บรรณาธิการ:
รศ.ดร. สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
E-mail: sanyasorn@snru.ac.th
วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
หมายเหตุ:
บริบทและเหตุผล
ในปัจจุบัน วงการวิชาการระดับสากลกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความซื่อสัตย์ทางวิชาการอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ฐานข้อมูล Retraction Watch รายงานว่ามีบทความถูกถอนมากกว่า 3,500 รายการในปี พ.ศ. 2568 โดยร้อยละ 80 ของการถอนบทความเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากการคัดลอกผลงานและการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน นอกจากนี้ การมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ เช่น ChatGPT, Claude และ Gemini ยังทำให้รูปแบบการคัดลอกมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากเนื้อหาที่สร้างโดย AI สามารถผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นได้ยากกว่าในอดีต
สำหรับบริบทของวารสารในประเทศไทย การสำรวจในปี พ.ศ. 2568 พบว่าวารสารไทยในฐานข้อมูล TCI ร้อยละ 67 ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับ AI ที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งของคณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE) และเกณฑ์การประเมินคุณภาพวารสารของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) รอบที่ 5
วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในฐานะวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 2 ตระหนักดีว่าการตีพิมพ์ผลงานที่คัดลอกก่อให้เกิดผลเสียหายในสามมิติหลัก ได้แก่
มิติที่ 1 ความน่าเชื่อถือของวารสาร
การตีพิมพ์งานที่คัดลอกสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของวารสารอย่างถาวร ส่งผลต่อค่า Impact Factor และอาจนำไปสู่การถูกถอดออกจากฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ TCI ซึ่งล้วนเป็นผลเสียที่ยากจะฟื้นฟูในระยะสั้น
มิติที่ 2 ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
การคัดลอกผลงานเป็นการละเมิดจริยธรรมขั้นพื้นฐานของวงวิชาการ บรรณาธิการมีหน้าที่ปกป้องระบบการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าทางวิชาการ การละเลยปัญหานี้ย่อมบ่อนทำลายความไว้วางใจของชุมชนวิชาการที่มีต่อวารสารในภาพรวม
มิติที่ 3 การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
ผู้นิพนธ์ต้นฉบับมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในผลงานของตน การปล่อยให้ผลงานที่คัดลอกผ่านกระบวนการตีพิมพ์ถือเป็นการละเมิดสิทธิและกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้องทางกฎหมายได้
ด้วยเหตุผลดังกล่าว วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จึงกำหนดนโยบายการป้องกันการคัดลอกผลงานฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แนวทางที่ชัดเจน ยุติธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลแก่ผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการ ทั้งนี้ วารสารฯ ยึดมั่นในหลักการที่ว่าการตรวจสอบการคัดลอกไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค หากแต่เป็นการรักษาคุณค่าและศักดิ์ศรีของงานวิจัยที่แท้จริง
นิยามและประเภทของการคัดลอกผลงาน
วารสารฯ ถือว่าการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) คือการนำงาน ข้อความ หรือแนวคิดของผู้อื่นมาแสดงเป็นของตนโดยไม่ให้เครดิต ซึ่งครอบคลุมรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้
|
ประเภท |
คำอธิบาย |
|
Direct Plagiarism |
คัดลอกข้อความต่อเนื่องโดยไม่เปลี่ยนแปลงหรือให้เครดิต |
|
Mosaic Plagiarism |
ผสมข้อความที่คัดลอกจากหลายแหล่งเข้ากับข้อความของตนเอง |
|
Paraphrasing Plagiarism |
เปลี่ยนคำหรือเรียบเรียงประโยคใหม่จากต้นฉบับโดยไม่ระบุแหล่งที่มา |
|
Self-Plagiarism |
นำงานของตนเองที่เคยตีพิมพ์มาใช้ซ้ำโดยไม่อ้างอิงต้นฉบับ |
|
Translation Plagiarism |
