มาตรการในการพิจารณาออกหมายจับโดยการรับรองของพนักงานอัยการ
คำสำคัญ:
พนักงานอัยการ, การออกหมายจับ, มาตรา 66 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัญหาการพิจารณาการออกหมายจับโดยการรับรอง ของพนักงานอัยการ 2) ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีหลักกฎหมายไทยและต่างประเทศในการพิจารณาการออกหมายจับ โดยการรับรองของพนักงานอัยการ และ 3) หามาตรการในการพิจารณาการออกหมายจับโดยการรับรองของพนักงานอัยการ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากบทความวิชาการ เอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งของประเทศไทยและต่างประเทศ แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหาด้วยวิธีเขียนแบบพรรณนาความ ทั้งนี้ เพื่อหามาตรการในการปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 ในการพิจารณาออกหมายจับโดยการรับรองของพนักงานอัยการ ผลการศึกษาพบว่า 1) ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 กำหนดให้พนักงานสอบสวนสามารถยื่นคำร้องขอออกหมายจับต่อศาลได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากพนักงานอัยการ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหา ได้แก่ การขาดกลไกตรวจสอบพยานหลักฐานก่อนการยื่นคำร้องต่อศาล ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความยุติธรรมของผู้ต้องหาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และการใช้ดุลพินิจของพนักงานสอบสวนเพียงฝ่ายเดียวโดยปราศจากการตรวจสอบจากองค์กรอิสระ 2) หลักกฎหมายไทยให้อำนาจพนักงานสอบสวนเด็ดขาดโดยไม่มีองค์กรภายนอกตรวจสอบเชิงรุก ซึ่งแตกต่างจากระบบกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่กำหนดให้พนักงานอัยการเป็นผู้กลั่นกรองคำร้องตามหลักเหตุอันควรสงสัย สาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้มาตรฐานหลักฐานเพียงพอและบังคับให้พนักงานสอบสวน ต้องหารือร่วมกับพนักงานอัยการก่อนออกหมายจับ และประเทศญี่ปุ่นที่ใช้หลักความสมเหตุสมผลและความจำเป็นในการจำกัดเสรีภาพ 3) มาตรการในการพิจารณาออกหมายจับโดยการรับรองของพนักงานอัยการ คือ 3.1) ปรับปรุงแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 66 โดยเพิ่มวรรค 3 และวรรค 4 กำหนดให้ในคดีความผิดที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินสิบปี ความผิดที่มีโทษประหารชีวิต หรือความผิดที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง การยื่นคำร้องขอออกหมายจับต่อศาลต้องได้รับการตรวจสอบและลงนามรับรองจากพนักงานอัยการก่อน พร้อมทั้งให้พนักงานอัยการจัดทำความเห็นเป็นหนังสือประกอบคำร้อง เพื่อสร้างกลไกกลั่นกรองเพิ่มเติมก่อนเข้าสู่การพิจารณาของศาล และ 3.2) การฝึกอบรมเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันระหว่างพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวน อันก่อให้เกิดความเข้าใจในมาตรฐานหลักฐานชุดเดียวกันและลดความขัดแย้งระหว่างองค์กร รวมทั้งการเสนอระบบฐานข้อมูลกลางเชื่อมโยงระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการสูงสุด รวมถึงศาลยุติธรรม เพื่อให้การส่งคำร้องและตรวจรับรองทำได้ทันท่วงที
เอกสารอ้างอิง
พจมานพจี ทวีสว่างผล. (2563). การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกจับกุมหรือผู้ต้องหาในคดีอาญา. วารสารวิชาการอาชญาวิทยาและนิติวิทยาศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ, 6(2), 211–225. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/forensic/article/view/241847.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช (2560, 6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 ตอนที่ 40 ก. หน้า 1-90. https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF.
วณิชย์ รัตโนภาส. (2565). การออกหมายจับในชั้นสอบสวนกรณีความผิดร้ายแรง. การค้นคว้าอิสระนิติศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายอาญา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. https://ethesisarchive.library.tu.ac.th/thesis/2022/TU_2022_6301031768_17324_26815.pdf.
อิสริยาภรณ์ รักษวิณ. (2557). สิทธิในการได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์: ศึกษากรณี ขอบเขตของการตรากฎหมายกำหนดข้อสันนิษฐานความรับผิดทางอาญา. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต. https://rsuir-library.rsu.ac.th/handle/123456789/1911.
เอกรัฐ ฤชุโรจน์. (2560). ระบบการตรวจสอบการออกหมายอาญา ศึกษาเฉพาะกรณีการสอบสวนของเจ้าพนักงานฝ่ายตำรวจ. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. https://libdoc.dpu.ac.th/thesis/160997.pdf
MGR Online. (2551). “แพะบึ้มซีคอนฯ” ฟ้องแพ่ง สตช.-ผบ.ตร. เรียก 50 ล้าน. MGR สืบค้น 15 พฤษภาคม 2569 จาก https://mgronline.com/crime/detail/9510000022098.
United Nations. (1966). International Covenant on Civil and Political Rights. United Nations Treaty Collection. Retrieved May 15, 2026, from https://treaties.un.org/Pages/ViewDetails.aspx?src=TREATY&mtdsg_no=IV-4&chapter=4&clang=_en.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นทัศนะ ลิขสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน


