หัวหน้ากองบรรณาธิการ : รศ.ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์
(Chief Editor: Assoc.Prof.Dr. Thanapan Laiprakobsup)
บรรณาธิการบริหาร : ผศ.ดร.สุธรรมา ปริพนธ์เอื้อสกุล
(Managing Editor: Assist.Prof. Dr.Suthamma Paripontueasakul)
วารสารสังคมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chulalongkorn University Journal of Social Science: CUJSS.) เป็นวารสารวิชาการของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กำหนดประเภทบทความที่จะพิจารณาตีพิมพ์เป็น 3 ประเภท ดังนี้ (1) บทความวิจัย (Research article) (2) บทความวิชาการ (Academic article) และ (3) บทวิจารณ์หนังสือ (Book review) ทั้งนี้ บทความที่ส่งมาตีพิมพ์กับวารสารฯต้องไม่เคยตีพิมพ์ที่ใดมาก่อน ออกเผยแพร่ปีละ 2 ฉบับ (เดือนมิถุนายน และ เดือนธันวาคม) โดยทุกบทความจะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 3 คน ตามกระบวนการที่กองบรรณาธิการกำหนด
การประเมินบทความ
บทความวิจัยจะได้รับการประเมินแบบ double-blinded peer-reviewed process จากผู้ทรงคุณวุฒิไม่น้อยกว่า 3 คนผ่านระบบ ThaiJo2.0
Each research article is double-blinded peer-reviewed by at least three expert reviewers and submission is online via ThaiJo2.0
บทบรรณาธิการ
บทความในวารสารฉบับนี้ยังคงความหลากหลายขององค์ความรู้ทางด้านสังคมศาสตร์และความสนใจของนักวิชาการทั้งในการเมืองระดับสากล ระดับชาติ และระดับท้องถิ่น สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของนักวิชาการในการนำองค์ความรู้ทางสังคมศาสตร์มาวิเคราะห์ประเด็นทางการเมืองเศรษฐกิจ และสังคมในระดับสากลจนถึงระดับท้องถิ่น ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังคงได้รับความสนใจจากนักวิชาการ บทความ “สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก: มุมมองยุทธศาสตร์การกระจายความเสี่ยงแบบการถ่วงดุลทางอ้อม” ของ พรพิทักษ์ นิ่มอนงค์ ศึกษาพลวัตการใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมของญี่ปุ่นในสมัยนายกรัฐมนตรีอาเบะ โดยศึกษาผ่านมุมมองการกระจายความเสี่ยง (Hedging) เพื่อตอบคำถามที่ว่า ญี่ปุ่นใช้สิทธิการป้องกันตนเองร่วมในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกอย่างไร โดยพบว่าเป็นความพยายามในการใช้สิทธิการป้องกันตนเองและลดการพึ่งพาการป้องกันตนเองทางทหารจากประเทศสหรัฐอเมริกา บทความ “Thailand’s Alignment Strategy Amidst the US-China Rivalry: A Role Theory Perspective” ของ Wen Chou Han วิเคราะห์ความพยายามเชิงนโยบายของประเทศไทยในฐานะมหาอำนาจในระดับกลางในการรักษาสมดุลย์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพบว่านโยบายต่างประเทศของไทยมีลักษณะ “รักษาระยะห่าง (Soft Hedging)” ในความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจในภูมิภาคเนื่องจากการเมืองภายในประเทศที่ไม่มีเสถียรภาพและขาดความต่อเนื่องกับลักษณะภาพลักษณ์เชิงนโยบายที่มีมาแต่อดีต การวิเคราะห์กระบวนการกำหนดนโยบายและการนำนโยบายไปปฏิบัติด้วยกรณีศึกษาเป็นหนึ่งในกระบวนการทำความเข้าใจปัญหาการจัดทำนโยบายและการนำไปปฏิบัติในระดับพื้นที่ (Street-Level Implementation)
บทความ “จากน้ำมันถึงสะพาน: ภาคแสดงการประกอบร่วมของการปรับตัวต่อความเป็นรัฐสังคมนิยมของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว” ของ สิทธา พสุทันท์ วิเคราะห์กระบวนการปรับตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวภายหลังยุคสังคมนิยมโดยผ่านแนวคิดการประกอบร่วม (Assemblage) ดังนั้น การเข้าใจกลไกการปรับตัวของรัฐสังคมนิยมในพลวัตโลกจำเป็นต้องพิจารณาการประกอบร่วมจากผู้กระทำอื่นนอกเหนือจากรัฐ เช่น กลุ่มทุนระดับสากลและพื้นที่ บทความ "การเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ก่ออาชญากรรมรุนแรงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ของ ชัญญรัชต์ จรัสพัชรนนท์ กัญญ์ฐิตา ศรีภา และธีรวุฒิ นิลเพ็ชร์ ศึกษาบทบาทและหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ตลอดจนแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มเป้าหมายเชิงนโยบาย (Policy Target Group) ซึ่งได้แก่ เด็กและเยาวชน ผลการศึกษาชี้ว่า เจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่ (Street Bureaucrat) เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีบทบาทครอบคลุมกระบวนการทุกขั้นตอน ได้แก่ การป้องกันการกระทำความผิดผ่านโครงการและกิจกรรมเชิงรุก การจับกุมโดยใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพจิตใจและพัฒนาการของเด็ก การควบคุมตัวในสถานที่แยกจากผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้ใหญ่ และการสอบสวนแบบสหวิชาชีพร่วมกับนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ และพนักงานอัยการ อย่างไรก็ดี เนื่องจากกระบวนการมีความซับซ้อน ทำให้เกิดปัญหาช่องว่างของบทบัญญัติทางกฎหมาย ความซับซ้อนของกระบวนการและข้อจำกัดด้านระยะเวลา การขาดสมรรถนะและความเชี่ยวชาญของบุคลากร และภาวะการขาดแคลนกำลังพลเฉพาะทาง ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกินภาระหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ระดับพื้นที่สามารถแก้ไขได้
