การศึกษาแนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองที่ส่งเสริมการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ของยูเนสโก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและสังเคราะห์แนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองให้สอดคล้องกับแนวคิดเมืองแห่งการเรียนรู้ขององค์การยูเนสโก (UNESCO Learning City) โดยมุ่งวิเคราะห์บทบาทของพิพิธภัณฑ์ในฐานะพื้นที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตของพลเมือง การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ดำเนินการผ่านการสังเคราะห์เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเมืองแห่งการเรียนรู้ การจัดการพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ร่วมกับการศึกษากรณีพิพิธภัณฑ์ต้นแบบที่มีความโดดเด่นด้านการจัดการเรียนรู้ การบริหารจัดการ และการมีส่วนร่วมของสังคม จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ มิวเซียมลำปาง พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ศูนย์วัฒนธรรมไทย–จีน (ศาลเจ้าปู่–ย่า) จังหวัดอุดรธานี อุทยานการเรียนรู้ยะลา (TK Park Yala) และ National Folk Museum of Korea ณ สาธารณรัฐเกาหลี เครื่องมือในการวิจัยประกอบด้วยแบบวิเคราะห์เอกสาร (Document Analysis) และแบบบันทึกข้อมูลภาคสนาม (Field Study Protocol) ข้อมูลที่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า แนวทางการพัฒนาพิพิธภัณฑสถานประจำเมืองเพื่อสนับสนุนการเป็นเมืองแห่งการเรียนรู้สามารถอธิบายได้ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ (1) มิติด้านรูปแบบพิพิธภัณฑ์ ซึ่งควรมุ่งพัฒนาพิพิธภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เน้นนวัตกรรมการจัดแสดงและกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก โดยปรับบทบาทจากพื้นที่จัดแสดงวัตถุสู่พื้นที่ทางสังคมแห่งการเรียนรู้ (2) มิติด้านการเข้าถึง มุ่งสร้างโอกาสการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม ผ่านการปรับรูปแบบการให้บริการ เวลาเปิดบริการ และระบบสมาชิกให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในเมือง (3) มิติด้านความร่วมมือ เน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน ผ่านกลไกการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรการเรียนรู้ร่วมกัน และ (4) มิติด้านบทบาททางสังคม มุ่งยกระดับพิพิธภัณฑ์ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ปลอดภัย สนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเยียวยาทางสังคม และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย โดยสรุป พิพิธภัณฑสถานประจำเมืองจำเป็นต้องปรับบทบาทจากการเป็นเพียงสถานที่จัดเก็บและจัดแสดงมรดกทางวัฒนธรรม ไปสู่การเป็นทรัพยากรการเรียนรู้เชิงสังคมที่สำคัญในการขับเคลื่อนเมืองแห่งการเรียนรู้ และส่งเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. (2536). พิพิธภัณฑสถาน: บทบาทหน้าที่และการดำเนินงาน. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร.
คณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้. (2559). แผนยุทธศาสตร์การบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579). กรุงเทพมหานคร: สำนักนายกรัฐมนตรี.
จุฑามาศ แก้วพิจิตร. (2559). พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้กับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ.
ปรีดี ปลื้มสำราญกิจ, และ ฟ้า วิไลข้า. (2561). แนวคิดพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้กับการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ.
ศิรินทร์ พิณโกศล. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย. วารสารพิพิธภัณฑ์ศึกษา, 12(2), 45–63.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2563). ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสภา.
American Alliance of Museums (AAM). (2021). TrendsWatch: The future of museums. Washington, DC: American Alliance of Museums.
International Council of Museums (ICOM). (2022). Museum definition. Paris: International Council of Museums.
UNESCO Institute for Lifelong Learning. (2015). UNESCO Global Network of Learning Cities: Guiding documents. Hamburg: UNESCO Institute for Lifelong Learning.