การแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาในจังหวัดสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อออนไลน์ของนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยสุ่มตัวอย่างจากการเก็บข้อมูลจากนักศึกษา 3 สถาบัน ได้แก่มหาวิทยาลัยทักษิณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา จำนวน 396 คน ผลการวิจัยพบว่าการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลาอยู่ในระดับที่มาก ( =3.82) โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่นิยมตั้งค่าสถานะการแสดงความคิดเห็นให้เป็นสาธารณะได้มากที่สุด (
=4.18) รองลงมาคือการแสดงความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรง (
=4.08) และความคิดเห็นส่วนใหญ่ต่างเห็นความคิดเห็นส่วนตัว ซึ่งอาจบอกไม่ได้ว่าถูกต้องหรือไม่ (
=3.83) สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของนักศึกษาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พบว่าปัจจัยทางด้านลักษณะประชากร เกี่ยวกับสถาบันการศึกษาและรายได้ที่ต่างกันมีผลต่อการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ปัจจัยทางด้านพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ พบว่า ปัจจัยทางด้านจำนวนชั่วโมงการใช้งาน การแชร์ข้อมูลส่วนตัวที่ต่างกัน มีผลต่อการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ส่วนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายการใช้สื่อออนไลน์ที่มีต่อการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นบวก และเป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำ (
=0.307) โดยความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย Personal Data Protection Act หรือ PDPA ว่าด้วย พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่นผ่านสื่อสังคมออนไลน์มากที่สุด (
=0.455)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้
ไม่ใช่ความคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้จัดทำ บรรณาธิการ กองบรรณาธิการ และคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละเรื่องเป็นความคิดเห็นของผู้เขียนบทความแต่ละท่าน
เอกสารอ้างอิง
ธนภัทร เต็มรัตนะกุล. (2566). การตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมของเยาวชนในเรื่องการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง. นิเทศศาสตรปริทัศน์, 27(2), 135–149.
ปิ่นบุญญา ลำมะนา. (2560). การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออกในประเทศไทย. สังคมศาสตร์นิติรัฐศาสตร์, 1(2), 63–81.
พรรคพล เจรณาเทพ. (2565). การสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ Digital media creation on social networks. https://library.wu.ac.th/km/การสร้างสรรค์สื่อดิจิทัล/
พิชิต วิจิตรบุญยรักษ์. (2554). สื่อแห่งอนาคต: สื่อสังคมออนไลน์. วารสารนักบริหาร, 31(4), 99–103.
ภาณุวัฒน์ กองราช. (2554). การศึกษาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ของวัยรุ่นในประเทศไทย: กรณีศึกษา Facebook [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ. (2542). การวิเคราะห์ผู้รับสาร. ที.พี.พริ้นท์.
สรานนท์ อินทนนท์. (2563). การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) (พิมพ์ครั้งที่ 3). มูลนิธิส่งเสริมสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.).
สิงหนาถ พงศ์ภิญโญศักดิ์, ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์, และอารุณ วงศ์แก้ว. (2567). ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิการมีส่วนร่วมของเด็กในการแสดงความคิดเห็นในสังคม. สังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 8(2), 367–376.
สุวัฒน์ เอมสัมฤทธิ์. (2561). การแสดงความเห็นด้วยอคติผ่านข่าวปลอมผ่านสื่อสังคมออนไลน์: กรณีศึกษาการเลือกตั้งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2562 [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
แอมเนสตี้. (2567). ความรุนแรงทางออนไลน์. https://www.amnesty.or.th/our-work/onlinefreedom/
Allport, G. W. (1961). Pattern and growth in personality. Holt Reinhart & Winston.
Castells, M. (2000). The rise of the network society: The information age: Economy, society and culture, Vol. 1 (2nd ed.). Blackwell.
Euajarusphan, A. (2021). Online social media usage behavior, attitude, satisfaction, and online social media literacy of Generation X, Generation Y, and Generation Z. PSAKU International Journal of Interdisciplinary Research, 10(2), 44–58.
McQuail, D., Blumler, J., & Brown, R. (1972). The television audience: A revised perspective. In D. McQuail (Ed.), Sociology of mass communication. Longman.
Meechunek, K. (2017). Using social media affecting lifestyle and social behaviors of Generation Y in Bangkok metropolitan, Thailand. PSAKU International Journal of Interdisciplinary Research, 6(2), 103–110.
Morgan, C., & King, R. A. (1966). Introduction to psychology. McGraw-Hill.
Remmers, H. H. (1996). Introduction to opinion and attitude measurement. Harper and Brothers.