แนวทางการจัดการความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจร้านกาแฟ ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารูปแบบการจัดการความรู้ในการประกอบธุรกิจร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่ 2) วิเคราะห์โอกาส ปัญหา และอุปสรรคของผู้ประกอบการธุรกิจร้านกาแฟ และ 3) เสนอแนวทางการจัดการความรู้เพื่อยกระดับศักยภาพและความยั่งยืนของธุรกิจร้านกาแฟในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้องร่วมกับการเก็บข้อมูลภาคสนาม และการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลหลักที่คัดเลือกแบบเจาะจงจำนวน 13 คน ประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ บาริสต้า เจ้าของร้านกาแฟ และผู้บริโภค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แนวคำถามการสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบบันทึกภาคสนาม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ร่วมกับการสังเคราะห์ประเด็นเชิงตีความ
ผลการวิจัยพบว่า ธุรกิจร้านกาแฟในจังหวัดเชียงใหม่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีความหลากหลายสูง แต่ยังขาดระบบการจัดการความรู้ที่เป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านการบริหารต้นทุน การจัดการทรัพยากรมนุษย์ การตลาด และการจัดการความเสี่ยง ความรู้ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปของความรู้ฝังลึก ที่อาศัยประสบการณ์ส่วนบุคคลเป็นหลัก ส่งผลให้ธุรกิจมีความเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสถานการณ์วิกฤตต่าง ๆ การประยุกต์ใช้แนวคิดการจัดการความรู้สามารถช่วยให้เกิดการรวบรวม ถ่ายทอด และพัฒนาองค์ความรู้ภายในองค์กรได้อย่างเป็นระบบ อันนำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ งานวิจัยนี้เสนอแนวทางการจัดการความรู้เชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงคน กระบวนการ และการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของธุรกิจร้านกาแฟ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในบริบทเมืองท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่
Article Details
เอกสารอ้างอิง
เกรียงไกร นามนัย. (2562). ศักยภาพในการบริหารต้นทุนและการวางแผนกำไรที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน ของธุรกิจ SMEs ในจังหวัดมหาสารคาม. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. สืบค้นจาก https://fulltext.rmu.ac.th/fulltext/2562/M127730/Namnai%20Kriengkrai.pdf
นวพล แก้วสุวรรณ. (2563). การจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธุรกิจสตาร์ทอัพในประเทศไทย.
วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 12(3), 213–210.
บริษัท เอ็น แอล คอฟฟี่ เทรดดิ้ง จำกัด. (2561). คู่มือการบริหารจัดการธุรกิจร้านกาแฟ. กรุงเทพฯ: บริษัท เอ็น แอล คอฟฟี่ เทรดดิ้ง จำกัด.
วัฒนา รสชา. (2554). การศึกษาศักยภาพการจัดการธุรกิจที่มีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจร้านกาแฟสด อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อุรัชชา สุวพานิช. (2560). การจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM). สืบค้น 19 กุมภาพันธ์ 2566, จาก. https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=669
Anderson, T., & Plomp, T. (2003). Theory and practice of online learning. Athabasca University.
Davenport, T. H., & Prusak, L. (1998). Working knowledge: How organizations manage what they know. Harvard Business School Press.
Grant, R. M. (1996). Toward a knowledge-based theory of the firm. Strategic Management Journal, 17(S2), 109–122. https://doi.org/10.1002/smj.4250171110
Henrie, M., & Hedgepeth, O. (2003). A conceptual framework for knowledge management in small businesses. Journal of Knowledge Management Practice, 4(1).
Henrie, M., & Hedgepeth, O. (2003). A conceptual framework for knowledge management in the context of organizational learning. International Journal of Production Research, 41(2), 247–265.
International Coffee Organization. (2023). Coffee market report 2023. https://www.ico.org
Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. Oxford University Press.
OECD. (2019). SME and entrepreneurship outlook 2019. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/34907e9c-en
Wiig, K. M. (1993). Knowledge management foundations: Thinking about thinking—How people and organizations create, represent, and use knowledge. Schema Press.
World Bank. (2022). Global economic prospects 2022. World Bank Publications. https://www.worldbank.org