การศึกษาปัญหาของท้องถิ่น พื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงได้รับความสนใจจากนักวิชาการอย่างต่อเนื่องสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของความสนใจในบทบาทการพัฒนาพื้นที่ อุปสรรค ปัญหา และโอกาสขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในวงวิชาการ บทความ “กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อการยกระดับและสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจจากฐานทุนในพื้นที่: กรณีศึกษาเทศบาลเมืองสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ของ เธียรชัย พันธ์คง ฟาริดา ซาชา ธนากร พฤกษ์รัตนนภา และจักรกฤษณ์ หมั่นวิชา ศึกษาบริบทฐานทุนและเศรษฐกิจชุมชนและสังเคราะห์กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนท้องถิ่นเป็นฐาน รวมทั้ง วิเคราะห์ผลลัพธ์ของกระบวนการเรียนรู้และจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและแบบจำลองการพัฒนา โดยพบว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษาโดยนำเทคโนโลยีดิจิตัลมาใช้จะช่วยทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันและต่อยอดการพัฒนาพื้นที่โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง การสื่อสารของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีบทบาทต่อการสร้างความเข้าใจในนโยบายและโครงการของประชาชน บทความ “การสื่อสารทางการเมืองของนายกเทศมนตรีในการบริหารจัดการอุทกภัย: กรณีศึกษาเทศบาลนครยะลา” ของ ปุญญวันต์ จิตประคอง ศึกษารูปแบบและกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองของผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในห้วงเวลาภัยพิบัติ และวิเคราะห์ประสิทธิผลของกลยุทธ์การสื่อสารทางการเมืองที่มีต่อการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ผลการศึกษาพบว่า ความโปร่งใสและการแสดงให้เห็นการทำงานจริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนในการตัดสินใจ การคัดเลือกตัวแทนแต่ละหมู่บ้าน การแก้ปัญหาข้ามเขตตามหลักการ Win-Win และบารมีของผู้บริหารที่สั่งสมมา มีแนวโน้มไปสู่ความสำเร็จในการสื่อสารและการขับเคลื่อนนโยบายซึ่งสะท้อนว่า หลักธรรมาภิบาลการบริหารและภาวะผู้นำเป็นส่วนผสมผสานที่สำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายในระดับท้องถิ่น
ส่วนบทความ “Strategic Engagement and Legal Pluralism: Navigating Knowledge and Expertise in Mining Disputes” ของ Sara K. Phillips วิเคราะห์ความพยายามของชุมชนและภาคประชาสังคมในการทำความเข้าใจเชิงเทคนิคและกฎหมายและสร้างเรื่องเล่า (Narratives) ที่เข้าใจง่ายในการระดมความสนับสนุนจากคนในพื้นที่และสาธารณะในระดับชาติและสากลในการต่อสู้ทางกฎหมายกับหน่วนงานภาครัฐและกลุ่มทุนที่ใช้ภาษาเชิงเทคนิคและกฎหมายในการจำกัดบทบาทของภาคประชาชนในพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงการเมืองในการจัดสรรทรัพยากรในพื้นที่ระหว่างประชาชน รัฐ และทุน
กองบรรณาธิการหวังว่า บทความในวารสารฉบับนี้จะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านและจุดประกายการถกเถียงทางวิชาการและการต่อยอดองค์ความรู้ด้วยการวิจัยในอนาคตเพื่อสร้างรากฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งและมีผลกระทบต่อสังคมทั้งในระดับความคิดและการกำหนดนโยบายต่อไป
รองศาสตราจารย์ ดร.ธนพันธ์ ไล่ประกอบทรัพย์
หัวหน้ากองบรรณาธิการ
คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Chulalongkorn University Journal of Social Sciences (CUJSS) is the official publication of the Faculty of Political Science, Chulalongkorn University | ISSN: 2985-1297 (Print), eISSN: 2985-1386 (Online) | Responsible editors: Assist.Prof. Pandit Chanrochanakit, PhD.| This journal is published under the terms of the Creative Commons Attribution 4.0 International (CC-BY-NC-ND 4.0) by Faculty of Political Science, , Chulalongkorn University, THAILAND