การสร้างตัวตนของผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในยุคดิจิทัล
คำสำคัญ:
การสร้างตัวตน, ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์, แพลตฟอร์มออนไลน์, การมีส่วนร่วมในสื่อสังคมออนไลน์บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำเสนอเนื้อหาข่าวสารของผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ การมีส่วนร่วมของผู้ติดตามในแต่ละแพลตฟอร์ม และการสร้างตัวตน การปรับตัวของผู้ประกาศข่าวในยุคดิจิทัล โดยเก็บข้อมูลจากช่องทางส่วนตัวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์จำนวน 7 คน
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ประกาศข่าวแต่ละคนจะใช้สื่อออนไลน์ในหลายแพลตฟอร์ม Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่ใช้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 100 รองลงมา คือ Facebook และ Tiktok คิดเป็นร้อยละ 85.71 ส่วน YouTube ใช้น้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 28.57 แต่ถ้าพิจารณาจำนวนผู้ติดตาม You tube เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ประกาศข่าวใช้น้อยที่สุด แต่กลับมีจำนวนผู้ติดตามมากถึง 400,000 คน และมียอดการรับชมถึง 15 ล้านครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการเลือกใช้แพลตฟอร์มของผู้ประกาศข่าว ยังไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ติดตาม และการรับชม ประเภทเนื้อหาและความถี่ที่นำเสนอ ผู้ประกาศข่าวเลือกนำเสนอเนื้อหาเบื้องหลังการทำงานมากที่สุด รองลงมาคือ การเล่าข่าวและการเปิดประเด็นกับผู้ติดตาม สะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ประกาศข่าวที่จริงจังและชัดเจน ลำดับสามเป็นเนื้อหาไลฟ์สไตล์และการให้กำลังใจ ซึ่งสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามได้เป็นอย่างดี ด้านความถี่เฉลี่ยสูงสุดวันละ 2-3 คอนเทนต์ น้อยที่สุดวันละ 1 คอนเทนต์
การมีส่วนร่วมของผู้ติดตาม พบว่า You Tube และ TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ติดตามมีส่วนร่วมมาก ถึงมากที่สุด ในขณะที่ Facebook ผู้ติดตามมีส่วนร่วมน้อยที่สุด ดังนั้น ถ้าผู้ประกาศข่าว ต้องการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตาม เพื่อให้เกิดความใกล้ชิด แพลตฟอร์ม You Tube และ TikTok น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะการสร้างการมีส่วนร่วมของผู้ติดตามถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่สะท้อนประสิทธิภาพในการสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เนื่องจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการบ่งชี้ความนิยมที่แท้จริง
ดังนั้น การสร้างตัวตนของผู้ประกาศข่าวบนแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่าน YouTube และ TikTok น่าจะช่วยเพิ่มความนิยมได้ดี เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่มีผู้ติดตามมากที่สุด ในขณะที่ Instagram เหมาะสำหรับการสร้างภาพลักษณ์ ส่วน Facebook ยังเป็นช่องทางสำหรับกลุ่มผู้ชมที่ภักดีต่อเนื้อหาข่าวสาร กลวิธีในการสร้างตัวตน พบว่า การนำเสนอเนื้อหาที่เป็นเบื้องหลังการทำงานของผู้ประกาศข่าว นำเสนอข่าวสารที่กระชับและเข้าใจง่าย ไลฟ์สไตล์ของผู้ประกาศข่าว รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามอย่างสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกาศข่าวสามารถเติบโตและได้รับความนิยมในสื่อดิจิทัลต่อไปได้
ความจำเป็นที่ผู้ประกาศข่าวต้องสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ คือ เพื่อให้เข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ เพิ่มความนิยม สร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม ขยายโอกาสทางอาชีพ และปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของอุตสาหกรรมข่าวสารในยุคปัจจุบัน สำหรับแนวทางการปรับตัว ประกอบด้วย การรายงานข่าวที่รวดเร็วแต่แม่นยำ การออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับหลายแพลตฟอร์ม การจัดการภาพลักษณ์และความคิดเห็นในโลกออนไลน์ การสร้างแพลตฟอร์มของตนเอง การพัฒนาทักษะดิจิทัล การเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และการเข้าใจทิศทางของสื่อในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
กันย์สินี ภู่พูลทรัพย์. (2563). การสื่อสารของผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์สู่การเป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิดกับการสร้างความนิยมและความน่าเชื่อถือในสื่อสังคมออนไลน์ (วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต). สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ณัฐธวัช อิงควิธาน. (2554). คุณลักษณะที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้ประกาศข่าวในรายการประเภทเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์ (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ธวัลรัตน์ ศรีจันทร์กาศ, ไพบูรณ์ คะเชนทรพรรค์, และสันทัด ทองรินทร์. (2563). คุณลักษณะที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้ประกาศข่าวในรายการประเภทเล่าข่าวทางสถานีโทรทัศน์. วารสารนิเทศศาสตร์ มสธ, 10(2), 45–58.
พิมพ์ลภัส โยวะผุย. (2563). บุคลิกภาพภายนอกของผู้ประกาศ/ผู้สื่อข่าวบันเทิงของสำนักข่าว INN (สารนิพนธ์วารสารศาสตรบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
มณีรัตน์ เจริญสุข. (2564). บทบาทและจริยธรรมของสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในยุคดิจิทัล (วิทยานิพนธ์นิเทศศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกริก.
สถาบันวิชาชีพข่าวไทยพีบีเอส. (2561). คู่มือจริยธรรมและแนวทางปฏิบัติงานข่าว ไทยพีบีเอส. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย.
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย. (2567, 26 ธันวาคม). สรุปสถานการณ์สิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนไทย รอบปี 2567. https://www.tja.or.th/view/freedom-report-2024
สภาวิชาชีพข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย. (2553). ข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าว วิทยุและโทรทัศน์ไทย ว่าด้วยจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ พ.ศ. 2553. สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย.
สำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์. (2562). โครงการศึกษาและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานรายการโทรทัศน์ประเภทข่าวและสาระเพื่อสังคม. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจการเข้าถึงสื่อวิทยุ และสื่อโทรทัศน์ พ.ศ. 2567.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
BBC. (2019). Editorial guidelines: Values and standards. https://www.bbc.com/editorial guidelines/guidelines
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.