การสื่อสารสื่อสังคมออนไลน์เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของโรงเรียนผู้สูงอายุ ตำบลพลับพลาไชย จังหวัดสุพรรณบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์ผลที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุตำบลพลับพลาไชย จังหวัดสุพรรณบุรี (2) วิเคราะห์ปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อการใช้เทคโนโลยีสื่อสังคมออนไลน์เพื่อการสื่อสาร และ (3) ศึกษารูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุผ่านการใช้ประโยชน์จากสื่อสังคมออนไลน์ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วยผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้รับผิดชอบโครงการ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการวิเคราะห์เอกสารจากหลักสูตร กิจกรรม และโครงการของโรงเรียนผู้สูงอายุ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุประกอบด้วยปัจจัยด้านร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจ ทักษะดิจิทัลและการสื่อสาร ตลอดจนการสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน และหน่วยงานท้องถิ่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยเพิ่มการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพ ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว เพิ่มโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในชุมชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลการศึกษาสอดคล้องกับแนวคิดพฤฒิพลัง ที่ชี้ว่าการพัฒนาทักษะการใช้สื่อดิจิทัลควบคู่กับการสนับสนุนจากเครือข่ายทางสังคม สามารถเสริมสร้างศักยภาพในการดูแลตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง และการเป็นพลเมืองที่มีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ องค์ความรู้ที่ได้สะท้อนว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นกลไกสำคัญในการลดช่องว่างทางดิจิทัลระหว่างวัย และสามารถประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย พัฒนาหลักสูตร และออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ของโรงเรียนผู้สูงอายุและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและรองรับสังคมผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). สถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย พ.ศ. 2566. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566–2580). กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
ปณิสญา อธิจิตตา, & กุลทิพย์ ศาสตระรุจิ. (2563). การสื่อสารเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในโรงเรียนผู้สูงอายุ. วารสารนิเทศศาสตร์และนวัตกรรม, 7(2), 45–62.
ราชกิจจานุเบกษา. (2546). พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546. ราชกิจจานุเบกษา, 120(130 ก), 1–11.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). รายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาส 4 และภาพรวม ปี 2565.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2564). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2564.
Sirisuwan, P., Phimha, S., & Banchonhattakit, P. (2022). Influence of active ageing and health literacy on quality of life among elderly persons in northeast Thailand. Journal of Health Psychology, 81(6), 1–12. https://doi.org/10.1177/00178969221109329
United Nations. (2020). World population ageing 2020: Highlights. United Nations.
United Nations Department of Economic and Social Affairs. (2023). World social report 2023: Leaving no one behind in an ageing world. United Nations.
World Health Organization. (2002). Active ageing: A policy framework. World Health Organization.
World Health Organization. (2015). World report on ageing and health. World Health Organization.
Wongsala, M., Anbäcken, E. M., & Rosendahl, S. (2021). Active ageing perspectives among older adults in Thailand: A qualitative study. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(15), 7973. https://doi.org/10.3390/ijerph18157973