นโยบายป้องกันการคัดลอกผลงาน

วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

หมายเหตุ:

  1. นโยบายนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงมาตรฐานของ COPE, TCI และแนวปฏิบัติสากลของสำนักพิมพ์ชั้นนำ ได้แก่ Elsevier, Wiley, Springer Nature, Taylor & Francis และ IEEE
  2. นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับบทความที่ส่งเข้ามาในระบบตั้งแต่เดือนวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป
  3. วันที่ประกาศ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บริบทและเหตุผล

ในปัจจุบัน วงการวิชาการระดับสากลกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความซื่อสัตย์ทางวิชาการอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ฐานข้อมูล Retraction Watch รายงานว่ามีบทความถูกถอนมากกว่า 3,500 รายการในปี พ.ศ. 2568 โดยร้อยละ 80 ของการถอนบทความเหล่านั้นมีสาเหตุมาจากการคัดลอกผลงานและการตีพิมพ์ซ้ำซ้อน นอกจากนี้ การมาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ เช่น ChatGPT, Claude และ Gemini ยังทำให้รูปแบบการคัดลอกมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากเนื้อหาที่สร้างโดย AI สามารถผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นได้ยากกว่าในอดีต

สำหรับบริบทของวารสารในประเทศไทย การสำรวจในปี พ.ศ. 2568 พบว่าวารสารไทยในฐานข้อมูล TCI ร้อยละ 67 ยังไม่มีนโยบายเกี่ยวกับ AI ที่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการกำหนดมาตรฐานให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งของคณะกรรมการจริยธรรมการตีพิมพ์ (Committee on Publication Ethics: COPE) และเกณฑ์การประเมินคุณภาพวารสารของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) รอบที่ 5

วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในฐานะวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI กลุ่มที่ 2 ตระหนักดีว่าการตีพิมพ์ผลงานที่คัดลอกก่อให้เกิดผลเสียหายในสามมิติหลัก ได้แก่

มิติที่ 1 ความน่าเชื่อถือของวารสาร

การตีพิมพ์งานที่คัดลอกสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของวารสารอย่างถาวร ส่งผลต่อค่า Impact Factor และอาจนำไปสู่การถูกถอดออกจากฐานข้อมูลของศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หรือ TCI ซึ่งล้วนเป็นผลเสียที่ยากจะฟื้นฟูในระยะสั้น

มิติที่ 2 ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ

การคัดลอกผลงานเป็นการละเมิดจริยธรรมขั้นพื้นฐานของวงวิชาการ บรรณาธิการมีหน้าที่ปกป้องระบบการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความก้าวหน้าทางวิชาการ การละเลยปัญหานี้ย่อมบ่อนทำลายความไว้วางใจของชุมชนวิชาการที่มีต่อวารสารในภาพรวม

มิติที่ 3 การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

ผู้นิพนธ์ต้นฉบับมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในผลงานของตน การปล่อยให้ผลงานที่คัดลอกผ่านกระบวนการตีพิมพ์ถือเป็นการละเมิดสิทธิและกฎหมายลิขสิทธิ์ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อพิพาทและการฟ้องร้องทางกฎหมายได้

ด้วยเหตุผลดังกล่าว วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร จึงกำหนดนโยบายการป้องกันการคัดลอกผลงานฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้แนวทางที่ชัดเจน ยุติธรรม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลแก่ผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการ ทั้งนี้ วารสารฯ ยึดมั่นในหลักการที่ว่าการตรวจสอบการคัดลอกไม่ใช่เพียงเรื่องทางเทคนิค หากแต่เป็นการรักษาคุณค่าและศักดิ์ศรีของงานวิจัยที่แท้จริง

นิยามและประเภทของการคัดลอกผลงาน

วารสารฯ ถือว่าการคัดลอกผลงาน (Plagiarism) คือการนำงาน ข้อความ หรือแนวคิดของผู้อื่นมาแสดงเป็นของตนโดยไม่ให้เครดิต ซึ่งครอบคลุมรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

ประเภท

คำอธิบาย

Direct Plagiarism

คัดลอกข้อความต่อเนื่องโดยไม่เปลี่ยนแปลงหรือให้เครดิต

Mosaic Plagiarism

ผสมข้อความที่คัดลอกจากหลายแหล่งเข้ากับข้อความของตนเอง

Paraphrasing Plagiarism

เปลี่ยนคำหรือเรียบเรียงประโยคใหม่จากต้นฉบับโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

Self-Plagiarism

นำงานของตนเองที่เคยตีพิมพ์มาใช้ซ้ำโดยไม่อ้างอิงต้นฉบับ

Translation Plagiarism

แปลผลงานจากภาษาอื่นโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

AI-Generated Plagiarism

ใช้ AI สร้างเนื้อหาแล้วส่งเป็นผลงานตนเองโดยไม่เปิดเผย

Citation Manipulation

อ้างอิงเอกสารที่ไม่มีจริง อ้างผิด หรือบังคับให้อ้างอิงผลงานของบรรณาธิการ

 เกณฑ์การตรวจสอบความซ้ำซ้อน (Similarity Index)

