วิเคราะห์กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ศึกษากรณีเจ้าอาวาสปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535

Main Article Content

ภราดร โรจนเดชานนท์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาหลักแนวคิด ทฤษฎี และพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของการดำเนินคดีอาญา 2) วิเคราะห์การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าอาวาส 3) ศึกษาเปรียบเทียบและวิเคราะห์ระบบไต่สวนกับความยุติธรรมในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ และ 4) เสนอแนะแนวทางการคุ้มครองสิทธิของเจ้าอาวาสในระหว่างการถูกสอบสวน ไต่สวน และพิจารณาคดี การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยใช้การวิจัยเอกสาร (Documentary Research) เป็นหลัก ประชากรและแหล่งข้อมูลประกอบด้วยเอกสารชั้นปฐมภูมิ ได้แก่ พระไตรปิฎก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเอกสารชั้นทุติยภูมิ ได้แก่ คำอธิบายกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา ตำรา บทความวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาทุจริตและระบบไต่สวน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบวิเคราะห์เอกสาร (Document Analysis Form) โดยดำเนินการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่ และสังเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Analysis)


ผลการวิจัยพบว่า ระบบไต่สวนในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบมีลักษณะการค้นหาความจริงที่แตกต่างจากระบบกล่าวหาในคดีอาญาทั่วไป โดยมุ่งเน้นบทบาทเชิงรุกของศาลในการแสวงหาความจริงเพื่อให้เกิดความยุติธรรมเชิงเนื้อหา อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความเข้าใจเชิงลึกของผู้เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ การทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าอาวาสยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อระบบธรรมาภิบาลและการพัฒนาประเทศ แม้ว่าจะมีการจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบและกฎหมายเฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหา แต่ยังพบข้อจำกัดด้านการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะเจ้าอาวาสซึ่งยังขาดกลไกทางกฎหมายที่ชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิระหว่างกระบวนการสอบสวนหรือไต่สวนให้สอดคล้องกับหลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ผลการศึกษาจึงเสนอให้มีการปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการปราบปรามการทุจริตและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา อันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โรจนเดชานนท์ ภ. (2026). วิเคราะห์กฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ศึกษากรณีเจ้าอาวาสปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535. Journal of Dhamma for Life, 32(3), 306–320. สืบค้น จาก https://so08.tci-thaijo.org/index.php/dhammalife/article/view/6259
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมศิลปากร. (2547). ประวัติศาสตร์กฎหมายและการปกครองไทย. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร.

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. (2551). อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 (United Nations Convention Against Corruption: UNCAC 2003). สำนักงาน ป.ป.ช.

คณิต ณ นคร. (2562). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

คณิต ณ นคร. (2564). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

ถวิลวดี บุรีกุล. (2560). ธรรมาภิบาล การทุจริต และความไว้วางใจของประชาชนต่อรัฐ. กรุงเทพมหานคร: สถาบันพระปกเกล้า.

ราชบัณฑิตยสภา. (2549). กฎหมายตราสามดวง ฉบับชำระใหม่. กรุงเทพมหานคร: ราชบัณฑิตยสภา.

วิษณุ เครืองาม. (2563). “แนวคิดเกี่ยวกับความรับผิดทางอาญาของเจ้าพนักงานและบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับรัฐ”. ใน เอกสารวิชาการด้านกฎหมายมหาชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.

สมทรัพย์ นำอำนวย. (2541). ทฤษฎีและหลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานศาลยุติธรรม. (2563). พัฒนาการระบบศาลและกระบวนการยุติธรรมไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานศาลยุติธรรม.

สำนักงานศาลยุติธรรม. (ม.ป.ป.). ระบบไต่สวนในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานศาลยุติธรรม.

สุรศักดิ์ ลิขสิทธิ์วัฒนกุล. (2564). หลักกฎหมายอาญา: ทฤษฎีและการตีความ. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน.

โสภณ รัตนากร. (2564). กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาคทั่วไป. กรุงเทพมหานคร: นิติธรรม.

Baker, C., & Phongpaichit, P. (2014). A history of Thailand. Cambridge University Press.

Transparency International. (2023). Corruption Perceptions Index 2023. Berlin: Transparency International.

United Nations Office on Drugs and Crime. (2004). United Nations Convention against Corruption. Vienna: UNODC.