นฐาน การจัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์ในยุคโลกพลิกผัน (VUCA World). วารสารราชพฤกษ์, 20(2), 29-42.

ภัทราพร ชาลีดี. (2565). การพัฒนาทักษะปฏิบัตินาฏศิลป์ ชุดไก่ขัน โดยใช้แนวคิดของเดวีส์ร่วมกับแอปพลิเคชัน TIKTOK สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. [วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยรังสิต.

มานะ สินธุวงษานนท์ และ นัฐยา บุญกองเสน. (2566). การจัดทำหลักสูตรที่มุ่งผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน (OBE) คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 17(2), 470-482.

รัตนาภรณ์ ทรงนภาวุฒิกุล. (2560). การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ด้วยการให้คะแนนแบบรูบริค : Scoring Rubrics. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย, 12(1),1-14.

ศถิรวรรณ สมบัติ. (2563). การออกแบบชิ้นงานและรูบริคในการจัดการเรียนรู้แบบวิจัยเป็นฐานเพื่อประเมินการรู้ เรื่อง และการให้เหตุผลทางสถิติโดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีการสรุปอ้างอิง [วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์] มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.

สมชาย เทพแสง และคณะ (2566). การศึกษาที่เน้นผลลัพธ์ Outcome-based Education ( OBE): กุญแจสำคัญในการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นนักเรียนเป็นหลัก. วารสารสหวิทยาการวิจัยและนวัตกรรมการศึกษา, 2(1), 39-51.

สรัญญา จันทร์ชูสกุล, และพินดา วราสุนันท์. (2563). การประเมินทักษะการปฏิบัติ: จากหลักการสู่แนวปฏิบัติ. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 26(2), 36-56.

สินีเนตร นาโควงค์. (2565). การพัฒนาชุดการสอนนาฏศิลป์ เรื่อง การประดิษฐ์ท่ารำ โดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของแฮร์โรว์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 [วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

อภิสิทธิ์ ทองจันทร์. (2566). รูบริคเดี่ยว ทางเลือกใหม่ของการใช้เครื่องมือประเมินเพื่อพัฒนา (Single-Point Rubric: An Alternative Tool of Assessment for Learning). นิตยสาร สสวท สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี., 51(241), 39-44.

Pholboon, J., & Pholboon, M. (2023). The Management of the Teaching of Traditional Thai Folk Dances in an Online Course for Lifelong Education. In The Kyoto Conference on Arts, Media & Culture 2023: Official Conference Proceedings (pp. 599-607). https://doi.org/10.22492/issn.2436-0503.2023.53

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-25

รูปแบบการอ้างอิง

ผลบุญ จ., ศรีชัย ร., ชูสงค์ ก., ปัทมสันติวงศ์ อ., & ผลบุญ ม. (2026). การพัฒนาเครื่องมือประเมินผลดิจิทัลสำหรับการสอบปฏิบัตินาฏศิลป์ไทย. วารสารวิชาการมนุษย์และสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 10(1), 108–125. สืบค้น จาก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhuso/article/view/5653