ทักษะทางวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลและการปรับตัวที่ส่งผลต่อสมรรถนะ และความสำเร็จในการทำงานของพนักงานบัญชี กรมการขนส่งทางบก
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาทักษะทางวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงานของพนักงานบัญชี กรมการขนส่งทางบก 2) เพื่อศึกษาทักษะทางวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานของพนักงานบัญชี กรมการขนส่งทางบก 3) เพื่อศึกษาการปรับตัวของนักบัญชีที่ส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงาน และ 4) เพื่อศึกษาการปรับตัวของนักบัญชีส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานของพนักงานบัญชี กรมการขนส่งทางบก ศึกษาในกลุ่มพนักงานบัญชี กรมการขนส่งทางบก จำนวน 200 คน งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติที่แสดงค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นหญิง มีช่วงอายุระหว่าง 31 – 40 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี มีอายุงานระหว่าง 6 – 10 ปี และมีประสบการณ์ทางบัญชี 1 – 5 ปี โดยปัจจัยทักษะทางวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อสมรรถนะในการทำงานของนักบัญชี ได้แก่ ความรู้ทางวิชาชีพ และความรู้ความสามารถ ส่วนส่งผลต่อความสำเร็จในงาน ได้แก่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหา จรรยาบรรณวิชาชีพ ความรู้ความสามารถ ทักษะการใช้ภาษา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบัญชี อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กองกำกับบัญชีธุรกิจ. (2567). แนวทางการดำเนินงานตามโครงการ National e-Payment และระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์. กรมสรรพากร.
จีระภา ยะโสและคณะ (2567). ผลกระทบของสมรรถนะนักบัญชียุคดิจิทัลที่มีต่อคุณภาพของรายงานทางบัญชี ภาครัฐ: สถานศึกษาสังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 6(4), 60-71.
เจนจิรา ขันแก้ว. (2557). บทบาทนักบัญชีกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี. วารสารวิชาการด้านการบัญชีและการเงิน, 10(2), 45–60.
ดังบัญชา มนูญกุลชัย. (2559). เศรษฐกิจดิจิทัลกับการพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทย. วารสารเศรษฐกิจและการเงิน, 12(1), 1–15.
ธีรศักดิ์ ฉั่วศรีสกุล. (2563). ความสำเร็จในการทำงานของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล. วารสารบริหารธุรกิจและการบัญชี, 8(1), 77–92.
พัชรพร หนูประเสริฐ. (2565). ความเป็นมืออาชีพยุคดิจิทัลและการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณวิชาชีพบัญชี ที่ส่งผลต่อคุณภาพของงบการเงินของผู้ทำบัญชีในเขตกรุงเทพมหานคร. การค้นคว้าอิสระบัญชี มหาบัณฑิตคณะบัญชี มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
เพ็ญนภา เกื้อเกตุ. (2563). ความรอบรู้ด้านดิจิทัลกับการพัฒนานักบัญชีไทย. วารสารการบัญชีและการจัดการ, 5(2), 101–118.
มนัสภรณ์ วังแวว และ อัศนีย์ ณ น่าน. (2567). คุณลักษณะของนักบัญชียุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน ของนักบัญชีสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดลำปาง. วารสารวิจั มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 9(1), 183-196.
สรัชนุช บุญวุฒิ, และไพฑูรย์ อินต๊ะขัน. (2559). ทักษะวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาชีพบัญชี, 11(3), 23–38.
สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์. (2563). แนวโน้มและสมรรถนะนักบัญชีในอนาคต. กรุงเทพฯ: สภาวิชาชีพบัญชี.
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล. (2558). นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย. กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม.
ACCA. (n.d.). Professional accountant – The future: Drivers of change and future skills. Retrieved from https://www.accaglobal.com
AICPA. (2018). Core competency framework. Durham, NC: American Institute of Certified Public Accountants.
Barney, J. (1991). Firm resources and sustained competitive advantage. Journal of Management, 17(1), 99–120.
Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance. New York, NY: John Wiley & Sons.
Cewe, C., et al. (2017). Automation and digital transformation in accounting services. International Journal of Accounting Information Systems, 25, 1–15.
CGMA. (n.d.). CGMA competency framework. Retrieved from https://www.cgma.org
Drucker, P. F. (1966). The effective executive. New York, NY: Harper & Row.
European Commission. (2017). European digital competence framework for citizens (DigComp). Luxembourg: Publications Office of the European Union.
Freeman, R. E. (1984). Strategic management: A stakeholder approach. Boston, MA: Pitman.
IFAC. (2019). International education standards (IES). New York, NY: International Federation of Accountants.
Knowles, M. S. (1980). The modern practice of adult education: From pedagogy to andragogy. New York, NY: Cambridge Books.
Lewin, K. (1951). Field theory in social science: Selected theoretical papers. New York, NY: Harper & Row.
Locke, E. A., & Latham, G. P. (1990). A theory of goal setting & task performance. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall.
McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for intelligence. American Psychologist, 28(1), 1–14.
Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York, NY: Oxford University Press.
Partnership for 21st Century Skills. (2009). Framework for 21st century learning. Washington, DC: Author.
Piaget, J. (1952). The origins of intelligence in children. New York, NY: International Universities Press.
Prahalad, C. K., & Hamel, G. (1990). The core competence of the corporation. Harvard Business Review, 68(3), 79–91.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday.
Southern Cross University. (2016). Digital literacy framework. Australia: Southern Cross University.
Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.