แนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวแคมเปอร์แวนด้วย แนวคิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำในจังหวัดกาญจนบุรี
คำสำคัญ:
กิจกรรมการท่องเที่ยวแคมเปอร์แวน, ส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภค, ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ, จังหวัดกาญจนบุรีบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภคและการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ 2.เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภคกับการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ และ 3.เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวแคมเปอร์แวนในจังหวัดกาญจนบุรี ประชากร ได้แก่ นักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางท่องเที่ยวด้วยรถยนต์ส่วนตัวประเภทแคมเปอร์แวนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวและพักค้างแรมในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประชากรที่ไม่ทราบจำนวนที่แน่ชัด จึงคำนวณขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Cochran, W.G. (1977) กำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ 95% ได้ตัวอย่างประมาณ 385 ใช้วิธีการสุ่มแบบบังเอิญและแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าสหสัมพันธ์ และทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับความคิดเห็นต่อปัจจัยส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภค มากที่สุด ได้แก่ ด้านความสะดวก เส้นทางสะดวกปลอดภัย ส่วนการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ มากที่สุด ได้แก่ ด้านการฟื้นฟู 2) ปัจจัยส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภค คือ ด้านความสุขสำราญมีความสัมพันธ์ในระดับสูงกับการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ (r = .603) 3) ปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุด คือ ด้านการร่วมกันสร้างสรรค์มีอิทธิพลกับการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ ร้อยละ 38 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในรูปคะแนนมาตรฐาน (beta =.380) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001
คำสำคัญ: การท่องเที่ยวแคมเปอร์แวน ส่วนประสมการตลาดในมุมมองของผู้บริโภค
การสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ
เอกสารอ้างอิง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2566). แผนวิสาหกิจ ททท. พ.ศ. 2566–2570 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2567–2570). สืบค้น 5 ตุลาคม 2567, จาก http://tourismlibrary.tat.or.th/medias/T27254.pdf
ชนะใจ ต้นไทรทอง, และวงศ์ลัดดา วีระไพบูลย์. (2565). แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวรถอาร์วีในประเทศไทย. สยามวิชาการ, 23(2), 1–19.
นิสากร ยินดีจันทร์, ภูริพัฒน์ แก้วตาดรุณา, และสันดุสิทธิ์ บริวงษ์ตระกูล. (2564). การพัฒนาศักยภาพชุมชนในการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน: กรณีศึกษาเครือข่ายท่องเที่ยวโดยชุมชนจันทบุรี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 11(1), 257–258.
พิมพรรณ เหล่าวัฒนชัย. (2562). ผลกระทบของภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวที่มีต่อความตั้งใจเชิงพฤติกรรมผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ (วิทยานิพนธ์บัณฑิตศึกษา). มหาวิทยาลัยศิลปากร.
วชิราภรณ์ เชื้อชา, นภวรรณ ฐานะกาญจน์ พงษ์เขียว, และสุภัทรา ถึกสถิตย์. (2566). รูปแบบการพัฒนาและการจัดการพื้นที่พักแรมด้วยรถบ้านในอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน, 19(1), 90–109.
วริศรา สมเกียรติกุล, กมล เรืองเดช, และบุญฤกษ์ บุญคง. (2561). การสร้างเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารมังรายสาร, 6(2), 65–81.
ศิริเพ็ญ ดาบเพชร. (2565). การวิเคราะห์โมเดลประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำและคุณลักษณะของแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการกลับมาเที่ยวซ้ำ. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 11(5), R217–R233.
Chayomchai, A., Phosri, C., & Rattanachot, T. (2022). Consumer-based marketing management in Thai businesses. International Journal of Business and Management Invention (IJBMI), 11(12), 25–30. https://doi.org/10.35629/8028-11122530
Cochran, W. G. (1977). Sampling techniques (3rd ed.). John Wiley & Sons.
Cronbach, L. J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of tests. Psychometrika, 16(3), 297–334.
Gheorghe, G., & Marin-Pantelescu, A. (2020). Slow tourism in the view of researchers. In R. Pamfilie & V. Dinu (Eds.), [Incomplete source].
Kim, J.-H., Ritchie, J. B., & McCormick, B. (2012). Development of a scale to measure memorable tourism experiences. Journal of Travel Research, 51(1), 12–25.
Lauterborn, R. (1990). New marketing litany: Four Ps passé: C-words take over. Advertising Age, 61(41), 26.
Marques, J. F., & Rodrigues, T. I. (2024). Typology of motorhome travellers in Europe. Tourist Studies, 24(3), 1–23. https://doi.org/10.1177/14687976241228008
Onyx, J., & Leonard, R. (2005). Grey nomads and snowbirds. The Journal of Tourism Studies, 16(1), 61–68.
Pine, B. J., & Gilmore, J. H. (2011). The experience economy. Harvard Business Review Press.
Porndechdacha, P., & Booranavitayaporn, S. (2022). Marketing mix and repeat purchase behaviour. Interdisciplinary Social Sciences and Communication Journal, 5(4), 22–35.
Prasongthan, S., & Silpsrikul, R. (2023). Slow food and community-based tourism. GeoJournal of Tourism and Geosites, 48(2), 709–716. https://doi.org/10.30892/gtg.482spl04-1070
Shimizu, K. (2014). Advertising theory and strategies (18th ed.). Souseisha Book Company.
Vargo, S. L., & Lusch, R. F. (2004). Dominant logic for marketing. Journal of Marketing, 68(1), 1–17. https://doi.org/10.1509/jmkg.68.1.1.24036
Wilson, S., & Obrador, P. (2022). Dwelling in campervans. Mobilities, 17(1), 102–118.
Zhang, H., Wu, Y., & Buhalis, D. (2018). Tourism experiences and revisit intention. Journal of Destination Marketing & Management, 8, 326–336.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 2026-05-07 (2)
- 2026-05-01 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.