การยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนบนฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่นด้วยการบูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายกลุ่มมหาวิทยาลัยพัฒนาเชิงพื้นที่ ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
คำสำคัญ:
การท่องเที่ยวโดยชุมชน, ฐานอัตลักษณ์ท้องถิ่น, วิสาหกิจเพื่อสังคมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับและส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อสังคม โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมร่วมกับภาคีเครือข่ายในพื้นที่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของงานวิจัย ตามวิธีการดำเนินการวิจัยในแต่ละขั้นตอน 1) การเปิดเวทีร่วมกับ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 28 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจงจากผู้ปฏิบัติงานแต่ละหน่วยงาน ที่รับผิดชอบพื้นที่ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค ประกอบด้วย 1) หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเสา สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอไทรโยค สำนักงานเกษตรอำเภอไทรโยค และทีมนักวิจัย รวมจำนวน 10 คน 2) หน่วยงานภาคเอกชน จำนวน 2 คน ได้แก่ ผู้ประกอบการและเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชน จังหวัดกาญจนบุรี สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี 3) ภาคประชาชน จำนวน 16 คน ได้แก่ ผู้ให้ข้อมูลทั่วไปของชุมชน คือ ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน) ใช้การสุ่มแบบเจาะจงเฉพาะผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านพุองกะ เนื่องจากเป็นพื้นที่วิจัยสมาชิก กลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มอาชีพ จำนวน 10 คน และประชาชนในชุมชน จำนวน 5 คน ใช้การสุ่มตามสะดวกโดยการประสานงานผ่านผู้ใหญ่บ้าน 2) การสัมภาษณ์ ได้แก่ ภาคประชาชน จำนวน 16 คน ประกอบด้วย ผู้ให้ข้อมูลทั่วไปของชุมชน คือ ผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน) ใช้การสุ่มแบบเจาะจงเฉพาะผู้ใหญ่บ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านพุองกะ เนื่องจากเป็นพื้นที่วิจัยสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มอาชีพ จำนวน 10 คน และประชาชนในชุมชน จำนวน 5 คน ใช้การสุ่มตามสะดวกโดยการประสานงานผ่านผู้ใหญ่บ้าน และ 3) การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชน ได้แก่ ภาคประชาชน จำนวน 15 คน ประกอบด้วย สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจ/กลุ่มอาชีพ จำนวน 10 คน และประชาชนในชุมชน จำนวน 5 คน ใช้การสุ่มตามสะดวกโดยการประสานงานผ่านผู้ใหญ่บ้าน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง ประเด็นคำถามในการเปิดเวทีร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และการอบรมเชิงปฏิบัติการ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา และนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเชิงพรรณาเพื่อการสรุปประเด็น เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงเนื้อหาและข้อมูลตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า 1) การเตรียมผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์ชุมชนและโปรแกรมการท่องเที่ยวของพื้นที่ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ได้ 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมะขามเปียก และมะขามจี๊ดจ๊าด และโปรแกรมการท่องเที่ยว 2 โปรแกรม ได้แก่ 1 วันในไทรโยค เรียนรู้วิถีชุมชน เที่ยวชม พุต้นน้ำ ลิ้มรสอาหารพื้นถิ่น ชิมอาหารมอญ ตามรอยเส้นทางรถไฟ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และตามรอยเส้นทางรถไฟ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่องเที่ยววิถีชุมชน ชิมรสอาหารมอญ 2) ผลการยกระดับและส่งเสริมศักยภาพการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อสังคม (CBT-SE) ผ่านกลุ่มเครือข่ายกลุ่มราชภัฏที่ได้รับการขึ้นทะเบียน CBT-SE จากกระบวนการการเปิดเวทีร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการจัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมให้กับพื้นที่โดยการสนับสนุนจากชุมชนกุฎีจีน เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ทำให้ได้กลุ่มกิจการเพื่อสังคมเพื่อการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น SE ในนามกล่มกิจการเพื่อสังคมบ้านพุองกะ ได้ระบบและกลไกกลุ่มกิจการเพื่อสังคมเพื่อการยกระดับการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ และการอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยเป็นการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการแปรรูปผลิตภัณฑ์ น้ำมะขามเปียก และมะขามจี๊ดจ๊าด ให้กับชุมชน
เอกสารอ้างอิง
กุลวดี ละม้ายจีน, เนียนนิภา สำเนียงเสนาะ และภูวดล งามมาก. (2564). การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนเชิงสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองชุมชนซะซอม ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 12(1), 76–86. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/245204.
ชูสิทธิ์ ชูชาติ, วรพล วัฒนเหลืองอรุณ และกริช สอิ้งทอง. (2563). รูปแบบการท่องเที่ยวในมิติเศรษฐกิจพอเพียงลุ่มแม่น้ำวางตอนบน. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. https://cmudc.library.cmu.ac.th/frontend/Info/item/dc:183755.
วัชระ เชียงกูล และเทิดชาย ช่วยบำรุง. (2560). พฤติกรรมการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวเชิงกีฬา จังหวัดบุรีรัมย์. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี, 8(1), 90–109. https://so01.tci-thaijo.org/index.php/humanjubru/article/view/210224.
รชพร จันทร์สว่าง และราณี อิธิชัยกุล. (2546). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการท่องเที่ยว. เอกสารชุดฝึกอบรมทางไกลหลักสูตรการจัดการการท่องเที่ยวชุมชนอย่างยั่งยืน. สํานักงานพัฒนาการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ศรัณย์ บุญประเสริฐ. (2563). ท่องเที่ยวชุมชน บนเส้นทางเรียนรู้. กรมส่งเสริมวัฒนธรรม. สืบค้น 20 มีนาคม 2569, จาก https://www.culture.go.th/culture_th/ewt_news.php?filename=index&nid=4812.
วนัสรา จันทร์กมล. (2563). เงื่อนไขความสำเร็จในการดำเนินงานวิสาหกิจเพื่อสังคมของวิสาหกิจชุมชน ในจังหวัดสุพรรณบุรี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Dees, J. G., Emerson, J., & Economy, P. (2002). Enterprising nonprofits: A toolkit for social entrepreneurs. Wiley.
Emerson, J. (2003). The blended value proposition: Integrating social and financial returns. California Management Review, 45(4), 35-51. https://doi.org/10.2307/41166187.
Haugh, H. (2007). Community-led social venture creation. Entrepreneurship Theory and Practice, 31(2), 161– 182. https://doi.org/10.1111/j.1540-6520.2007.00168.x.
Smith, W. K., Gonin, M., & Besharov, M. L. (2013). Managing social-business tensions: A review and research agenda for social enterprise. Business Ethics Quarterly, 23(3), 407 – 442. https://doi.org/10.5840/beq201323327.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial 4.0 International License.
บทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นทัศนะ ลิขสิทธิ์ และความรับผิดชอบของผู้เขียนเจ้าของผลงาน


