บูรณาการหลักพุทธปรัชญาเถรวาทเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร 2) ศึกษาหลักพุทธปรัชญาเถรวาท โดยเฉพาะหลักเบญจศีลที่สามารถนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร 3) บูรณาการหลักพุทธปรัชญาเถรวาทกับการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร และ 4) นำเสนอรูปแบบการบูรณาการหลักพุทธปรัชญาเถรวาทเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานคร การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และเก็บข้อมูลภาคสนามจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 3 กลุ่ม รวม 15 รูป/คน ได้แก่ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา 5 รูป/คน ข้าราชการกรุงเทพมหานคร 5 คน และผู้รับบริการจากข้าราชการกรุงเทพมหานคร 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์เชิงลึกแบบมีโครงสร้าง ซึ่งผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญก่อนนำไปใช้เก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยดำเนินการสัมภาษณ์ด้วยตนเองและวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและการสังเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ
ผลการวิจัยพบว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานครควรให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบ 3 มิติ ได้แก่ การครองตน การครองคน และการครองงาน โดยยังมีความจำเป็นต้องเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ หลักเบญจศีล 5 ประการ ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ การไม่ลักทรัพย์ การไม่ประพฤติผิดในกาม การไม่พูดเท็จ และการไม่ดื่มน้ำเมา สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นกรอบคุณธรรมเพื่อกำกับพฤติกรรมและส่งเสริมความรับผิดชอบของข้าราชการทั้งต่อตนเอง ต่อบุคคลอื่น และต่อหน้าที่ การบูรณาการดังกล่าวนำไปสู่รูปแบบ “3R Model” ซึ่งมีหลักเบญจศีลเป็นฐานคุณธรรมและเชื่อมโยงกับความรับผิดชอบ 3 ด้าน ได้แก่ การครองตน การครองคน และการครองงาน เป็นกระบวนการพัฒนาคุณธรรมจากภายในสู่การปฏิบัติภายนอก อันนำไปสู่การเสริมสร้างธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ อัตพัฒน์. (2548). จริยศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พระครูปลัดสุวัฒนเมธาคุณ (ชัยยันต์ สืบกระพันธ์). (2556). บูรณาการหลักพุทธจริยศาสตร์ในการดำเนินชีวิตของคนไทยในสังคมปัจจุบัน. ดุษฎีนิพนธ์ศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพุทธศาสนาและปรัชญา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระพิทักษ์ คุณารกฺโข (ใจคง). (2565). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แบบยั่งยืนเชิงพุทธ. วารสารวิจยวิชาการ, 5(2), 285–296. https://doi.org/10.14456/jra.2022.50
วัฒนบุตร, บุษกร. (2561). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้วยพุทธบูรณาการ. วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, 41(1), 35–48.
แสนสุริยา รักเสมอ. (2566). การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เชิงพุทธธรรม. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 6(5), 291–306.
อภิชัย พิทยานุรักษกุล. (2567). พุทธศาสนากับระบบอุปถัมภ์ของข้าราชการไทย. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(2), 335–345.
Bartlett, L., Lovell, P., Otahal, P., & Sanderson, K. (2017). Acceptability, feasibility, and efficacy of a workplace mindfulness program for public sector employees: A pilot randomized controlled trial with informant reports. Mindfulness. https://doi.org/10.1007/s12671-016-0643-4
Chankium, P., & Phrasutthisanmethi. (2023). Human resource development based on Theravada Buddhist philosophy. Journal of Philosophical Vision, 28(1), 79–95. https://doi.org/10.14456/jpv.2023.8
Sutamchai, K., Rowlands, K. E., & Rees, C. J. (2020). The use of mindfulness to promote ethical decision making and behavior: Empirical evidence from the public sector in Thailand. Public Administration and Development, 40(3), 156–167. https://doi.org/10.1002/pad.1872
Yamnill, S., McLean, G. N., & Singsuriya, P. (2008). The role of a religious institution in HRD: The case of Wat (temple) Panyanantaram, Thailand. Human Resource Development International, 11(3), 223–235. https://doi.org/10.1080/13678860802102443