แปลผลงานจากภาษาอื่นโดยไม่ระบุแหล่งที่มา |
|
AI-Generated Plagiarism |
ใช้ AI สร้างเนื้อหาแล้วส่งเป็นผลงานตนเองโดยไม่เปิดเผย |
|
Citation Manipulation |
อ้างอิงเอกสารที่ไม่มีจริง อ้างผิด หรือบังคับให้อ้างอิงผลงานของบรรณาธิการ |
เกณฑ์การตรวจสอบความซ้ำซ้อน (Similarity Index)
วารสารฯ ตรวจสอบบทความทุกเรื่องด้วยโปรแกรม CopyCatch (พัฒนาโดย NECTEC) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของระบบ ThaiJO และใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นตามความเหมาะสม โดยใช้เกณฑ์ดังนี้
|
Similarity Index |
การตีความ |
การดำเนินการ |
|
ต่ำกว่า 15% |
อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ |
ส่งเข้ากระบวนการ Peer Review ตามปกติ |
|
15–25% |
ต้องพิจารณาเป็นกรณี |
ตรวจสอบรายงานอย่างละเอียด หากซ้ำในส่วนระเบียบวิธีวิจัยอาจอนุโลม หรือส่งกลับให้แก้ไข |
|
มากกว่า 25–30% |
มีความเสี่ยงสูง |
ปฏิเสธเบื้องต้น ตรวจสอบเจตนา พร้อมแจ้งเตือน |
|
มากกว่า 40% |
คัดลอกชัดเจน |
ปฏิเสธทันที (Reject) และอาจพิจารณาห้ามส่งบทความ |
หมายเหตุสำคัญ: ค่า Similarity Index เป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้น ไม่ใช่เกณฑ์ชี้ขาด บรรณาธิการต้องพิจารณาร่วมกับบริบทของแหล่งที่มา เช่น รายการอ้างอิง ประโยคมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ และคำศัพท์เฉพาะสาขา ซึ่งอาจตรงกันได้ตามปกติ นอกจากนี้ หากพบว่าแหล่งข้อมูลเดียวซ้ำเกิน 5% แม้ค่ารวมจะต่ำ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องตรวจสอบ
กระบวนการจัดการเมื่อพบการคัดลอก
ขั้นตอนที่ 1 การคัดกรองอัตโนมัติ
ตรวจสอบด้วย CopyCatch ก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ
ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์โดยบรรณาธิการ ประเมินบริบทและแหล่งที่มาของการซ้ำ ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์
ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบด้วยตนเอง กรณีซับซ้อน ตรวจสอบเพิ่มเติมผ่าน Google Scholar หรือฐานข้อมูลวิชาการ
ขั้นตอนที่ 4 การสอบถามผู้นิพนธ์ ให้โอกาสชี้แจงด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่กล่าวหา ให้เวลาตอบสนองอย่างน้อย 7–14 วัน
ขั้นตอนที่ 5 การตัดสินใจและบันทึก บันทึกรายงาน เหตุผล และการติดต่อกับผู้นิพนธ์ทุกครั้ง
ระดับการละเมิดและมาตรการ
การบังคับใช้และการทบทวน
นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับบทความทุกเรื่องที่ส่งตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ครอบคลุมผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการทุกคน และบทความทุกประเภท
วารสารฯ จะทบทวนและปรับปรุงนโยบายนี้ทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในมาตรฐานวิชาการระดับสากล โดยเผยแพร่การปรับปรุงบนเว็บไซต์วารสาร
การติดต่อและคำปรึกษา
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้ กองบรรณาธิการยินดีให้คำปรึกษาก่อนส่งบทความ
Email: jmssnru@gmail.com (หัวข้อ: สอบถามนโยบาย Plagiarism โทรศัพท์: 081 596 5492
วันที่มีผลบังคับใช้: 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569
วันที่ทบทวนล่าสุด: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กำหนดทบทวนครั้งต่อไป: มกราคม พ.ศ. 2570
บรรณาธิการ:
รศ.ดร. สัญญาศรณ์ สวัสดิ์ไธสง
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
E-mail: sanyasorn@snru.ac.th

![]()


กำหนดเผยแพร่ ปีละ 4 ฉบับ
ฉบับที่ 1 (มกราคม-มีนาคม)
ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน)
ฉบับที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน)
ฉบับที่ 4 (ตุลาคม-ธันวาคม)
การเก็บค่าธรรมเนียม/APC
1. บทความของบุคลากรภายใน 2,500 บาท / 1 บทความ
2. บทความของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัย 3,000 บาท / 1 บทความ
3. บทความของบุคคลภายนอก 4,000 บาท / 1 บทความ
ดาวน์โหลด Template ต่าง ๆ