ปัญหากฎหมายเกี่ยวกับการนำคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลเพื่อบังคับหลักประกัน
Main Article Content
บทคัดย่อ
พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ถูกตราขึ้นเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจ โดยเปิดโอกาสให้นำทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งไม่สามารถจำนองหรือจำนำตามกฎหมายเดิมมาใช้เป็นหลักประกันได้ โดยผู้ให้หลักประกันยังคงครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินดังกล่าวได้ อันเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่องทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ภายหลังการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวกลับพบว่าการใช้หลักประกันทางธุรกิจ โดยเฉพาะทรัพย์สินไม่มีทะเบียนที่ยังอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่เจ้าหนี้ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้การบังคับใช้กฎหมายไม่บรรลุประสิทธิภาพตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
การศึกษานี้มุ่งวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการบังคับหลักประกันทางธุรกิจตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 โดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากการศึกษากฎหมาย เอกสารทางวิชาการ แนวคิดทางกฎหมาย และบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผลการศึกษาพบว่า กฎหมายยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับลักษณะของคดีบังคับหลักประกัน เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ยื่น “คำร้อง” ต่อศาลเพื่อขอให้มี “คำพิพากษา” ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการตีความว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทหรือคดีมีข้อพิพาท นอกจากนี้ ยังพบปัญหาเกี่ยวกับการใช้สิทธิฟ้องบังคับชำระหนี้และบังคับหลักประกันในคดีเดียวกัน ตลอดจนปัญหาการกำหนดค่าธรรมเนียมศาลที่แตกต่างกันระหว่างคดีมีข้อพิพาทและคดีไม่มีข้อพิพาท อันส่งผลต่อความแน่นอนในการบังคับใช้กฎหมายและภาระของคู่ความ องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างเชิงโครงสร้างของกระบวนการพิจารณาคดีตามกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพของระบบหลักประกันทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของสถาบันการเงิน งานวิจัยนี้เสนอให้มีการปรับปรุงบทบัญญัติทางกฎหมายและกำหนดแนวปฏิบัติทางวิธีพิจารณาให้ชัดเจน เพื่อสร้างมาตรฐานในการตีความและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับหลักประกันทางธุรกิจ อันจะนำไปสู่การส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กำชัย จงจักรพันธ์. (2559). เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ (พิมพ์ครั้งที่ 2). บริษัท ศรีอนันต์การพิมพ์ จำกัด.
ไพโรจน์ วายุภาพ. (2559). คำอธิบายกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ภาค 1 บททั่วไป (พิมพ์ครั้งที่ 4). บริษัท กรุงสยาม พับลิชชิ่ง จำกัด.
ปัญญา ถนอมรอด. (2562). คำอธิบายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วย ยืม ค้ำประกัน จำนอง จำนำ (พิมพ์ครั้งที่ 14). สำนักงานอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา.
ยุพยงค์ วิงวร, & กรรณิภา วาณิชสุวรรณ. (2025). การวิเคราะห์มาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545: บทบาทและข้อจำกัดในการเยียวยาความเสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(7), 92–104.
ยสวดี โค้คา (2527). การบังคับหลักประกันธุรกิจกรณีสิทธิเรียกร้องตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 (วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก, มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช).
เทพารักษ์, & บุณฑริกา. (2020). ปัญหาและอุปสรรคทางกฎหมายเกี่ยวกับการนำกิจการมาเป็นหลักประกันทางธุรกิจตามพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2558). หมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
สุภธิดา สุกใส, & กิตติพศ สุกใส. (2562). การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีแพ่ง. CMU Journal of Law and Social Sciences, 12(1), 1–25.
Thawitsang, R., & Lamlert, W. (2020). Security problems under the Business Security Act B.E. 2558. Rajapark Journal, 14(33), 270–285.
United Nations Commission on International Trade Law. (2007). UNCITRAL legislative guide on secured transactions. United Nations.
White, J. J., & summers, R. S. (2000). Uniform Commercial Code (5th ed.). Hornbook Series.