ข้อพิจารณาทางกฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • นิดาวรรณ เพราะสุนทร อาจารย์ประจำ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

DOI:

https://doi.org/10.14456/mfulj.2026.15

คำสำคัญ:

สถาบันอุดมศึกษาเอกชน, การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, แนวปฏิบัติเฉพาะภาคการศึกษา

บทคัดย่อ

          งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาข้อพิจารณาทางกฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย ซึ่งดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติสถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยกฎหมายทั้งสองมีฐานคิดและโครงสร้างที่แตกต่างกัน กล่าวคือ กฎหมายจัดตั้งมิได้กำหนดมาตรการเฉพาะด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ขณะที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายกลางที่ใช้บังคับกับทุกภาคส่วนโดยมิได้คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของภาคการศึกษา

          การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสารทางกฎหมาย (legal documentary research) โดยศึกษาวิเคราะห์กฎหมายไทย เปรียบเทียบกับกฎหมายและแนวปฏิบัติของสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐสิงคโปร์ รวมถึงหลักการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (General Data Protection Regulation: GDPR) ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาหลักของการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ต่อสถาบันอุดมศึกษาเอกชนไทย มิได้อยู่ที่ความไม่เพียงพอของตัวบทกฎหมาย หากแต่อยู่ที่การขาดแนวปฏิบัติเฉพาะและกลไกกำกับดูแลเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกฎหมายกลางเข้ากับบริบทของสถาบันอุดมศึกษา ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมายและช่องว่างในการบังคับใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทางปฏิบัติ

       เมื่อเปรียบเทียบกับสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐสิงคโปร์ พบว่าทั้งสองประเทศได้พัฒนาแนวปฏิบัติเฉพาะภาคการศึกษาควบคู่กับกฎหมายกลางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ งานวิจัยนี้จึงเสนอให้ประเทศไทยพัฒนาแนวปฏิบัติหรือกฎหมายลำดับรองเฉพาะสำหรับภาคอุดมศึกษาเอกชน เพื่อยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและลดความไม่แน่นอนทางกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

ดิเรก ควรสมาคม, คำอธิบายกฎหมายสถาบันอุดมศึกษาเอกชน, (กรุงเทพ: วิญญูชน, 2558).

นคร เสรีรักษ์, ความเป็นส่วนตัว: ความคิด ความรู้ ความจริง และพัฒนาการเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย, (กรุงเทพฯ: พีเพลส, 2557).

นพดล ปกรณ์นิมิตดี, ศึกษาขอบอำนาจของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามพระราชบัญญัติ สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546, (กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม, 2551).

บรรเจิด สิงคะเนติ, หลักสิทธิเสรีภาพ เกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, พิมพ์ครั้งที่ 5 (กรุงเทพฯ: วิญญูชน 2558).

ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภและคณะ, Thailand Data Protection Guidelines 3.0: แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, (กรุงเทพ: ศูนย์วิจัยกฎหมายและการพัฒนา คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2563).

ศิริพงษ์ รักใหม่, พัฒนาการของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย, (วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2558).

สุมาลี วงษ์วิฑิต, การพัฒนากฎหมายการกำกับดูแลมาตรฐานการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนไทยเพื่อให้สอดคล้องกับความผูกพันในความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียนสาขาการศึกษา, วารสารนิติศาสตร์, ปีที่ 48 ฉบับที่ 3 (2562), หน้า 528-553.

Atherton, G., Lewis, J., and Bolton, P., ‘Higher Education in the UK: Systems, Policy Approaches, and Challenges’ (Commons Library Research Briefing, 2023) [Online], 11 March 2024. Source: https://researchbriefings.files.parliament.uk/documents/CBP-9640/CBP-9640.pdf

Auston Institute of Management, Private Universities in Singapore: What to Consider? [Online], 11 March 2024. Source: https://www.auston.edu.sg/advice/private-universities-in-singapore-what-to-consider/

Fary, Michael, et al., ‘Data Protection Primer for Higher Education: Environmental Considerations, Culture, and Practices’ (ECAR Working Group Paper, Louisville, CO: ECAR, 2016) [Online], 11 March 2024. Source: https://www.researchgate.net/publication/309200781_Data_Protection_Primer_for_Higher_Education

K12 Academics, Legal Status of Universities in the United Kingdom [Online], 11 March 2024. Source: https://www.k12academics.com/Education%20Worldwide/Education%20in%20the%20United%20Kingdom/Universities%20in%20the%20United%20Kingdom/legal-status-

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

31.05.2026

รูปแบบการอ้างอิง

เพราะสุนทร นิดาวรรณ. 2026. “ข้อพิจารณาทางกฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในประเทศไทย”. วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง 9 (2):149-80. https://doi.org/10.14456/mfulj.2026.15.