การศึกษาความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองโลก ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
คำสำคัญ:
ความเป็นพลเมืองโลก, การศึกษาความต้องการจำเป็นบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างความเป็นพลเมืองโลกของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ จำนวน 381 คน ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งได้มาจากการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ที่สร้างขึ้นตามกรอบแนวคิดพลเมืองโลกศึกษาของ UNESCO (2015) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น ผลการวิจัยพบว่า การจัดลำดับความต้องการจำเป็นผ่านมิติการเรียนรู้ 3 ด้าน พบว่า ด้านความรู้มี ความต้องการจำเป็นสูงสุด รองลงมาคือด้านพฤติกรรม และด้านสังคมและอารมณ์มีความต้องการจำเป็นต่ำสุด เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบย่อยพบว่า การพัฒนาทักษะในการคิดวิเคราะห์และการคิดเชิงวิพากษ์มีความต้องการจำเป็นสูงสุด ในขณะที่การมีทัศนคติเกี่ยวกับความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและการเคารพในความแตกต่างหลากหลายมีความต้องการจำเป็นต่ำสุด ผลการศึกษาครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างคุณลักษณะพลเมืองโลกที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักงานพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2561). แผนอุดมศึกษาระยะยาว 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). สำนักนโยบายและแผนการอุดมศึกษา.
สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. (2567). สถิติจำนวนนักศึกษาภาคปกติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Andreotti, V. (2006). Soft versus critical global citizenship education. Policy & Practice: A Development Education Review, 3, 40–51.
Baysal, S., & Tanrıseven, I. (2020). Global citizenship: From the lens of the education faculty instructors. International Journal of Progressive Education, 16(5), 106–120.
Best J.W. (1981). Research in Education (4th ed). Prentice- Hall.
Bourn, D. (2018). Understanding global skills for 21st century professions. Palgrave Macmillan. https://doi.org/10.1007/978-3-319-97655-6.
Goren, H., & Yemini, M. (2017). The global citizenship education gap: Teacher perceptions of the concept and its implementation. Teaching and Teacher Education, 67, 9–22. https://doi.org/10.1016/j.tate.2017.05.009
Likert, Rensis. (1961). New Pattern of Management. McGraw – Hill.
OECD. (2018). The future of education and skills: Education 2030. Retrieved March 16, 2024, from https://d15k2d11r6t6rl.cloudfront.net/public/users/Integrators/5eb55a21-9496-46ce-8161-f092fc9def23/aaie/OECD%202030%20Position%20Paper%20SUMMARY%20%2805.04.2018%29.pdf?utm_source=copilot.com.
OECD. (2020). PISA 2018 results (Volume VI): Are students ready to thrive in an interconnected world?. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/d5f68679-en.
Oxfam. (2015). Education for global citizenship: A guide for schools. Retrieved January 16, 2024, form https://oxfamilibrary.openrepository.com/bitstream/handle/10546/620105/edu-global-citizenship-schools-guide-091115-en.pdf?isAllowed=y&sequence=11.
Schulz, W., Ainley, J., Fraillon, J., Losito, B., Agrusti, G., Damiani, V., & Friedman, T. (2024). Education for citizenship in times of global challenge: IEA International Civic and Citizenship Education Study 2022 international report. Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-031-48.
Schulz, W., Ainley, J., Fraillon, J., Losito, B., Agrusti, G., Damiani, V., & Friedman, T. (2024). Education for citizenship in times of global challenge: IEA International Civic and Citizenship Education Study 2022 international report. Springer. https://doi.org/10.1007/978-3-031-48739-2.
UNESCO. (2015). Global citizenship education: Topics and learning objectives. UNESCO.
United Nations (2023). The global goals. https://www.globalgoals.org/goals/.
Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed). Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นทัศนะ ลิขสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน


