การประยุกต์ใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาในการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานในสังคมไทยยุคใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาในการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานในสังคมไทยยุคใหม่ ซึ่งกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ความไม่สมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว และงานเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพกาย และจิตใจของประชาชน โดยเฉพาะ ในยุคดิจิทัลที่การทำงาน และชีวิตส่วนตัวมักทับซ้อนกัน การศึกษานี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์แนวทาง ในการนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาปรับใช้เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี และส่งเสริมจริยธรรมในการดำเนินชีวิตร่วมกับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้เป็นบทความวิชาการเชิงแนวคิด (conceptual article) ซึ่งบทความได้นำเสนอกรอบแนวคิดเกี่ยวกับหลักธรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต เช่น สติ สมาธิ อริยสัจสี่, และหลักไตรสิกขา ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานในยุคที่มีความซับซ้อนสูง ตลอดจนการใช้หลักธรรมในการบริหารเวลา การจัดการกับความเครียด และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มีคุณธรรม โดยบทความยังเสนอแนวทางการนำหลักธรรมไปใช้จริงในบริบทของการทำงานจากที่บ้าน การทำงานในสภาพแวดล้อมดิจิทัล และการบริหารความสัมพันธ์ในที่ทำงาน บทความฉบับนี้มุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงคุณค่าของหลักธรรม และการพิจารณาแนวทางการประยุกต์ใช้ในระดับบุคคล และองค์กร ทั้งในบริบทของการทำงานภายใต้ระบบดิจิทัล และวิถีชีวิตที่มีความเร่งรีบและซับซ้อนมากขึ้น การศึกษานี้หวังจะมีส่วนช่วยในการพัฒนากรอบแนวคิดใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนากับการดำรงชีวิตร่วมสมัยได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในเชิงทฤษฎี และการปฏิบัติ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกษม ตันติผลาชีวะ. (2544). การพัฒนาจิตและการจัดการความเครียด. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2556). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
แม่ชีสุดา โรจนอุทัย. (2553). การเจริญสติในชีวิตประจำวันและการพัฒนาคุณภาพชีวิต. กรุงเทพมหานคร: (ระบุสำนักพิมพ์ หากมี).
พุทธทาสภิกขุ. (2535). ธรรมะกับการปฏิบัติสมาธิและสติ. สุราษฎร์ธานี: ธรรมทานมูลนิธิ สวนโมกขพลาราม.
พระไพศาล วิสาโล. (2557). สติในชีวิตประจำวัน. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโกมลคีมทอง.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2522). พุทธธรรม: ฉบับปรับขยาย. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2546). พุทธธรรม (ฉบับปรับขยาย). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). 2546). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระวชิรเมธี. (2558). ธรรมะกับการพัฒนาชีวิตในสังคมยุคใหม่. กรุงเทพฯ: อมรินทร์ธรรมะ.
Brown, K. W., & Ryan, R. M. (2003). The benefits of being present: Mindfulness and its role in psychological well-being. Journal of Personality and Social Psychology, 84(4), 822–848. https://doi.org/10.1037/0022-3514.84.4.822
Csikszentmihalyi, M. (1990). Flow: The psychology of optimal experience. Harper & Row.
Dane, E. (2011). Paying attention to mindfulness and its effects on task performance in the workplace. Journal of Management, 37(4), 997–1018. https://doi. org/10.1177/0149206310367948
Eurofound & International Labour Office. (2017). Working anytime, anywhere: The effects on the world of work. Publications Office of the European Union.
Kabat-Zinn, J. (1990). Full catastrophe living: Using the wisdom of your body and mind to face stress, pain, and illness. Delacorte Press.
Kabat-Zinn, J. (2003). Mindfulness-based interventions in context: Past, present, and future. Clinical Psychology: Science and Practice, 10(2), 144–156. https://doi.org/10.1093/clipsy.bpg016
Neff, K. D. (2003). Self-compassion: An alternative conceptualization of a healthy attitude toward oneself. Self and Identity, 2(2), 85–101. https://doi.org/10.1080/15298860309032
Sonnentag, S., & Fritz, C. (2015). Recovery from job stress: The stressor-detachment model. Journal of Organizational Behavior, 36(S1), S72–S103. https://doi.org/10.1002/job.1924
World Economic Forum. (2020). The future of jobs report 2020. https://www.weforum.org/reports/the-future-of-jobs-report-2020/
World Health Organization. (2022). Burn-out an “occupational phenomenon”: International Classification of Diseases 11th Revision (ICD-11). https://www.who.int
World Health Organization. (2022). Mental health and work. WHO.