การพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงินของนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

ผู้แต่ง

  • สุริยะ หาญพิชัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
  • อัจฉราพรรณ ยิ้มห้อย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
  • ยุพา มั่นเขตกิจ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คำสำคัญ:

ความฉลาดรู้ทางการเงิน, การพัฒนาแบบวัด, นักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต

บทคัดย่อ

           วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี วิเคราะห์คุณภาพแบบวัด      ความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต และวิเคราะห์ความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จำนวน 245 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงิน จำนวน 55 ข้อ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยายการวิเคราะห์ค่าความเที่ยงแบบสอดคล้องภายใน

          ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี มีองค์ประกอบและตัวชี้วัด   ความฉลาดรู้การเงิน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความรู้ทางการเงิน เจตคติทางการเงิน       และพฤติกรรมทางการเงิน 13 ตัวชี้วัดเครื่องมือประกอบด้วย ข้อคำถามแบบเลือกตอบ    4 ตัวเลือก จำนวน 16 ข้อ ข้อคำถามมาตรประมาณค่า 5 ระดับจำนวน 24 ข้อ 2) คุณภาพแบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏ เทพสตรี แบบวัดมีความเที่ยงทั้งฉบับเท่ากับ 0.91 โดยมีความเที่ยงด้านความรู้ทางการเงินเท่ากับ 0.76 ความเที่ยงด้านเจตคติทางการเงินเท่ากับ 0.89 และความเที่ยงด้านพฤติกรรมทางการเงินเท่ากับ 0.95 มีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 โดยองค์ประกอบด้านความรู้ทางการเงินมีค่าความยากอยู่ที่ 0.28 ถึง 0.79 นั่นคือข้อคำถามมีความยากอยู่ในระดับยากพอใช้ได้จนถึงง่ายพอใช้ได้ ค่าอำนาจจำแนก   มีค่าอยู่ที่ 0.32 ถึง 0.60 3) ความฉลาดรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี อยู่ระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ยความฉลาดรู้การเงินด้านความรู้ทางการเงินอยู่ที่ (M = 9.06 SD = 3.14) ระดับเจตคติทางการเงินโดยรวมอยู่ในระดับมาก (  = 4.00 , S.D. = 0.61) ด้านที่มีค่ามากที่สุดคือ ด้านเจตคติต่อการใช้จ่ายและเก็บออมในระยะยาว รองลงมาคือ ด้านเจตคติต่อฐานะทางการเงินในปัจจุบันและอนาคต และข้อที่มีค่าน้อยที่สุดคือ ด้านเจตคติต่อการใช้เงินเพื่อตอบสนองความต้องการ ระดับพฤติกรรมทางการเงินโดยรวมอยู่ในระดับมาก (  = 3.96 , S.D. = 0.69) ด้านที่มีค่ามากที่สุดคือ ด้านการไตร่ตรองก่อนซื้อ รองลงมาคือ ด้านการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจ รองลงมาได้แก่ ด้านการออมหรือการลงทุนที่เหมาะสม ด้านการตัดสินใจทางการเงินและจัดสรรเงินก่อนใช้ ด้านการตั้งเป้าหมายทางการเงิน และข้อที่มีค่าน้อยที่สุดคือ ด้านการดูแลการเงินส่วนบุคคลอย่างรอบคอบ

เอกสารอ้างอิง

กมลชนก สกนธวัฒน์. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ทางเศรษฐศาสตร์โดยใช้แนวคิดการเรียนรู้แบบฉากทัศน์เป็นฐาน เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้การเงินของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชนากานต์ ธนนิวัฒน์. (2563). การพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้การเงินสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวัดและประเมินผลการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ชาญธาดา กฤชเลิศกุล. (2564). ความรู้ทางการเงิน แรงจูงใจทางการเงิน และทัศนคติทางการเงิน ส่งผลต่อพฤติกรรมการวางแผนทางการเงินและการเลือกรูปแบบการออมและการลงทุนในสถานการณ์วิกฤติโควิด-19 กรณีศึกษา : ลูกค้าเอ็กซ์คลูซีฟ ธนาคาร B จำกัด (มหาชน) เขตนครปฐม1. วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2563). รายงานผลสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2563. กรุงเทพมหานคร : ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2565). รายงานผลสำรวจทักษะทางการเงินของไทย ปี 2565. กรุงเทพมหานคร : ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ธีรยุทธ พิริยะอารยะกูล. (2562). การพัฒนาต้นแบบที่เหมาะสมในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านการเงินของนิสิตนักศึกษาระดับปริญญาบัณฑิต : การประยุกต์ใช้โมสต์และสมาร์ท. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาวิธีวิทยาการวิจัยการศึกษา ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

นวรัตน์ เต็มสัมฤทธิ์ และคณะ. (2566). โครงการทักษะทางการเงิน พฤติกรรมการลงทุน และการรับรู้ความเสี่ยงในการลงทุนสินทรัพย์ทางการเงินของประชากรแต่ละช่วงวัย. กองทุนส่งเสริมพัฒนาตลาดทุน และ ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง. 1 พฤศจิกายน 2565.

พัชราภา อินทพรต. (2565). การพัฒนาหลักสูตรเสริมเพื่อเสริมสร้างความฉลาดรู้ทางการเงินโดยการจัดการเรียนรู้ใช้สมองเป็นฐานร่วมกับเกมจำลองสถานการณ์ของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. ปริญญานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการวิจัยและพัฒนาหลักสูตร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

มุทิตา ย่องไทยสง. (2566). การพัฒนาความฉลาดรู้การเงินโดยใช้แนวคิดปรากฏการณ์เป็นฐานของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาสังคมศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

Agarwal, S., Driscoll, J. C., Gabaix, X., & Laibson, D. (2007). The age of reason: Financial decisions over the lifecycle. National Bureau of Economic Research Cambridge, Mass., USA.

Atkinson, A., & Messy, F. A. (2012). Assessing financial literacy in 12 countries: An OECD/INFE international pilot exercise. Journal of Pension Economics & Finance, 10(4), 657-665.

Hastings, J. S., Madrian, B. C., & Skimmyhorn, W. L. (2013). Financial literacy, financial education, and economic outcomes. Annu. Rev. Econ., 5(1), 347–373.

OECD. (2024). Financial education and youth. Retrieved from http://www.oecd.org/

OECD. (2019). PISA 2022 Assessment and analytical framework: Science, reading, mathematics and financial literacy. Retrieved from http://dx.doi.org

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

30-06-2026

รูปแบบการอ้างอิง

หาญพิชัย ส., ยิ้มห้อย อ. ., & มั่นเขตกิจ ย. (2026). การพัฒนาแบบวัดความฉลาดรู้ทางการเงินของนักศึกษาครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. วารสารครุศาสตร์ปัญญพัฒน์  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 4(1), 57–78. สืบค้น จาก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/JEDU-SRRU/article/view/4893

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย