การบูรณาการองค์กรภาครัฐยุคใหม่ตามหลักไตรสิกขา
คำสำคัญ:
การบูรณาการ, องค์การยุคใหม่, ไตรสิกขาบทคัดย่อ
ศักยภาพในการนำหลักไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา มาประยุกต์ใช้กับกระบวนการบริหารองค์กรภาครัฐในยุคใหม่ โดยมุ่งเน้นการบูรณาการเชิงระบบระหว่างแนวคิดพุทธธรรมกับหลักการบริหารจัดการร่วมสมัย เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และจริยธรรมของภาครัฐ ท่ามกลางบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และความคาดหวังของประชาชนที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยมีกรอบแนวคิดหลักคือ การบริหารเชิงคุณค่ากับการพัฒนาคุณภาพเชิงโครงสร้าง ผลการวิเคราะห์พบว่า หลักศีลสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการวางระบบธรรมาภิบาลและจริยธรรมในองค์กรเพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส หลักสมาธิส่งเสริมการบริหารตนเองของบุคลากร การมีสติในการปฏิบัติงาน และการพัฒนาคุณภาพชีวิตการทำงาน ส่วนหลักปัญญาช่วยผลักดันให้เกิดการคิดเชิงระบบ การตัดสินใจเชิงคุณค่า และการพัฒนาภาวะผู้นำของผู้บริหารภาครัฐ เมื่อพิจารณาในภาพรวม การนำไตรสิกขามาเป็นฐานคิดของการบริหารองค์กรภาครัฐสามารถช่วยลดช่องว่างระหว่างประสิทธิภาพเชิงกลไกกับคุณธรรมเชิงนามธรรม และเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับประชาชน ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายคือ รัฐควรส่งเสริมให้เกิด “องค์กรสำนึกธรรม” โดยการออกแบบระบบฝึกอบรมเชิงบูรณาการที่ผสานหลักไตรสิกขาเข้ากับกระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของรัฐ ทั้งนี้ควรมีการวิจัยเชิงประจักษ์เพิ่มเติมเพื่อประเมินผลลัพธ์ของการประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในระบบราชการอย่างเป็นรูปธรรม อันจะนำไปสู่การออกแบบนโยบายการบริหารยุคใหม่ที่ผสานความเป็นมนุษย์กับประสิทธิภาพได้อย่างสมดุล
เอกสารอ้างอิง
โครงการพัฒนานักบริหารระดับสูง ผู้บริหารส่วนราชการ (นบส.2) รุ่นที่ 12. (2563). แนวทางการบริหารหน่วยงานภาครัฐในยุค New Normal. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน(สพข.).
พระโกศล มณีรัตนา. (2560). การประยุกต์ใช้หลักไตรสิกขาในการพัฒนาพฤติกรรมด้านคุณธรรม. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 6(1), 383-397.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย (พิมพ์ครั้งที่ 35). กรุงเทพฯ: บริษัท สำนักพิมพ์ผลิธัมม์.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ศิริพงษ์ ฐานมั่น. (2562). การเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในศตวรรษที่ 21 เพื่อรองรับองค์การแห่งยุคเศรษฐกิจดิจิทัล. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(1), 146-163.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ.
เสน่ห์ จุ้ยโต. (2551). องค์การสมัยใหม่ (พิมพ์ครั้งที่ 5). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
Daft, R. L. (2010). Understanding The Theory and Design of Organization (10th ed.) China: South-Western, Cengage Learning.
Eriksson, Z. et al. (2011). Organization Theory: A Practice Based Approach. Italy: Oxford University Press.
Follet, P.M. (1924). Creative Experience. London: Longman and Green.
Gerloff, E.A. (1985). Organizational Theory and Design: A Strategic Approach for Management. Singapore: McGraw-Hill Companies, Inc.
Jaffee, D. (2001). Organization Theory: Tension and Change. New York: McGraw-Hill Companies, Inc.
Jones, G. R. (2001). Organizational Theory: Text and Cases (3rd ed.). Upper Saddle River, New Jersey: Prentice-Hall, Inc.
Simon Herbert A. (1987). Classic of Public Administration (2nd ed.). California: The Dorsey Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

