แนวทางการสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณตามทัศนะของพระพุทธศาสนา ในจังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคติความเชื่อในการสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณในจังหวัดนครราชสีมา 2) วิเคราะห์รูปแบบการสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณของสังคมไทยในปัจจุบัน และ 3) เสนอแนวทางการสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณตามทัศนะของพระพุทธศาสนา โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) แบบภาคสนาม ผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 45 ราย แบ่งเป็น 1) พระสงฆ์ 15 รูป 2) นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา 5 ท่าน และ 3) ประชาชนที่ศรัทธาท้าวเวสสุวรรณ 25 คน
ผลการวิจัยพบว่า คติความเชื่อในการสักการบูชาท้าวเวสสุวรรณของประชาชนในจังหวัดนครราชสีมา มีรากฐานมาจากความต้องการที่พึ่งทางใจในสภาวะความทุกข์ยากทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และความไม่แน่นอน โดยถือว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา เทพแห่งความมั่งคั่ง และผู้ขจัดสิ่งชั่วร้าย ความเชื่อนี้สะท้อนการผสมผสานระหว่างความเชื่อพื้นถิ่นและหลักพุทธศาสนา ปรากฏในรูปแบบพิธีกรรม การถวายเครื่องสักการะ การสร้างวัตถุมงคล และรูปเคารพ ในปัจจุบัน รูปแบบการสักการะมีความหลากหลาย ตั้งแต่การบวงสรวง การถวายดอกไม้และธูป ไปจนถึงการสร้างและเช่าบูชาวัตถุมงคล โดยมีอิทธิพลจากสื่อสมัยใหม่ อย่างไรก็ตาม การสักการะที่มุ่งหวังผลลัพธ์จากอำนาจภายนอกอาจนำไปสู่ความเชื่องมงายและเบี่ยงเบนจากหลักพระพุทธศาสนา แนวทางการสักการะบูชาท้าวเวสสุวรรณตามทัศนะพระพุทธศาสนา คือ การยึดคุณธรรมและบารมีของท้าวเวสสุวรรณเป็นแบบอย่าง โดยเปลี่ยนจากการขอพรเป็นการสร้างแรงบันดาลใจในการประกอบกรรมดีด้วยตนเอง ผ่านการให้ทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา ซึ่งช่วยพัฒนาศรัทธาให้เกิดปัญญา ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง และคงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กิติยวดี ชาญประโคน. (2560).ท้าวเวสุวรรณในสังคมและวัฒนธรรมไทย”. วารสารรามคำแหงฉบับมนุษยศาสตร์. ปีที่ 36 ฉบับที่2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2560.
เดือน คำดี. (2541). ศาสนศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ปริวัตร ศิระเกียรติสกุล. (2559). ท้าวเวสุวรรณ: บทบาทด้านการสั่งสอนในการปริวัตรทางจิตวิญญาณมนุษย์. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พรชัย ศรีวิไลกุล.(2565). ศึกษาการใช้ปาฏิหาริย์ 3 ในพระพุทธศาสนาเพื่อพัฒนาสังคมไทย. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พรศิริ ธนะสังข์. (2567). ศรัทธาและการบูชาพระธาตุ 9 จอม ของชาวพุทธในจังหวัดเชียง.วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน. รายปีที่ 8 ฉบับที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน 2567.
พระครูใบฎีกาวิชาญ วิสุทฺโธและคณะ. (2565). เวสสุวรรณมหาเทพผู้มั่งคั่งผู้พิทักษ์พุทธศาสนา. วารสารวนัมฎองแหรกพุทธศาสตรปริทรรศน์. ปีที่ 9 ฉบับที่ 2: (กรกฎาคม–ธันวาคม 2565.
พระเฑียรวิทย์ อตฺตสนฺโต (โอชาวัฒน์). (2548). การศึกษาความเชื่อและพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาของร่างทรง: กรณีศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระมหาประสพฤกษ์ จารุวาโท (รัตนยงค์). (2550). การศึกษาเชิงวิเคราะห์แนวความคิดเรื่องการบูชาในพระพุทธศาสนา. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระยศวัจน์ จิตฺตปาโล (วิริยเลิศ). (2566). การศึกษาเปรียบเทียบสาระสาคัญของมงคลระหว่าง มงคลสูตรกับมหามังคลชาดก. ดุษฎีนิพนธ์พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระอนันต์ อภินนฺโท. (2563). การปฏิบัติตามหลักวัตตบท 7 เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต. วารสารวิชาการ มจร บุรีรัมย์.147 ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (2563). กรกฎาคม–ธันวาคม.
มณี พะยอมยงค์.(2554). วัฒนธรรมล้านนาไทย. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
ราชบัณฑิตยสถาน.(2554). พจนานุกรมราชบัณฑิตสถาน พุทธศักราช 2554. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: บริษัทนามีบุ๊คส์พับลิเคชั่น จำกัด.
สุวรรณ สุวรรณวโช. (2529). พื้นฐานความเชื่อของสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร: บรรณกิจ.
อธิราชย์ นันขันตีดุ. (2558). การนับถือผีของชาวไทยย้อ: ความสัมพันธ์ด้านความเชื่อและนิเวศวิทยาวัฒนธรรม. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา.