พุทธศิลป์ที่ปรากฏในพระอุโบสถตามแนวสุนทรียศาสตร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับพุทธศิลป์และสุนทรียศาสตร์ 2) ศึกษาลักษณะและองค์ประกอบของพุทธศิลป์ที่ปรากฏในพระอุโบสถ 3) วิเคราะห์พุทธศิลป์ในพระอุโบสถตามแนวคิดสุนทรียศาสตร์ และ 4) เสนอองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับบทบาทของพุทธศิลป์ในฐานะพื้นที่เชื่อมโยงระหว่างศาสนา ศิลปะ และบริบททางสังคม การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเอกสารจากพระไตรปิฎก ตำราประวัติศาสตร์ศิลปะ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 15 รูป/คน ประกอบด้วยพระสังฆาธิการ นักประวัติศาสตร์ศิลป์ และผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ข้อมูลทั้งหมดได้รับการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาเพื่อค้นหาความสัมพันธ์ระหว่างพุทธศิลป์ สุนทรียศาสตร์ และวิวัฒนาการของพระอุโบสถไทย
ผลการวิจัยพบว่า พุทธศิลป์มิได้เป็นเพียงการสร้างสรรค์ความงามทางกายภาพ หากแต่เป็นกระบวนการสื่อสารความหมายทางศาสนาและสังคมผ่านองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม และจิตรกรรม โดยสถาปัตยกรรมสะท้อนแนวคิดจักรวาลวิทยา ประติมากรรมสะท้อนพุทธลักษณะอุดมคติ และจิตรกรรมทำหน้าที่ถ่ายทอดหลักธรรมและแนวทางการดำเนินชีวิต ทั้งนี้ พุทธศิลป์ดำรงอยู่ภายใต้พลวัตของสุนทรียศาสตร์ 3 แนวคิด ได้แก่ วัตถุนิยมที่เน้นกฎเกณฑ์และสัดส่วนทางศิลปกรรม จิตนิยมที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์แห่งศรัทธา และสัมพัทธนิยมที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของความงามตามบริบททางประวัติศาสตร์และสังคม นอกจากนี้ การศึกษาพบว่าพุทธศิลป์ในพระอุโบสถสมัยรัชกาลที่ 1–5 มีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องเพื่อสอดรับกับยุทธศาสตร์ของรัฐและบริบทโลก องค์ความรู้ใหม่จากการวิจัยนำเสนอผ่าน “AESR Model” ซึ่งอธิบายบทบาทของพุทธศิลป์ใน 4 มิติ ได้แก่ A: Aesthetics as a Medium (สุนทรียภาพในฐานะสื่อกลางสู่ธรรมะ) E: Elevation of Spirit (การยกระดับจิตวิญญาณ) S: Symbolic Meaning of State (สัญลักษณ์แห่งรัฐ) และ R: Reflection of National Strategy (ภาพสะท้อนยุทธศาสตร์ชาติ) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าความงามในพุทธศิลป์ไทยเป็นสุนทรียศาสตร์เชิงพลวัตที่บูรณาการหลักธรรม ระเบียบช่าง และบริบททางสังคมการเมือง โดยพระอุโบสถทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่แห่งการพัฒนาจิตใจและพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ในการสร้างอัตลักษณ์ของชาติ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชาตรี ประกิตนนทการ. (2550). ศิลปะ สถาปัตยกรรม และอำนาจทางการเมืองในสยาม. กรุงเทพฯ: มติชน.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2555). พุทธธรรม (ฉบับปรับขยาย). กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พิริยะ ไกรฤกษ์. (2551). ลักษณะไทย: พระพุทธปฏิมา อัตลักษณ์พื้นถิ่นไทย. กรุงเทพหานคร อมรินทร์พริ้นติ้ง.
ศักดิ์ชัย สายสิงห์. (2563). พุทธศิลป์สมัยรัตนโกสินทร์: พัฒนาการของงานช่างและแนวคิดที่ปรับเปลี่ยน. เมืองโบราณ. กรุงเทพหานคร
ศิลป์ พีระศรี. (2505). สถาปัตยกรรมไทย (Thai Architecture). : กรมศิลปากร. กรุงเทพหานคร
สันติ เล็กสุขุม. (2535). จิตรกรรมแบบประเพณีและแบบสากล. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. กรุงเทพหานคร
สมคิด จิระทัศนกุล. (2544). วัด: พุทธศาสนสถานในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สุภัทรดิศ ดิศกุล, ม.จ. (2559). ประวัติศาสตร์ศิลปะไทย. กรุงเทพฯ: อมรินทร์.
Burke, E. (1998). A philosophical enquiry into the origin of our ideas of the sublime and beautiful (A. Phillips, Ed.). Oxford University Press. (Original work published 1757).
Kant, I. (1987). Critique of judgment (W. S. Pluhar, Trans.). Hackett Publishing. (Original work published 1790).