รูปแบบการพัฒนาตนเองตามหลักมงคลสูตรสำหรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยพิษณุโลก

Main Article Content

สมลักษณ์ พรหมมีเนตร
ไพโรจน์ พรหมมีเนตร
สุรสิทธิ์ ลาภอินทรีย์
รัตน์ เกตุจันทร์
วิรัช พานซ้าย
ภาณุ ทิพย์ธันวา
ชูเกียรติ เต็งไตรสรณ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาส่วนประกอบของการพัฒนาตนเองตามหลักมงคลสูตรทางพุทธศาสนาสำหรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยพิษณุโลก สร้างรูปแบบการพัฒนาตนเองตามหลักดังกล่าว และประเมินประสิทธิผลของรูปแบบดังกล่าว การวิจัยแบ่งออกเป็นสามขั้นตอน ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์เอกสาร ทฤษฎี งานวิจัยก่อนหน้า และสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับผู้เชี่ยวชาญด้านพุทธศาสนาและการศึกษาเพื่อระบุองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาตนเอง ขั้นตอนที่ 2 สร้างรูปแบบการพัฒนาตนเองโดยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและร่างกรอบโครงสร้างที่เหมาะสมกับนักศึกษาสาขาวิชาชีพครู ขั้นตอนที่ 3 ประเมินความเหมาะสมและประโยชน์ของรูปแบบ โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสถานศึกษาใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับในการประเมิน ข้อมูลวิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าเฉลี่ย และค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบองค์ประกอบหลักสี่ด้านของการพัฒนาตนเอง ได้แก่ การพัฒนากาย           การพัฒนาศีล การพัฒนาจิต และการพัฒนาปัญญา รูปแบบการพัฒนาตนเองประกอบด้วย การพัฒนากายผ่านการแต่งกายเหมาะสม หลีกเลี่ยงอิทธิพลทางลบ มีที่ปรึกษา อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีวินัย และดูแลสุขภาพ การพัฒนาศีลผ่านการใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะมนุษยสัมพันธ์ การสื่อสาร การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การอบรม สนับสนุนครอบครัวและชุมชน จัดลำดับความสำคัญของงาน และทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม การพัฒนาจิตผ่านการละเว้นพฤติกรรมไม่เหมาะสม การทำงานอย่างขยันขันแข็ง            ความกตัญญู การเคารพความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน ฟังมุมมองที่หลากหลาย การแสวงหาความรู้              การแก้ปัญหาอย่างอดทน และความพึงพอใจในสถานภาพปัจจุบัน และการพัฒนาปัญญาผ่านการประพฤติชอบ การทำกิจกรรมส่วนตัวและส่วนรวมเพื่อสุขภาพจิต การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และการประยุกต์ใช้หลักมงคลสูตรในการปฏิบัติหน้าที่ครู การประเมินพบว่ารูปแบบดังกล่าวมีประโยชน์ เหมาะสม และสามารถนำไปใช้พัฒนาตนเองของนักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยพิษณุโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
พรหมมีเนตร ส. ., พรหมมีเนตร ไ. ., ลาภอินทรีย์ ส. ., เกตุจันทร์ ร. ., พานซ้าย ว., ทิพย์ธันวา ภ. ., & เต็งไตรสรณ์ ช. . (2026). รูปแบบการพัฒนาตนเองตามหลักมงคลสูตรสำหรับนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต สาขาวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยพิษณุโลก. Journal of Dhamma for Life, 32(1), 600–613. สืบค้น จาก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/dhammalife/article/view/5821
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ชื่น สกุลปัน, & บุญช่วย ศิริเกษม. (2561). ความต้องการพัฒนาตนเองของครูผู้สอนของโรงเรียนเอกชนในเครือมูลนิธิไทไชโย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน.

ธีระ กุลสวัสดิ์, & สมคิด เพชรประเสริฐ. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาตนเองของบุคลากรในเทศบาลนครในภาคตะวันออก. มหาวิทยาลัยบูรพา.

พรพรรณ พูวัฒนาธนสิน. (2562). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาตนเองในการทำงานของข้าราชการกองบัญชาการกองทัพไทยพื้นที่แจ้งวัฒนา. ธุรกิจบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

มะลานู อาลี. (2562). การพัฒนาตนเองตามความต้องการของวิชาชีพครู.

ราตรี พัฒนรังสรรค์. (2544). การพัฒนาตนเองเพื่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน.

ศิริรัตน์ วรรณกุล (2566) การศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนาตนองของเด็กและเยาวชนของศาลเยาวชน และครอบครัว. สังกัดสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 4. จังหวัดกาฬสินธุ์: สำนักงานเขตพื้นที่การ ประถมศึกษา เขต 1.

แสวง สาระสิทธิ์. (2535). การใช้สารสนเทศเพื่อการพัฒนาการปฏิบัติงาน.

สงวน สุทธิเลิศอรุณ. (2545). การพัฒนาตนเอง. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เสาวลักษณ์ รัตนปัญญา. (2558). ความต้องการพัฒนาตนเองด้านวิชาการและวิชาชีพ.

พระธรรมปิฎก (ป. อ. ปยุตฺโต). (2543). พุทธธรรม: ฉบับปรับปรุงและขยายความ. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระไตรปิฎก (2539). เล่มที่ 25 พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย.

Bass, B. M. (1990). Bass & Stogdill’s handbook of leadership: Theory, research, and managerial applications (3rd ed.). New York: Free Press.

Miller, J. P. (1979). Self-Development and Learning. New York: McGraw-Hill. (Cited in Songwut Rittirun, 2002)