ปัจจัยที่สัมพันธ์กับความคาดหวังของเยาวชนเจนซี (Generation Z) ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คำสำคัญ:
ความคาดหวัง, สมรรถนะ, เจนซี, ข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ, คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เปรียบเทียบความคาดหวังของเยาวชนเจนซี ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 2. หาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะองค์กรกับความคาดหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เยาวชนเจนซี โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีกลุ่มตัวอย่าง คือ เยาวชนเจนซี จำนวน 400 คน จากทุกภูมิภาคของประเทศไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว การทดสอบค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน โดยค่านัยสำคัญทางสถิติที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้กำหนดไว้ที่ระดับ .05
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับสมรรถนะของข้าราชการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยภาพรวมอยู่ในระดับเห็นด้วยมาก และมีระดับความคาดหวังต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยภาพรวมอยู่ในระดับคาดหวังมาก ผลการทดสอบสมมติฐานพบว่า เยาวชนเจนซีที่มีปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ และระดับการศึกษาที่แตกต่างกัน มีความคาดหวังโดยภาพรวมในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในส่วนของสมรรถนะองค์กร พบว่า สมรรถนะหลักมีความสัมพันธ์ในระดับปานกลาง และสมรรถนะเฉพาะมีความสัมพันธ์ในระดับมากต่อความคาดหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะเฉพาะทางกับความคาดหวังในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและด้านการส่งเสริมการเคารพสิทธิมนุษยชนต่างก็มีความสัมพันธ์ในระดับมากกับความคาดหวังของเยาวชนเจนซี
เอกสารอ้างอิง
กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2568). สถิติทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน). สืบค้น 21 กรกฎาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/tj7X9
ณัฏฐณิชา ทิพย์สังข์. (2566). ความคาดหวังของประชาชนต่อนโยบายด้านการพัฒนากับการมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลเมืองคอหงส์ จังหวัดสงขลา (สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์). สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
มนัส สุวรรณ. (2544). ระเบียบวิธีวิจัยทางสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. กรุงเทพฯ: โอ.เอส.พริ้นติ้ง เฮาส์.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 72-73.
เลิศพร อุดมพงษ์. (2565). บทบาทและแนวทางการส่งเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ. (2566). คู่มือการเสริมสร้างค่านิยมองค์กร. สืบค้น 17 กรกฎาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/5mUMd
_____. (2566). แผนยุทธศาสตร์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2570. สืบค้น 20 กรกฎาคม 2568, จาก https://shorturl.asia/4BkXy
_____. (2568). คำรับรองการปฏิบัติราชการของสำนักงาน กสม. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รอบการประเมินที่ 2. สืบค้น 19 กรกฎาคม 2568 , จาก https://www.nhrc.or.th/th/certification-of-official-performance/14512
อำนวย ทองโปร่ง. (2559). ความคาดหวังของนักศึกษาสาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่มีต่อพฤติกรรมภาวะผู้นำทางวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารดุษฎีบัณฑิตทางสังคมศาสตร์, 6(3), 23–34.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed). New York: Harper and Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิชาการรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.

