แนวทางการวินิจฉัยเชิงเปรียบเทียบความผิดของการอวดอุตริมนุสสธรรม ในพระวินัยปิฎกกับความผิดตามหลักกฎหมายไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ได้แก่ (1) เพื่อศึกษาการอวดอุตริมนุสสธรรมในพระวินัยปิฎก (2) เพื่อศึกษาหลักกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และ (3) เพื่อนำเสนอแนวทางการวินิจฉัยเชิงเปรียบเทียบฐานความผิดระหว่างการอวดอุตริมนุสสธรรมตามพระวินัยปิฎกกับความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายไทย การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพแบบวิจัยเอกสาร โดยศึกษาข้อมูลจากพระไตรปิฎก อรรถกถา ตัวบทกฎหมายอาญา และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา และเรียบเรียงเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า การอวดอุตริมนุสสธรรมหมายถึงการกล่าวอ้างคุณวิเศษที่ยิ่งกว่ามนุษย์ทั่วไป เช่น ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ ญาณทัสสนะ มรรคผล การละกิเลส และภาวะจิตหลุดพ้น ทั้งที่ตนมิได้บรรลุจริง อันมีที่มาจากกรณีภิกษุจำพรรษาใกล้ฝั่งแม่น้ำวัคคุมุทา เมื่อเกิดภาวะข้าวยากหมากแพงจึงกล่าวอวดคุณวิเศษเพื่อให้คฤหัสถ์เกิดความเลื่อมใส พระพุทธเจ้าทรงตำหนิและบัญญัติเป็นอาบัติปาราชิกข้อที่ 4 ซึ่งมีผลให้ภิกษุผู้กระทำขาดจากความเป็นภิกษุทันที ในส่วนกฎหมายไทย ความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 กำหนดว่า ผู้ใดโดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริง และได้ทรัพย์สินไป ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 342 (3) อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ การวินิจฉัยเชิงเปรียบเทียบแบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ (1) ฐานะความผิดเชิงหลักการและบทบัญญัติ (2) เกณฑ์การตัดสินความผิด (3) บทลงโทษ และ (4) แนวทางการแก้ไขเชิงบูรณาการ โดยเสนอความร่วมมือระหว่างคณะสงฆ์และเจ้าหน้าที่รัฐ ผ่านการแต่งตั้งคณะพระวินัยธรที่มีความเชี่ยวชาญทั้งพระวินัยและกฎหมายบ้านเมือง ทั้งนี้ องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยพัฒนาเป็นกรอบแนวคิด “CT Model” เพื่อใช้เป็นแนวทางวิเคราะห์และวินิจฉัยกรณีดังกล่าวอย่างเป็นระบบและสอดคล้องทั้งมิติศาสนาและกฎหมายบ้านเมือง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการศาสนา. (2542). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ 1 พระวินัยปิฎก ปาราชิกกัณฑ์. โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์. (2561). การตีความความผิดฐานฉ้อโกงในบริบทสังคมไทย. วารสารกฎหมายอาญา, 35(2), 1–25.
คณิต ณ นคร. (2560). กฎหมายอาญา ภาคความผิด. วิญญูชน.
ชาญชัย แสวงศักดิ์. (2563). เสรีภาพในการนับถือศาสนากับการบังคับใช้กฎหมายอาญา. วารสารนิติศาสตร์, 49(3), 45–68.
ธงทอง จันทรางศุ. (2559). หลักกฎหมายอาญากับการคุ้มครองความสงบเรียบร้อยของประชาชน. วิญญูชน.
ประมวลกฎหมายอาญา. (2499). ราชกิจจานุเบกษา, 73(95 ฉบับพิเศษ), 1–73.
พระครูอุทุมพร กิตติคุณ (เลื่อน ภมโร), โกเมศ ขวัญเมือง, และพระสิทธินิติธาดา (ชลัชโชติทตฺโต). (2567). การศึกษาเปรียบเทียบความรับผิดตามพระธรรมวินัยของพระภิกษุกรณีตติยปาราชิกตามหลักพุทธศาสนาเถรวาท และความรับผิดอาญาของบุคคลในความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 418–426.
พระไตรปิฎก เล่มที่ 1. (ม.ป.ป.). วินัยปิฎก มหาวิภังค์. มหามกุฏราชวิทยาลัย.
พระไตรปิฎก เล่มที่ 4 วินัยปิฎก มหาวิภังค์. (2539). มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระปราบศึก อุทโย, พระมหาสุรศักดิ์ ปจฺจนฺตเสโน, และพระมหาจีรวัฒน์ กนฺตวณฺโณ. (2565). เกณฑ์การวินิจฉัยการอวดอุตตริมนุสธรรมตามหลักการในพระไตรปิฎก. วารสาร มจร พุทธศาสตร์ปริทรรศน์, 6(3), 185–200.
พระมหาสมบูรณ์ วุฑฺฒิกโร. (2560). แนวคิดเรื่องอาบัติปาราชิกในพระวินัยปิฎก. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 24(1), 12–30.
พระมหาสำราญ ฐานุตฺตโม, และสมบัติ อรรถพิมล. (2567). การศึกษาเปรียบเทียบความรับผิดของพระภิกษุวิกลจริตที่กระทำความผิดตามพระธรรมวินัย และความรับผิดของบุคคลวิกลจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65. วารสารสหวิทยาการนวัตกรรมปริทรรศน์, 7(4), 237–251.
พระมหาตัณฑ์ฐวัฒน์ สนฺตจิตฺโน (ถำวาปี), และฐิติวัสส์ หมั่นกิจ. (2566). นิติศาสตร์ในพระวินัยปิฎก. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 6(1), 81–99.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2539). อรรถกถาพระวินัยปิฎก (สมันตปาสาทิกา). โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
ราชบัณฑิตยสถาน. (2564). พจนานุกรมศัพท์พระพุทธศาสน์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. ราชบัณฑิตยสถาน.
สุเชาวน์ พลอยชุม. (2562). ความซื่อสัตย์ทางจิตวิญญาณกับความน่าเชื่อถือของสถาบันสงฆ์ไทย. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 26(2), 55–78.
หยุด แสงอุทัย. (2556). คำอธิบายกฎหมายอาญา ภาค 2 ตอน 2 ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Chansamorn, S. (2021). Principles of considering punishment for disciplinary offenders according to Buddhist precepts and criminal offences according to the Penal Code: A comparative study of similarities and differences. Journal of Graduate Studies, Mahamakutrajavidyalaya University, 19(2), 249–263.
Suriyo, P. S., Sinprasitkul, W., Thongnun, C., Chunu, C., & Hemrangsee, J. (2021). Legal problems concerning the renunciation of monastic vows due to criminal offences. Journal of Buddhist Anthropology, 6(2), 143–159.