วารสารฯ ตรวจสอบบทความทุกเรื่องด้วยโปรแกรม CopyCatch (พัฒนาโดย NECTEC) ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของระบบ ThaiJO และใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นตามความเหมาะสม โดยใช้เกณฑ์ดังนี้

Similarity Index

การตีความ

การดำเนินการ

ต่ำกว่า 15%

อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

ส่งเข้ากระบวนการ Peer Review ตามปกติ

15–25%

ต้องพิจารณาเป็นกรณี

ตรวจสอบรายงานอย่างละเอียด หากซ้ำในส่วนระเบียบวิธีวิจัยอาจอนุโลม หรือส่งกลับให้แก้ไข

มากกว่า 25–30%

มีความเสี่ยงสูง

ปฏิเสธเบื้องต้น ตรวจสอบเจตนา พร้อมแจ้งเตือน

มากกว่า 40%

คัดลอกชัดเจน

ปฏิเสธทันที (Reject) และอาจพิจารณาห้ามส่งบทความ

หมายเหตุสำคัญ: ค่า Similarity Index เป็นเพียงสัญญาณเตือนเบื้องต้น ไม่ใช่เกณฑ์ชี้ขาด บรรณาธิการต้องพิจารณาร่วมกับบริบทของแหล่งที่มา เช่น รายการอ้างอิง ประโยคมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ และคำศัพท์เฉพาะสาขา ซึ่งอาจตรงกันได้ตามปกติ นอกจากนี้ หากพบว่าแหล่งข้อมูลเดียวซ้ำเกิน 5% แม้ค่ารวมจะต่ำ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องตรวจสอบ

 กระบวนการจัดการเมื่อพบการคัดลอก

ขั้นตอนที่ 1 การคัดกรองอัตโนมัติ

ตรวจสอบด้วย CopyCatch ก่อนส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิ

ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์โดยบรรณาธิการ ประเมินบริบทและแหล่งที่มาของการซ้ำ ไม่ใช่ดูเพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์

ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบด้วยตนเอง กรณีซับซ้อน ตรวจสอบเพิ่มเติมผ่าน Google Scholar หรือฐานข้อมูลวิชาการ

ขั้นตอนที่ 4 การสอบถามผู้นิพนธ์ ให้โอกาสชี้แจงด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่กล่าวหา ให้เวลาตอบสนองอย่างน้อย 7–14 วัน

ขั้นตอนที่ 5 การตัดสินใจและบันทึก บันทึกรายงาน เหตุผล และการติดต่อกับผู้นิพนธ์ทุกครั้ง

 ระดับการละเมิดและมาตรการ

  1. ระดับเล็กน้อย (เช่น ลืมอ้างอิงบางส่วน) ขอให้แก้ไขและเพิ่มการอ้างอิง ไม่ส่งผลต่อการตีพิมพ์
  1. ระดับปานกลาง (เช่น Paraphrasing โดยไม่อ้างอิง) ส่งกลับแก้ไขหลัก (Major Revision) และตรวจซ้ำ
  1. ระดับร้ายแรง (เช่น Translation Plagiarism, Self-Plagiarism ชัดเจน) ปฏิเสธบทความ แจ้งเตือนสถาบันต้นสังกัด
  2. ระดับร้ายแรงมาก (เช่น การปลอมแปลงข้อมูล, เอกสารอ้างอิงเท็จ) ปฏิเสธทันที แจ้งสถาบันต้นสังกัด และพิจารณาห้ามส่งบทความ 2–5 ปี

การบังคับใช้และการทบทวน

นโยบายนี้มีผลบังคับใช้กับบทความทุกเรื่องที่ส่งตั้งแต่ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ครอบคลุมผู้นิพนธ์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกองบรรณาธิการทุกคน และบทความทุกประเภท

วารสารฯ จะทบทวนและปรับปรุงนโยบายนี้ทุก 6 เดือน หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญในมาตรฐานวิชาการระดับสากล โดยเผยแพร่การปรับปรุงบนเว็บไซต์วารสาร

การติดต่อและคำปรึกษา

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้ กองบรรณาธิการยินดีให้คำปรึกษาก่อนส่งบทความ

Email: jmssnru@gmail.com (หัวข้อ: สอบถามนโยบาย Plagiarism โทรศัพท์: 081 596 5492

วันที่มีผลบังคับใช้: 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569

วันที่ทบทวนล่าสุด: 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

กำหนดทบทวนครั้งต่อไป: มกราคม พ.ศ. 2570